tavanron@yahoo.com
หลังจากสิ้นสุดการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์แล้ว อเมริกาก็ว่างงานในการทำลายล้างและล่าเมืองขึ้นในประเทศต่างๆ เฉพาะอย่างยิ่งในเอเชียอาคเนย์ซึ่งได้ตั้งความหวังเอาไว้ว่าจะสามารถล่าเอามาไว้เหยียบเล่นได้ แต่ก็ยังไม่เคยประสบความสำเร็จสมใจนึก ได้บ้างเสียบ้างเป็นระยะ แต่บัดนี้อเมริกาก็โชคดีที่มีเรื่องใหม่ในการที่จะหาเหตุเข้ามายุ่มย่ามในเอเชียอาคเนย์แทนคอมมิวนิสต์อีกครั้งหนึ่ง นั่นคือการเกิดขึ้นของผู้ก่อการร้ายชาวมุสลิม (ซึ่งมันเกิดขึ้นมานานแล้ว) แต่อเมริกายังไม่มีจังหวะที่จะโวยวายและยังไม่ถึงกับอับอายขายหน้าเท่ากับตอนที่ตึกเวิลด์เทรดถูกระเบิด
ตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2544 ซึ่งได้มีการระเบิดตึกระฟ้าในนิวยอร์กเป็นต้นมา อเมริกาก็มีความตื่นเต้นที่จะแหกปากโวยวายกับโลกส่งเดชกันไป โดยการตั้งสมมติฐานเอาว่าคนทุกวันนี้ไม่ว่าที่ไหน ไม่มีใครเป็นคอมมิวนิสต์กันแล้ว เพราะอเมริกาปราบเสียจนหมด แต่สิ่งที่มันเกิดใหม่ที่อเมริกาไม่ได้เคยคิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้นได้ นั่นคือ การก่อการร้ายของชาวมุสลิม
ต่อจากนั้นก็เที่ยววิ่งจิกหัวคนโน้นคนนี้ว่าเป็นตัวการ เมืองไทยก็มีผู้ก่อการร้ายจริงๆ ที่จับได้คนหนึ่งคือ ฮัมบาลี เข้ามาจับได้ในเมืองไทย คนนี้เป็นตัวการก่อการร้ายจริงๆ ไม่ต้องสงสัย ชื่อของเขาคือ ฮัมบาลี หรือ ดวน อิซามุสดิน ซึ่งไปจับได้ที่อยุธยาที่ว่ากันว่าท่านผู้นี้เป็นผู้วางระเบิดโรงแรมแมริออทที่ว่ามีคนตายไปเป็นร้อยๆ คน จากนั้นเป็นต้นมาก็เริ่มจับกันไปทั่วเท่าที่จะพอหาที่จับได้หรือตั้งข้อสงสัยได้ และในประเทศไทยก็เป็นประเทศหนึ่งที่มีคนมุสลิมมาก ก็เลยไปจับเอาผู้อำนวยการโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในนราธิวาส ที่ใครๆ ก็รู้จักกันในนามของ หมอแว เป็นนายแพทย์ปริญญาที่มีคนรู้จักเคารพนับถือมาก เพราะทางพรรคพวกที่สิงคโปร์มาใส่ไฟเจ้าหน้าที่ไทยซึ่งตัวเองไม่รู้ว่าเพราะอะไร หมอแวกับพวกเอาไปขังไว้พอมีความสุขกันทุกคนในบรรดาเจ้าหน้าที่บ้านเมือง และก็ปล่อยมาแล้วหลังจากขังไว้ถึงสองปี แต่ยังจะมีการอุทธรณ์แก้เปรี้ยวปากกันต่อไปอีกเพื่อให้มากกว่างานที่ทำกันสนุกๆ อื่นๆ มาแล้ว
คนไทยเป็นคนชอบเงิน ไม่ว่าจะทำอะไรถ้ามีเงินติดไม้ติดมือกันบ้างก็เป็นเรื่องที่จะต้องทำ การที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยของเราเข้าร่วมดำเนินการในการสืบหาและเข้าจับกุมฮัมบาลีที่ว่านี้ก็เป็นเงินเหมือนกัน ไม่ใช่ทำกันเปล่าๆ รายงานของซีไอเอแจ้งว่า ในการจับกุมครั้งนี้ ทางอเมริกาต้องจ่ายเงินค่าจ้างให้ทางฝ่ายไทยไปถึง 10 ล้านเหรียญสหรัฐ ข้อความภาษาอังกฤษเขียนไว้ว่า "There has also been an unseemly scramble in Thailand by Thai police, Intelligence, and military unit to claim a $10 million reward for Hambali,s capture." ซึ่งทางฝ่ายไทยเราก็น่าจะภูมิใจในการมีส่วนร่วมในการรับใช้ครั้งยิ่งใหญ่นี้ โดยคนไทยหรือข้าราชการผู้มีเกียรติของไทยไม่ได้เหนื่อยเปล่า จ่ายกันเป็นร้อยๆ ล้านบาททีเดียว
ขนาดงานกระจอกอย่างนี้ก็ฟาดกันถึงขนาดนี้ เกิดมาเป็นคนไทยซะอย่าง ถ้าอะไรที่มันใหญ่กว่านี้จะขนาดไหน เรื่องขายชาติขายศักดิ์ศรีกันนั้นคนไทยไม่แคร์ใครเหมือนกัน เราทำได้และพร้อมที่จะทำกันในทุกเงื่อนไข
ฮัมบาลีคนนี้ถือกันว่าเป็นมือขวาหรือเป็นตัวแทนชั้นเสนาธิการของ บิน ลาดิน
ในเอเชียอาคเนย์ และเป็นสมาชิกวงในของขบวนการของ บิน ลาดินคนเดียวที่ไปจากเอเชียอาคเนย์ อเมริกาได้ระดมเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเฉพาะหน่วยสืบราชการลับของประเทศในเอเชียอาคเนย์ทั้งหมดสำหรับช่วยติดตามแกะรอยจนได้ตัว แล้วรีบหิ้วหนีออกไปหาที่สอบสวนทันทีโดยไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ที่ไหนรู้เห็นนอกจากอเมริกันหรือซีไอเอเท่านั้นที่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร
อเมริกาถือว่าการจับฮัมบาลีเพียงคนเดียวเท่านั้นก็ถือว่าเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญที่สุดในการปราบปรามผู้ก่อการร้ายมุสลิมในฐานะที่เขาเป็นหัวหน้า และเป็นผู้รับผิดชอบของขบวนการ เขาต้องรับผิดชอบในการระเบิดในอินโดนีเซียและบาหลีเมื่อเดือนตุลาคมปี 2545 ฮัมบาลีมีหน้าที่จัดหาเงินให้การสนับสนุน และรับสมัครเจ้าหน้าที่ผลิตระเบิดในการระเบิดไนต์คลับในบาหลีที่ทำให้คนตายถึง 22 คนในปี 2543
จากการติดตามสอบสวนของซีไอเอ และเจ้าหน้าที่ตำรวจอเมริกันเชื่อว่าฮัมบาลีเป็นแกนนำคนสำคัญในการจัดการประชุมชาวมาเลเซีย 2,000 คน เพื่อวางแผนระเบิดเรือดำน้ำและระเบิดตึกระฟ้าที่นิวยอร์ก
ในตอนที่ถูกจับ เจ้าหน้าที่สืบราชการลับของซีไอเอเชื่อว่าจีไอรายนี้กำลังจัดขบวนการที่จะทำการปล้นเครื่องบินขนส่งสินค้าต่อไปในอนาคต ฮัมบาลีได้ท่องเที่ยวและเดินทางไปทั่วทุกแห่งในเอเชียอาคเนย์ด้วยเงินทุนก้อนใหญ่ที่มาจากขบวนการของเขาในอัฟกานิสถาน ในการประชุมของขบวนการในประเทศไทย เขาเป็นประธานในการตัดสินใจที่จะก่อการร้ายในเมืองไทยเฉพาะกิจการขนาดเล็กเท่านั้น ที่แรกสุดก็เป็นโรงเรียนซึ่งทำติดต่อกันมาเป็นประจำหลายปี รวมถึงไนต์คลับ และโรงแรมเท่านั้น ไม่เล่นกันเป็นเมืองๆ อย่างที่ทำกันในตอนนี้
จากรายงานขององค์การสืบราชการลับของซีไอเอยืนยันว่า การที่ประเทศไทยต้องออกกฎหมายและนำกฎหมายฟอกเงินมาใช้อย่างทุกวันนี้ก็เพราะขบวนการก่อการร้ายของฮัมบาลีที่เป็นศูนย์กลางสำหรับเคลื่อนย้ายเงินก้อนใหญ่ๆ เข้ามาใช้เป็นทุนทำการก่อการร้ายในเมืองไทย โดยยึดเอาเมืองไทยเป็นสถานที่ทำงานด้านการก่อการร้ายทุกอย่าง ซึ่งทางไทยก็ต้องปฏิบัติตามธรรมเนียมคือปฏิเสธส่งเดชไปตามมีตามเกิด เราไม่ได้เกี่ยวข้องหรือไม่ได้รู้เรื่องอะไร แต่ในการทำงานสืบสวนติดตามทั้งหมดนี้ไม่ได้ทำคนเดียว แต่ทุกคนทุกแห่งนั้นจะมีซีไอเอตัวเขื่องๆ ประกบไปด้วย และพร้อมด้วยความร่วมมือของเจ้าหน้าที่สืบราชการลับในเอเชียอาคเนย์ทุกประเทศ จะปฏิเสธก็ปฏิเสธไป แต่ฝ่ายสืบราชการลับของประเทศต่างๆ ยังเชื่อว่าประเทศไทยนั้น เป็นแหล่งกบดานของอาชญากรทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเอกสารปลอม ยาเสพติด และอาวุธผิดกฎหมายร้ายแรงทุกชาติในการสอบสวนที่ได้ใช้วิธีการนานาประการที่จะทำงานต่อไป ฮัมบาลีก็บอกถึงแผนการที่จะต้องทำต่อไปก็คือ การวางแผนที่จะระเบิดสถานทูตอเมริกาในกรุงเทพฯ สถานทูตอังกฤษ สถานทูตออสเตรเลีย สถานทูตอิสราเอล และสถานทูตสิงคโปร์ในกรุงเทพฯ
แต่ทั้งๆ ที่มีการจับกุมฮัมบาลีไปแล้วก็ตาม แต่บรรดาผู้ก่อการร้ายมุสลิมนั้นไม่แสดงความยี่หระอะไรออกมาแม้แต่น้อย และยังตั้งปณิธานที่จะทำกันต่อไป และจะฆ่าต่อไปตามพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า
ในการก่อวินาศกรรมของผู้ก่อการร้ายใน 3 จังหวัดภาคใต้ของไทยเมื่อไม่กี่วันมานี้ ครั้งสุดท้ายที่ถือว่าครึกครื้นมโหฬารที่สุดก็คือวันที่มีการวางระเบิดหรือการทำลายถึง 300 จุดจากการเริ่มต้นอย่างกระจุ๋มกระจิ๋มกันมาตั้งแต่เริ่มฆ่าพระบิณฑบาตวันละเพียง 1 ครั้งเมื่อปีก่อน ในการก่อการร้ายขนานใหญ่ที่พร้อมกันถึง 300 จุดครั้งนั้น และต่อมาผู้รับผิดชอบฝ่ายทหารของไทยได้ให้สัมภาษณ์อย่างโก้เก๋ว่า ทางรัฐบาลไทยหรือผู้รับผิดชอบฝ่ายไทย รู้ตัวหมดแล้วว่าใครอยู่เบื้องหลังการก่อการร้ายทั้งหมดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ที่ยังทำอะไรไม่ได้เรียบร้อยนั้นก็เพราะยังไม่มีพยานหลักฐานที่แน่ชัดเท่านั้น เข้าใจว่าคงอีกไม่นานนักก็จะแก้ปัญหาได้
ในขณะที่นายกรัฐมนตรีของประเทศนี้เคยเรียกคนเหล่านี้ว่า โจรกระจอก!
บางครั้งก็บอกว่าจะใช้เวลาอีก 1 เดือนหรือ 30 วัน หรืออะไรเบ็ดเตล็ดพวกนั้น ว่าสามารถจะจัดการได้อย่างหมูๆ และตอนนี้ไม่เห็นแม้แต่ หางหมู หรือ ขนหมูสักเส้น เมื่อผ่านปีครึ่งมาแล้ว!!
ขอโทษเถอะครับ, ที่พูดมานี้มันทนสดชื่นปรีดาอยู่ไม่ไหว อย่าโกรธกันเลย ผมอยากจะบอกกล่าวว่าให้ระมัดระวังคำพูดกันสักนิด เมื่อไม่รู้ก็ต้องไม่รู้หรือหลับหูหลับตากันไป ก็สวยอยู่แล้ว เพราะเรื่องการก่อการร้ายนี้ไม่ใช่เรื่องกระจอกหรือเรื่องเล็กๆ แต่เป็นเรื่องใหญ่ที่จะต้องกินเวลาที่ยาวนาน และไม่สามารถจะทำความเข้าใจกันได้ในบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้อง
เอาแต่เพียงฮัมบาลีคนเดียวนั้นก็อัศจรรย์แล้ว เขาไม่ได้ทำเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ทำทั่วทั้งเอเชียอาคเนย์มานานหลายปีแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เขามีทุนและคนอันมหาศาลที่ทำมาแล้ว และจะต้องทำต่อไปในนามของชาวมุสลิมทั้งโลก
ไม่ใช่ทำโดยใครคนใดคนหนึ่งหรือพวกมุสลิมที่ไหน แต่มันเป็นองค์การขนาดใหญ่ที่เป็นลูกหลานของพระผู้เป็นเจ้าที่สู้มาแล้วในสงครามครูเสด
ทำด้วยความคิดอย่างเดียวกัน ด้วยศรัทธาและการยอมกายถวายชีวิตอย่างเดียวกันกับคนนอกศาสนาของพวกเขา ไม่ใช่คนคนเดียวหรือคนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด แต่เป็นคนพร้อมที่จะเสียสละและจะต่อสู้เพื่อพระผู้เป็นเจ้า
การต่อสู้เพื่อพระผู้เป็นเจ้าของอิสลามทั่วโลก ไม่ได้ต่อสู้ด้วยการโยนก้อนกรวดก้อนหินเล่นกัน แต่เป็นขบวนการทางการเมืองของอิสลามที่ใหญ่ที่สุด พร้อมด้วยผู้สนับสนุนทางการเงิน สนับสนุนด้วยชีวิต สนับสนุนด้วยความเชื่อที่เกิดขึ้นมายาวนานในประวัติศาสตร์ชาวมุสลิม มันขึ้นอยู่กับว่าในแต่ละยุคแต่ละสมัยจะมีการศึกษาอบรมกันแบบไหน
แต่ควรจะสังเกตด้วยว่าผู้นำมุสลิมที่มีอำนาจอย่าง ซัดดัม ฮุสเซน นั้น ล้วนแต่เป็นนักฆ่าคนตัวฉกาจทั้งสิ้น อย่าไปคิดว่าใครน่ารักกว่าใคร ถ้ายังไม่ผ่านการฆ่าคนมาอย่างโชกโชนแล้ว โอกาสที่จะเป็นใหญ่เป็นโตนั้นจะไม่มี
ถ้าหากนักต่อสู้ผู้ก่อการร้ายคนไทยคนใดอยากจะรู้อะไรให้มากกว่านี้สักนิดแล้ว ลองเดินทางไปเลียบเคียงดูแถวมหาวิทยาลัย Cairo Al-Azar University ที่ไคโรดูสักหน่อยก็รู้เรื่อง ที่นั่นมีอาจารย์และโปรเฟสเซอร์ตัวสำคัญที่ได้รับความนิยมเชื่อถือกันอย่างมากในโลกอิสลามมานานแล้ว ลองไปถามเขาดูบ้าง บางทีจะดีอย่างมากสำหรับชนชั้นปกครองของไทยหรือรัฐบาลไทยทั้งคณะที่ต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายอยู่ในความมืดทุกวันนี้ ไม่ว่าในส่วนหนึ่งส่วนใดของโลก
ก็รายงานของซีไอเออีกนั่นแหละที่ให้รายละเอียดเพิ่มเติมต่อไปว่า
"มีจำนวนผู้ก่อการร้ายในอินโดนีเซียจำนวนมากได้ถูกจับกุมไปแล้วในระยะเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ยืนยันว่ามีชาวอินโดนีเซียอีกหลายพันคนยังคงได้รับการฝึกอยู่ในค่ายอัลกออิดะห์ของ บิน ลาดินในประเทศอัฟกานิสถาน เจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับของอินโดนีเซีย เชื่อว่าเจไอได้จัดเตรียมหน่วยกล้าตายพิเศษขึ้นไว้แล้วไม่น้อยกว่าสองโหลพร้อมที่จะตายทันที (อย่างที่มานั่งตายอยู่ที่กรือเซะของเรา) รายงานที่ค้นได้ในเดือนกรกฎาคม 2546 มีรายชื่อ สถานที่ที่เป็นเป้าหมายของผู้ก่อการร้ายรวมทั้งบริษัทอเมริกันอย่างฮัลลิเบอร์ตัน เอ็กซอน-โมบิล และยูโนแคล พร้อมด้วยประชาชนคนอเมริกันจำนวน 10,000 คนที่อยู่ในอินโดนีเซีย ครึ่งหนึ่งในจาการ์ตาที่ผู้ก่อการร้ายจะไม่ยอมให้พลาดเป้าหมายใดๆ ยิ่งไปกว่านั้น การก่อการร้ายไม่มีความประสงค์จะก่อให้เกิดอันตรายต่อชาวมุสลิมให้ได้รับความเสียหายมากเกินไป ก็จะเล่นกันที่เป้าเล็ก อาจจะเป็นโรงแรม หรือร้านอาหาร และคนอินโดนีเซียที่มีความผูกพันกับอเมริกันเป็นคนอีกพวกหนึ่งที่จะเป็นเหยื่อของเกมนี้"
เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็นเอเชียอาคเนย์หรือใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดเรื่องติดต่อกันมาทุกวันเป็นแรมปีนั้น ก็ต้องถือว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่หรือไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไร การก่อการร้ายที่ทำขึ้นเป็นแต่เพียงการ "ล้อเล่น" เพื่อแก้ง่วงเหงาหาวนอนกันตามปกติเท่านั้น
การเตรียมตัวของผู้ก่อการร้ายมุสลิมยังจะต้องเพิ่มทั้งคุณภาพ ปริมาณ คน และเงินอีกมากมาย การต่อสู้ครั้งใหญ่นั้นจะมุ่งไปที่อเมริกาและทรัพย์สินของอเมริกา อังกฤษ และออสเตรเลีย พร้อมด้วยบรรดาประเทศและผู้คนที่ทำหน้าที่เป็นสุนัขรับใช้ทั้งหลายทั้งปวงของพวกนอกศาสนาพวกนี้เป็นหลัก
เรื่องราวที่เขียนมาทั้งหมดนี้อาจจะไม่ถูกหูไม่ถูกใจท่านผู้หนึ่งผู้ใดก็ตาม ผมจะไม่ขอ
โทษขอโพยท่านผู้หนึ่งผู้ใด จุดประสงค์ของผมมีแต่เพียงว่าอาจจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ต้องการจะรักษาประเทศชาติบ้านเมืองให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำกันได้เท่านั้น
ใครจะยอมรับหรือไม่ยอมรับผมก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรครับ
เมืองไทยนั้น ทุกวันนี้เราจะหวังอะไรมากนักไม่ได้หรอกครับ!!
หลังจากสิ้นสุดการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์แล้ว อเมริกาก็ว่างงานในการทำลายล้างและล่าเมืองขึ้นในประเทศต่างๆ เฉพาะอย่างยิ่งในเอเชียอาคเนย์ซึ่งได้ตั้งความหวังเอาไว้ว่าจะสามารถล่าเอามาไว้เหยียบเล่นได้ แต่ก็ยังไม่เคยประสบความสำเร็จสมใจนึก ได้บ้างเสียบ้างเป็นระยะ แต่บัดนี้อเมริกาก็โชคดีที่มีเรื่องใหม่ในการที่จะหาเหตุเข้ามายุ่มย่ามในเอเชียอาคเนย์แทนคอมมิวนิสต์อีกครั้งหนึ่ง นั่นคือการเกิดขึ้นของผู้ก่อการร้ายชาวมุสลิม (ซึ่งมันเกิดขึ้นมานานแล้ว) แต่อเมริกายังไม่มีจังหวะที่จะโวยวายและยังไม่ถึงกับอับอายขายหน้าเท่ากับตอนที่ตึกเวิลด์เทรดถูกระเบิด
ตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2544 ซึ่งได้มีการระเบิดตึกระฟ้าในนิวยอร์กเป็นต้นมา อเมริกาก็มีความตื่นเต้นที่จะแหกปากโวยวายกับโลกส่งเดชกันไป โดยการตั้งสมมติฐานเอาว่าคนทุกวันนี้ไม่ว่าที่ไหน ไม่มีใครเป็นคอมมิวนิสต์กันแล้ว เพราะอเมริกาปราบเสียจนหมด แต่สิ่งที่มันเกิดใหม่ที่อเมริกาไม่ได้เคยคิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้นได้ นั่นคือ การก่อการร้ายของชาวมุสลิม
ต่อจากนั้นก็เที่ยววิ่งจิกหัวคนโน้นคนนี้ว่าเป็นตัวการ เมืองไทยก็มีผู้ก่อการร้ายจริงๆ ที่จับได้คนหนึ่งคือ ฮัมบาลี เข้ามาจับได้ในเมืองไทย คนนี้เป็นตัวการก่อการร้ายจริงๆ ไม่ต้องสงสัย ชื่อของเขาคือ ฮัมบาลี หรือ ดวน อิซามุสดิน ซึ่งไปจับได้ที่อยุธยาที่ว่ากันว่าท่านผู้นี้เป็นผู้วางระเบิดโรงแรมแมริออทที่ว่ามีคนตายไปเป็นร้อยๆ คน จากนั้นเป็นต้นมาก็เริ่มจับกันไปทั่วเท่าที่จะพอหาที่จับได้หรือตั้งข้อสงสัยได้ และในประเทศไทยก็เป็นประเทศหนึ่งที่มีคนมุสลิมมาก ก็เลยไปจับเอาผู้อำนวยการโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในนราธิวาส ที่ใครๆ ก็รู้จักกันในนามของ หมอแว เป็นนายแพทย์ปริญญาที่มีคนรู้จักเคารพนับถือมาก เพราะทางพรรคพวกที่สิงคโปร์มาใส่ไฟเจ้าหน้าที่ไทยซึ่งตัวเองไม่รู้ว่าเพราะอะไร หมอแวกับพวกเอาไปขังไว้พอมีความสุขกันทุกคนในบรรดาเจ้าหน้าที่บ้านเมือง และก็ปล่อยมาแล้วหลังจากขังไว้ถึงสองปี แต่ยังจะมีการอุทธรณ์แก้เปรี้ยวปากกันต่อไปอีกเพื่อให้มากกว่างานที่ทำกันสนุกๆ อื่นๆ มาแล้ว
คนไทยเป็นคนชอบเงิน ไม่ว่าจะทำอะไรถ้ามีเงินติดไม้ติดมือกันบ้างก็เป็นเรื่องที่จะต้องทำ การที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยของเราเข้าร่วมดำเนินการในการสืบหาและเข้าจับกุมฮัมบาลีที่ว่านี้ก็เป็นเงินเหมือนกัน ไม่ใช่ทำกันเปล่าๆ รายงานของซีไอเอแจ้งว่า ในการจับกุมครั้งนี้ ทางอเมริกาต้องจ่ายเงินค่าจ้างให้ทางฝ่ายไทยไปถึง 10 ล้านเหรียญสหรัฐ ข้อความภาษาอังกฤษเขียนไว้ว่า "There has also been an unseemly scramble in Thailand by Thai police, Intelligence, and military unit to claim a $10 million reward for Hambali,s capture." ซึ่งทางฝ่ายไทยเราก็น่าจะภูมิใจในการมีส่วนร่วมในการรับใช้ครั้งยิ่งใหญ่นี้ โดยคนไทยหรือข้าราชการผู้มีเกียรติของไทยไม่ได้เหนื่อยเปล่า จ่ายกันเป็นร้อยๆ ล้านบาททีเดียว
ขนาดงานกระจอกอย่างนี้ก็ฟาดกันถึงขนาดนี้ เกิดมาเป็นคนไทยซะอย่าง ถ้าอะไรที่มันใหญ่กว่านี้จะขนาดไหน เรื่องขายชาติขายศักดิ์ศรีกันนั้นคนไทยไม่แคร์ใครเหมือนกัน เราทำได้และพร้อมที่จะทำกันในทุกเงื่อนไข
ฮัมบาลีคนนี้ถือกันว่าเป็นมือขวาหรือเป็นตัวแทนชั้นเสนาธิการของ บิน ลาดิน
ในเอเชียอาคเนย์ และเป็นสมาชิกวงในของขบวนการของ บิน ลาดินคนเดียวที่ไปจากเอเชียอาคเนย์ อเมริกาได้ระดมเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเฉพาะหน่วยสืบราชการลับของประเทศในเอเชียอาคเนย์ทั้งหมดสำหรับช่วยติดตามแกะรอยจนได้ตัว แล้วรีบหิ้วหนีออกไปหาที่สอบสวนทันทีโดยไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ที่ไหนรู้เห็นนอกจากอเมริกันหรือซีไอเอเท่านั้นที่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร
อเมริกาถือว่าการจับฮัมบาลีเพียงคนเดียวเท่านั้นก็ถือว่าเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญที่สุดในการปราบปรามผู้ก่อการร้ายมุสลิมในฐานะที่เขาเป็นหัวหน้า และเป็นผู้รับผิดชอบของขบวนการ เขาต้องรับผิดชอบในการระเบิดในอินโดนีเซียและบาหลีเมื่อเดือนตุลาคมปี 2545 ฮัมบาลีมีหน้าที่จัดหาเงินให้การสนับสนุน และรับสมัครเจ้าหน้าที่ผลิตระเบิดในการระเบิดไนต์คลับในบาหลีที่ทำให้คนตายถึง 22 คนในปี 2543
จากการติดตามสอบสวนของซีไอเอ และเจ้าหน้าที่ตำรวจอเมริกันเชื่อว่าฮัมบาลีเป็นแกนนำคนสำคัญในการจัดการประชุมชาวมาเลเซีย 2,000 คน เพื่อวางแผนระเบิดเรือดำน้ำและระเบิดตึกระฟ้าที่นิวยอร์ก
ในตอนที่ถูกจับ เจ้าหน้าที่สืบราชการลับของซีไอเอเชื่อว่าจีไอรายนี้กำลังจัดขบวนการที่จะทำการปล้นเครื่องบินขนส่งสินค้าต่อไปในอนาคต ฮัมบาลีได้ท่องเที่ยวและเดินทางไปทั่วทุกแห่งในเอเชียอาคเนย์ด้วยเงินทุนก้อนใหญ่ที่มาจากขบวนการของเขาในอัฟกานิสถาน ในการประชุมของขบวนการในประเทศไทย เขาเป็นประธานในการตัดสินใจที่จะก่อการร้ายในเมืองไทยเฉพาะกิจการขนาดเล็กเท่านั้น ที่แรกสุดก็เป็นโรงเรียนซึ่งทำติดต่อกันมาเป็นประจำหลายปี รวมถึงไนต์คลับ และโรงแรมเท่านั้น ไม่เล่นกันเป็นเมืองๆ อย่างที่ทำกันในตอนนี้
จากรายงานขององค์การสืบราชการลับของซีไอเอยืนยันว่า การที่ประเทศไทยต้องออกกฎหมายและนำกฎหมายฟอกเงินมาใช้อย่างทุกวันนี้ก็เพราะขบวนการก่อการร้ายของฮัมบาลีที่เป็นศูนย์กลางสำหรับเคลื่อนย้ายเงินก้อนใหญ่ๆ เข้ามาใช้เป็นทุนทำการก่อการร้ายในเมืองไทย โดยยึดเอาเมืองไทยเป็นสถานที่ทำงานด้านการก่อการร้ายทุกอย่าง ซึ่งทางไทยก็ต้องปฏิบัติตามธรรมเนียมคือปฏิเสธส่งเดชไปตามมีตามเกิด เราไม่ได้เกี่ยวข้องหรือไม่ได้รู้เรื่องอะไร แต่ในการทำงานสืบสวนติดตามทั้งหมดนี้ไม่ได้ทำคนเดียว แต่ทุกคนทุกแห่งนั้นจะมีซีไอเอตัวเขื่องๆ ประกบไปด้วย และพร้อมด้วยความร่วมมือของเจ้าหน้าที่สืบราชการลับในเอเชียอาคเนย์ทุกประเทศ จะปฏิเสธก็ปฏิเสธไป แต่ฝ่ายสืบราชการลับของประเทศต่างๆ ยังเชื่อว่าประเทศไทยนั้น เป็นแหล่งกบดานของอาชญากรทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเอกสารปลอม ยาเสพติด และอาวุธผิดกฎหมายร้ายแรงทุกชาติในการสอบสวนที่ได้ใช้วิธีการนานาประการที่จะทำงานต่อไป ฮัมบาลีก็บอกถึงแผนการที่จะต้องทำต่อไปก็คือ การวางแผนที่จะระเบิดสถานทูตอเมริกาในกรุงเทพฯ สถานทูตอังกฤษ สถานทูตออสเตรเลีย สถานทูตอิสราเอล และสถานทูตสิงคโปร์ในกรุงเทพฯ
แต่ทั้งๆ ที่มีการจับกุมฮัมบาลีไปแล้วก็ตาม แต่บรรดาผู้ก่อการร้ายมุสลิมนั้นไม่แสดงความยี่หระอะไรออกมาแม้แต่น้อย และยังตั้งปณิธานที่จะทำกันต่อไป และจะฆ่าต่อไปตามพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า
ในการก่อวินาศกรรมของผู้ก่อการร้ายใน 3 จังหวัดภาคใต้ของไทยเมื่อไม่กี่วันมานี้ ครั้งสุดท้ายที่ถือว่าครึกครื้นมโหฬารที่สุดก็คือวันที่มีการวางระเบิดหรือการทำลายถึง 300 จุดจากการเริ่มต้นอย่างกระจุ๋มกระจิ๋มกันมาตั้งแต่เริ่มฆ่าพระบิณฑบาตวันละเพียง 1 ครั้งเมื่อปีก่อน ในการก่อการร้ายขนานใหญ่ที่พร้อมกันถึง 300 จุดครั้งนั้น และต่อมาผู้รับผิดชอบฝ่ายทหารของไทยได้ให้สัมภาษณ์อย่างโก้เก๋ว่า ทางรัฐบาลไทยหรือผู้รับผิดชอบฝ่ายไทย รู้ตัวหมดแล้วว่าใครอยู่เบื้องหลังการก่อการร้ายทั้งหมดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ที่ยังทำอะไรไม่ได้เรียบร้อยนั้นก็เพราะยังไม่มีพยานหลักฐานที่แน่ชัดเท่านั้น เข้าใจว่าคงอีกไม่นานนักก็จะแก้ปัญหาได้
ในขณะที่นายกรัฐมนตรีของประเทศนี้เคยเรียกคนเหล่านี้ว่า โจรกระจอก!
บางครั้งก็บอกว่าจะใช้เวลาอีก 1 เดือนหรือ 30 วัน หรืออะไรเบ็ดเตล็ดพวกนั้น ว่าสามารถจะจัดการได้อย่างหมูๆ และตอนนี้ไม่เห็นแม้แต่ หางหมู หรือ ขนหมูสักเส้น เมื่อผ่านปีครึ่งมาแล้ว!!
ขอโทษเถอะครับ, ที่พูดมานี้มันทนสดชื่นปรีดาอยู่ไม่ไหว อย่าโกรธกันเลย ผมอยากจะบอกกล่าวว่าให้ระมัดระวังคำพูดกันสักนิด เมื่อไม่รู้ก็ต้องไม่รู้หรือหลับหูหลับตากันไป ก็สวยอยู่แล้ว เพราะเรื่องการก่อการร้ายนี้ไม่ใช่เรื่องกระจอกหรือเรื่องเล็กๆ แต่เป็นเรื่องใหญ่ที่จะต้องกินเวลาที่ยาวนาน และไม่สามารถจะทำความเข้าใจกันได้ในบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้อง
เอาแต่เพียงฮัมบาลีคนเดียวนั้นก็อัศจรรย์แล้ว เขาไม่ได้ทำเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ทำทั่วทั้งเอเชียอาคเนย์มานานหลายปีแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เขามีทุนและคนอันมหาศาลที่ทำมาแล้ว และจะต้องทำต่อไปในนามของชาวมุสลิมทั้งโลก
ไม่ใช่ทำโดยใครคนใดคนหนึ่งหรือพวกมุสลิมที่ไหน แต่มันเป็นองค์การขนาดใหญ่ที่เป็นลูกหลานของพระผู้เป็นเจ้าที่สู้มาแล้วในสงครามครูเสด
ทำด้วยความคิดอย่างเดียวกัน ด้วยศรัทธาและการยอมกายถวายชีวิตอย่างเดียวกันกับคนนอกศาสนาของพวกเขา ไม่ใช่คนคนเดียวหรือคนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด แต่เป็นคนพร้อมที่จะเสียสละและจะต่อสู้เพื่อพระผู้เป็นเจ้า
การต่อสู้เพื่อพระผู้เป็นเจ้าของอิสลามทั่วโลก ไม่ได้ต่อสู้ด้วยการโยนก้อนกรวดก้อนหินเล่นกัน แต่เป็นขบวนการทางการเมืองของอิสลามที่ใหญ่ที่สุด พร้อมด้วยผู้สนับสนุนทางการเงิน สนับสนุนด้วยชีวิต สนับสนุนด้วยความเชื่อที่เกิดขึ้นมายาวนานในประวัติศาสตร์ชาวมุสลิม มันขึ้นอยู่กับว่าในแต่ละยุคแต่ละสมัยจะมีการศึกษาอบรมกันแบบไหน
แต่ควรจะสังเกตด้วยว่าผู้นำมุสลิมที่มีอำนาจอย่าง ซัดดัม ฮุสเซน นั้น ล้วนแต่เป็นนักฆ่าคนตัวฉกาจทั้งสิ้น อย่าไปคิดว่าใครน่ารักกว่าใคร ถ้ายังไม่ผ่านการฆ่าคนมาอย่างโชกโชนแล้ว โอกาสที่จะเป็นใหญ่เป็นโตนั้นจะไม่มี
ถ้าหากนักต่อสู้ผู้ก่อการร้ายคนไทยคนใดอยากจะรู้อะไรให้มากกว่านี้สักนิดแล้ว ลองเดินทางไปเลียบเคียงดูแถวมหาวิทยาลัย Cairo Al-Azar University ที่ไคโรดูสักหน่อยก็รู้เรื่อง ที่นั่นมีอาจารย์และโปรเฟสเซอร์ตัวสำคัญที่ได้รับความนิยมเชื่อถือกันอย่างมากในโลกอิสลามมานานแล้ว ลองไปถามเขาดูบ้าง บางทีจะดีอย่างมากสำหรับชนชั้นปกครองของไทยหรือรัฐบาลไทยทั้งคณะที่ต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายอยู่ในความมืดทุกวันนี้ ไม่ว่าในส่วนหนึ่งส่วนใดของโลก
ก็รายงานของซีไอเออีกนั่นแหละที่ให้รายละเอียดเพิ่มเติมต่อไปว่า
"มีจำนวนผู้ก่อการร้ายในอินโดนีเซียจำนวนมากได้ถูกจับกุมไปแล้วในระยะเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ยืนยันว่ามีชาวอินโดนีเซียอีกหลายพันคนยังคงได้รับการฝึกอยู่ในค่ายอัลกออิดะห์ของ บิน ลาดินในประเทศอัฟกานิสถาน เจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับของอินโดนีเซีย เชื่อว่าเจไอได้จัดเตรียมหน่วยกล้าตายพิเศษขึ้นไว้แล้วไม่น้อยกว่าสองโหลพร้อมที่จะตายทันที (อย่างที่มานั่งตายอยู่ที่กรือเซะของเรา) รายงานที่ค้นได้ในเดือนกรกฎาคม 2546 มีรายชื่อ สถานที่ที่เป็นเป้าหมายของผู้ก่อการร้ายรวมทั้งบริษัทอเมริกันอย่างฮัลลิเบอร์ตัน เอ็กซอน-โมบิล และยูโนแคล พร้อมด้วยประชาชนคนอเมริกันจำนวน 10,000 คนที่อยู่ในอินโดนีเซีย ครึ่งหนึ่งในจาการ์ตาที่ผู้ก่อการร้ายจะไม่ยอมให้พลาดเป้าหมายใดๆ ยิ่งไปกว่านั้น การก่อการร้ายไม่มีความประสงค์จะก่อให้เกิดอันตรายต่อชาวมุสลิมให้ได้รับความเสียหายมากเกินไป ก็จะเล่นกันที่เป้าเล็ก อาจจะเป็นโรงแรม หรือร้านอาหาร และคนอินโดนีเซียที่มีความผูกพันกับอเมริกันเป็นคนอีกพวกหนึ่งที่จะเป็นเหยื่อของเกมนี้"
เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็นเอเชียอาคเนย์หรือใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดเรื่องติดต่อกันมาทุกวันเป็นแรมปีนั้น ก็ต้องถือว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่หรือไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไร การก่อการร้ายที่ทำขึ้นเป็นแต่เพียงการ "ล้อเล่น" เพื่อแก้ง่วงเหงาหาวนอนกันตามปกติเท่านั้น
การเตรียมตัวของผู้ก่อการร้ายมุสลิมยังจะต้องเพิ่มทั้งคุณภาพ ปริมาณ คน และเงินอีกมากมาย การต่อสู้ครั้งใหญ่นั้นจะมุ่งไปที่อเมริกาและทรัพย์สินของอเมริกา อังกฤษ และออสเตรเลีย พร้อมด้วยบรรดาประเทศและผู้คนที่ทำหน้าที่เป็นสุนัขรับใช้ทั้งหลายทั้งปวงของพวกนอกศาสนาพวกนี้เป็นหลัก
เรื่องราวที่เขียนมาทั้งหมดนี้อาจจะไม่ถูกหูไม่ถูกใจท่านผู้หนึ่งผู้ใดก็ตาม ผมจะไม่ขอ
โทษขอโพยท่านผู้หนึ่งผู้ใด จุดประสงค์ของผมมีแต่เพียงว่าอาจจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ต้องการจะรักษาประเทศชาติบ้านเมืองให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำกันได้เท่านั้น
ใครจะยอมรับหรือไม่ยอมรับผมก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรครับ
เมืองไทยนั้น ทุกวันนี้เราจะหวังอะไรมากนักไม่ได้หรอกครับ!!


