xs
xsm
sm
md
lg

BISแนะความร่วมมือระหว่างปท. สร้างเสถียรภาพภาวะไร้สมดุลโลก

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

เอเอฟพี – บีไอเอสเรียกร้องบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลักหันมาร่วมมือกัน เพื่อสร้างเสถียรภาพของความไร้สมดุลที่คุกคามเศรษฐกิจโลก พร้อมเตือนอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำเกินไป

รายงานประจำปีของธนาคารเพื่อการชำระบัญชีระหว่างประเทศ (บีไอเอส) ซึ่งทำหน้าที่เหมือนแบงก์ชาติของเหล่าธนาคารกลาง ได้ชมเชยการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีที่สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2005 แต่เตือนว่าสัญญาณภาวะเงินเฟ้ออาจก่อตัวขึ้นคล้ายกับเมื่อปลายทศวรรษ 1960 และทศวรรษ 1970

แม้ไม่มีแนวโน้มที่ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยแบบเดียวกัน เพราะมีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างนับตั้งแต่นั้นมาก็ตาม ทว่ารายงานฉบับดังกล่าวเตือนถึงความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจโลกอาจหยุดชะงัก หากความไร้สมดุลปัจจุบันคลี่คลายไปอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้นอต เวลลิงก์ ประธานบีไอเอสยอมรับระหว่างการประชุมประจำปีของธนาคารว่า ตัวกระตุ้นทางการเงินและการคลังในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ได้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม เวลลิงก์ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ว่าการแบงก์ชาติเนเธอร์แลนด์ระบุว่า ช่วงเวลานั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว และตอนนี้เขากำลังรอคอย “การหมุนกลับของนโยบายการเงินในลักษณะเป็นกลางมากขึ้น”

ด้านมัลคอล์ม ไนต์ ผู้จัดการทั่วไปของบีไอเอสบอกว่า “ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะช่วยลดการพอกพูนของหนี้สินในครัวเรือน บรรเทาความร้อนแรงของตลาดที่อยู่อาศัย และลดความเสี่ยงในตลาดการเงิน อีกทั้งจะสร้างพื้นฐานที่ดีขึ้นสำหรับการรักษาเสถียรภาพทางการเงิน”

กระนั้นก็ดี รายงานเน้นว่า อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะเพิ่มความเสี่ยงในภาคการเงิน ซึ่งปัจจุบันพึ่งพาอยู่กับอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อต่ำและการบริโภคสูง

แม้ว่าบีไอเอสไม่ได้กล่าวถึงกฎผูกพันทางการเงินในระดับสากล ซึ่งรวมถึงความเป็นไปได้ของการใช้เงินสกุลเดียว หรือการหันกลับมาใช้ระบบเบรตตันส์ วูดส์ แต่บีไอเอสก็เรียกร้องให้มี “ทางแก้ปัญหาแบบร่วมมือกันอย่างไม่เป็นทางการ”

บีไอเอสเสริมว่า ความร่วมมือดังกล่าวจะประสานระหว่างประเทศลูกหนี้และประเทศเจ้าหนี้ ซึ่งส่วนใหญ่คือประเทศอุตสาหกรรมและประเทศตลาดเกิดใหม่ในเอเชียที่รวมถึงจีนด้วย “เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะที่อาจก่อให้เกิดการชะงักงันทางระบบ”

รายงานระบุอีกว่า ความแตกต่างทางวัฒนธรรม การรับรู้ความเสี่ยง หรือความรู้สึกเรื่องผลประโยชน์ของชาติ อาจกระตุ้นให้เกิดการตอบโต้ความไร้สมดุลในลักษณะที่ขัดแย้ง และอาจทำร้ายเศรษฐกิจโลกได้

ทั้งนี้ความไร้สมดุลต่างๆ นั้นครอบคลุมถึงการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสหรัฐฯ โดยรายงานเผยว่า “ประเทศเจ้าหนี้สำคัญหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชีย ได้ดำเนินการลดมูลค่าการถือครองเงินตราสกุลดอลลาร์ ถือเป็นการขัดขวางการปรับค่าขาลงของดอลลาร์ในช่วงเวลาหนึ่ง”

นอกจากนี้ บีไอเอสยังตอกย้ำเรื่องแรงกดดันทางเศรษฐกิจภายในประเทศที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งรวมถึงการออมของครัวเรือนที่ลดลงอย่างมากในประเทศอุตสาหกรรมต่างๆ ระดับหนี้สินที่สูงเป็นประวัติการณ์ ราคาที่อยู่อาศัยที่พุ่งขึ้น และอัตราการลงทุนในจีนที่สูงถึง 50% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) อีกทั้งราคาน้ำมันแพงอาจเพิ่มแรงกดดันให้กับเศรษฐกิจโลกมากขึ้นด้วย
กำลังโหลดความคิดเห็น