คณะของเราออกเดินทางจากท่าอากาศยานกรุงเทพเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม 2548 เวลา 10.30 น. และถึงท่าอากาศยานกรุงปักกิ่งในวันเดียวกัน เวลา 16.30 น.
เมื่อไปถึงสนามบิน อุปนายกสมาคมมิตรภาพฯ คนที่ 4 Xing Yunming ซึ่งรับผิดชอบดูแลกรมเอเชียของสมาคมได้นำคณะมาให้การต้อนรับถึงประตูทางออก และนำเข้าสู่ห้องรับรองพิเศษ โดยมีเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปักกิ่งมาร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นยิ่ง
อุปนายก Xing Yunming เคยมาเยือนประเทศไทย และท่านรองสมคิดก็เคยให้การต้อนรับพบปะกันมาก่อนแล้ว ดังนั้นการโอภาปราศรัยจึงเต็มไปด้วยมิตรภาพอันอบอุ่น
สมาคมมิตรภาพฯ ของจีนได้จัดขบวนรถสำหรับคณะเป็นรถตำรวจนำขบวน 2 คัน เป็นรถสำหรับท่านรองสมคิดและรัฐมนตรีอีก 4 คัน นอกจากนั้นเป็นรถตู้ขนาดใหญ่อีก 4 คัน และยังมีรถขนสัมภาระอีก 4 คัน โดยมีรถปิดขบวนอีก 2 คัน จึงนับเป็นขบวนที่ยืดยาวและใหญ่โต
เพราะเหตุที่คณะของเราถึงกรุงปักกิ่งเวลาเย็น การจราจรเริ่มติดขัดเหมือนกับกรุงเทพฯ แต่ด้วยการอำนวยความสะดวกอย่างดียิ่ง ขบวนของท่านรองสมคิดและคณะจึงสามารถไปถึงที่พักได้อย่างสะดวกสบาย เพราะมีการปิดถนนตลอดเส้นทาง
สมาคมมิตรภาพฯ ได้จัดให้คณะของเราเข้าพักที่เรือนรับรองแขกเมืองเตี้ยวหยูไถ่ ซึ่งเป็นเรือนรับรองแขกเมืองอย่างเป็นทางการของจีน หลังการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ว
ทางการจีนมีที่รับรองแขกเมือง 3 แห่ง คือ ทำเนียบจงหนานไห่, มหาศาลาประชาชน และเรือนรับรองเตี้ยวหยูไถ่ นอกจากนี้ก็จะเป็นการรับรองตามสถานที่ทำงานของแต่ละหน่วยงาน หรือโรงแรมของรัฐ หรือโรงแรมสังกัดรัฐวิสาหกิจ
ทำเนียบจงหนานไห่เป็นศูนย์กลางการบริหารของจีนเพราะเป็นที่ทำการของคณะกรรมการประจำกรมการเมือง แห่งคณะกรรมการกลาง ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน หรือที่เรียกว่าศูนย์การนำ ปัจจุบันนี้มีอยู่ 9 คน นำโดยเลขาธิการใหญ่หูจิ่นเทาเป็นศูนย์กลาง
ทำเนียบจงหนานไห่เคยเป็นที่พำนักและที่ทำการของประธานเหมาเจ๋อตง ใช้เป็นที่ต้อนรับเป็นหลัก และถ้าจำเป็นก็มีงานจัดเลี้ยงรับรองที่ห้องรับรองซึ่งตบแต่งแบบสถาปัตยกรรมโบราณของจีน คือ เป็นสถาปัตยกรรมสำหรับวังหลวงของจีนนั่นเอง
อดีตประธานาธิบดีเจียงเจ๋อหมิน อดีตนายกรัฐมนตรีจูหรงจี เคยใช้ทำเนียบจงหนานไห่ให้การต้อนรับบิ๊กจิ๋วมาก่อน และนายกรัฐมนตรีเหวินเจียเป่าเมื่อครั้งที่เป็นรองนายกรัฐมนตรีก็เคยใช้ทำเนียบจงหนานไห่ต้อนรับท่านรองสมคิดในการเดินทางเยือนจีนครั้งแรกมาก่อนเช่นเดียวกัน
ผู้ที่มีอำนาจและสามารถใช้ทำเนียบจงหนานไห่เป็นที่ต้อนรับแขกเมืองคือบุคคลระดับสูงของจีนคือระดับคณะกรรมการประจำกรมการเมือง แห่งคณะกรรมการกลางเท่านั้น และโดยทั่วไปก็จะใช้สำหรับการรับรองพบปะเจรจาหารือ เว้นแต่กรณีพิเศษสำหรับบุคคลพิเศษก็จะมีการจัดงานเลี้ยงรับรองที่ทำเนียบจงหนานไห่
อดีตผู้นำของไทยที่ทางจีนเคยจัดการรับรองและเลี้ยงรับรองที่ทำเนียบจงหนานไห่เท่าที่รู้ก็เห็นจะมีแต่พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ เพียงคนเดียวเท่านั้น
ส่วนมหาศาลาประชาชนจะใช้สำหรับการต้อนรับ พบปะ ปรึกษาหารือ และการจัดงานเลี้ยงรับรองเพื่อเป็นเกียรติแก่แขกเมือง โดยผู้มีอำนาจใช้สถานที่จะต้องเป็นผู้มีตำแหน่งระดับกรรมการกลางพรรคขึ้นไป และโดยทั่วไปก็จะมีฐานะตั้งแต่ระดับคณะกรรมการกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางขึ้นไป
ในกรณีที่หน่วยงานของจีนจะใช้มหาศาลาประชาชนเป็นที่เลี้ยงรับรอง ผู้ขอใช้ก็ต้องมีฐานะระดับกรรมการกลางของพรรค และต้องเป็นงานเลี้ยงรับรองบุคคลสำคัญต่างประเทศเท่านั้น
ทั้งทำเนียบจงหนานไห่และมหาศาลาประชาชนจะไม่มีที่พักสำหรับแขกเมือง ดังนั้นกิจกรรมที่ใช้จึงเป็นเรื่องต้อนรับ พบปะ สนทนา และจัดเลี้ยง ยกเว้นบางกรณีก็จะมีการใช้ชั้นล่างของมหาศาลาประชาชนเป็นที่ตรวจพลสวนสนามสำหรับกองเกียรติยศในการต้อนรับแขกเมืองด้วย
มหาศาลาประชาชนสร้างในตอนต้นของการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน อำนวยการก่อสร้างโดยนายกรัฐมนตรีโจวเอินไหล เป็นอาคารขนาดใหญ่มาก แต่ใช้เวลาในการก่อสร้างโดยช่างจีนและแรงงานจีนทั้งหมด ใช้เวลาในการก่อสร้างเพียง 11 เดือนเท่านั้น
เขาไม่ต้องจ้างที่ปรึกษาต่างชาติ และไม่ต้องจ้างคนต่างชาติมาทำ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างในประเทศจีนเขาจะพยายามทำโดยคนจีน และใช้ข้าวของของจีนทั้งสิ้น
สำหรับเรือนรับรองแขกเมืองเตี้ยวหยูไถ่นั้นก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครองของจีนคือราชอุทยานขององค์จักรพรรดิ สำหรับทรงใช้ตกปลาในยามพักผ่อน ซึ่งในยุคนั้นก็ต้องถือว่าเป็นราชอุทยานที่อยู่นอกเมือง เพราะห่างไกลออกไปจากพระราชวังต้องห้ามหลายกิโลเมตร ซึ่งยุคที่ต้องเดินด้วยเท้านั้นต้องถือว่าเป็นทางไกลพอสมควร
หลังสถาปนาประเทศจีนใหม่ พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ปรับปรุงเตี้ยวหยูไถ่ให้เป็นสถานที่รับรองแขกเมือง จะเรียกว่าเป็นเรือนรับรองแขกเมืองอย่างเป็นทางการของจีนก็ได้
เขาคงสภาพภูมิสถาปัตย์ทั้งหลายไว้โดยทั่วไป มีอาคารแบบโบราณของเดิมอยู่หลายหลัง ทั่วทั้งพื้นที่จัดเป็นสวน มีคูคลองน้ำทั่วถึงตามแบบภูมิสถาปัตย์ของจีนที่ต้องบริบูรณ์พร้อมด้วยฮวงและจุ้ย คือ ต้องรับลมบริสุทธิ์ได้อย่างเต็มที่และต้องมีน้ำหล่อเลี้ยงตลอดเวลา
เดิมมีอาคารรับรองอยู่ชุดหนึ่ง เรียกว่าเตี้ยวหยูไถ่เก่า ซึ่งปัจจุบันใช้สำหรับเจ้าหน้าที่ของจีน ได้มีการก่อสร้างอาคารเพิ่มเติมเป็นเรือนรับรองแบบเกสต์เฮ้าส์หรือโรงแรมขนาดเล็ก แยกเป็นส่วน ๆ ส่วนละอาคาร จำนวน 19 อาคาร แต่ละอาคารมีห้องพักมากน้อยแตกต่างกัน
อาคารแต่ละหลังจะมีห้องครัวของตนเองสำหรับให้บริการแก่แขกเมือง และมีเมนูอาหารเป็นการเฉพาะของเตี้ยวหยูไถ่ แตกต่างจากเมนูอาหารจีนทั่วไปที่กินกันอยู่ในบ้านเรา และนับว่าเป็นอาหารชั้นเลิศของจีน
หนึ่งในเมนูอาหารสำคัญนั้นคือซุบไข่ปลาหมึก ซึ่งบริการในหม้อดินเล็ก ๆ น้ำใสสะอาด แต่รสชาตินุ่มนวลเอร็ดอร่อยเป็นเลิศ เมนูนี้ถูกกำหนดโดยนายกรัฐมนตรีโจวเอินไหลให้เป็นเมนูประจำในงานเลี้ยงรับรองของเตี้ยวหยูไถ่ และดูเหมือนว่าจะเป็นความภาคภูมิใจของอธิบดีกรมการต้อนรับแขกเมืองและบริกรของเตี้ยวหยูไถ่ทุกคน
ในจำนวน 19 อาคารนี้จะเป็นอาคารสำหรับต้อนรับประมุขรัฐ คืออาคารหมายเลข 8 แต่ถ้าเป็นระดับหัวหน้าผู้บริหารของรัฐก็ใช้อาคารอื่น ๆ ได้
ผู้นำจีนระดับกรรมการประจำกรมการเมืองจะใช้อาคารหมายเลข 6 และหมายเลข 8 ในการต้อนรับพบปะแขกเมือง ส่วนผู้นำระดับต่ำกว่ากรรมการประจำกรมการเมืองมาจนถึงระดับกรรมการกลางก็ใช้อาคารหลังอื่นในการรับรองแขกเมือง
ดังนั้นเรือนรับรองเตี้ยวหยูไถ่จึงมีความแตกต่างจากทำเนียบจงหนานไห่และมหาศาลาประชาชนตรงที่ใช้เป็นที่พักสำหรับแขกเมืองด้วย
เนื่องจากเรือนรับรองแขกเมืองเตี้ยวหยูไถ่นี้เป็นที่ต้อนรับและรับรองแขกเมืองสำคัญ ดังนั้นจึงมีการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด รถราที่จะเข้าออกและบุคคลที่จะเข้าออกจะต้องได้รับอนุญาตเฉพาะ
ดังนั้นการที่ได้เข้าพักในเรือนรับรองเตี้ยวหยูไถ่จึงถือว่าเป็นเกียรติ และเพราะเหตุนี้คนทั้งหลายที่เดินทางไปประเทศจีนจึงมีความต้องการที่จะได้เข้าไปพักที่เรือนรับรองเตี้ยวหยูไถ่ โดยเฉพาะผู้มีฐานะดีก็มักที่จะติดต่อวิ่งเต้นเพื่อจะได้มีชื่อว่าได้เข้าไปพักที่เรือนรับรองแห่งนี้
ประเทศจีนเขาจึงเห็นเป็นโอกาสที่จะทำมาหาค้าขาย ดังนั้นจึงได้สร้างแบรนด์เนมเตี้ยวหยูไถ่ขึ้นสำหรับสินค้าหลายชนิด และได้สร้างโรงแรมห้าดาวขนาดกลางขึ้นอีกหลังหนึ่งอยู่ด้านหน้านอกบริเวณเตี้ยวหยูไถ่ แต่ใช้ชื่อว่าโรงแรมเตี้ยวหยูไถ่ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ที่ต้องการได้ชื่อว่าได้มาพักที่เตี้ยวหยูไถ่
โรงแรมแห่งนี้จึงเป็นโรงแรมที่ได้รับความนิยมและมีแขกเข้าพักเกินกว่า 80% ทุกวัน
ประเทศไทยของเราในสมัยก่อนก็เห็นความสำคัญของการต้อนรับแขกเมือง จึงได้สร้างโรงแรมเอราวัณขึ้นสำหรับใช้ในการต้อนรับ จัดเลี้ยง และเป็นที่พักของแขกเมือง ต่อมาก็ทรุดโทรมลงแล้วเลิกกิจการไป หลังจากนั้นเอกชนก็ได้เข้าทำสัญญากับเจ้าของที่ดิน และก่อสร้างเป็นโรงแรมเอราวัณใหม่ในปัจจุบันนี้
ในปัจจุบันนี้ประเทศไทยจึงไม่มีเรือนรับรองแขกเมืองเป็นของตนเอง ยกเว้นก็แต่พระที่นั่งบรมพิมานซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงใช้สำหรับเป็นที่พำนักของพระราชอาคันตุกะเท่านั้น
รัฐบาลคิดอ่านทำอะไรต่อมิอะไรมากมายเพื่อศักดิ์ศรีและหน้าตาของประเทศ จึงน่าที่จะคิดอ่านสร้างเรือนรับรองแขกเมืองให้เป็นที่เป็นทางตามแบบอย่างของคนโบราณที่ท่านทำเอาไว้ ก็จะเป็นคุณประโยชน์แก่บ้านเมืองเป็นอันมาก
เนื่องจากคณะของท่านรองสมคิดเป็นคณะใหญ่ อาคารรับรองหลังเดียวไม่เพียงพอต่อการพักของคณะ ดังนั้นทางฝ่ายจีนจึงจัดให้คณะได้พักถึงสองอาคาร คืออาคารหมายเลข 9 และหมายเลข 17
อาคารหมายเลข 9 ถูกจัดให้เป็นที่พักของท่านรองสมคิด, ท่านรองพินิจ และรัฐมนตรีร่วมคณะทั้ง 3 ท่าน ตลอดจนทีมงานอีกไม่กี่คน ส่วนที่เหลืออีกราว 60 คน ถูกจัดให้พักที่อาคารหมายเลข 17 ซึ่งมีห้องพักจำนวนมากที่สุดในบรรดาอาคารทั้งหลายของเตี้ยวหยูไถ่
ได้สังเกตพบว่ากรมการต้อนรับแขกเมืองของจีนเขาได้ปรับปรุงเตี้ยวหยูไถ่ไม่ขาดตอน เพราะแต่ละครั้งที่เข้าพักก็ได้พบว่ามีการปรับปรุงอาคารสถานที่ให้เป็นแบบทันสมัย มีเครื่องมือเครื่องใช้และอุปกรณ์ทั้งหลายที่ทันสมัยในระดับโรงแรมซูเปอร์ห้าดาวทีเดียว
การที่สมาคมมิตรภาพระหว่างประเทศ แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน จัดให้คณะของท่านรองสมคิดได้เข้าพักที่เรือนรับรองแห่งนี้ก็แสดงให้เห็นอยู่ในตัวว่าฐานะของเจ้าภาพและแขกที่ได้รับเชิญนั้นมีความสำคัญไม่ธรรมดาเลย
นี่ก็จัดว่าเป็นอานิสงส์อย่างหนึ่งที่ชวลิตเจียงกุนได้สร้างไว้ให้กับคนรุ่นหลัง!
เมื่อไปถึงสนามบิน อุปนายกสมาคมมิตรภาพฯ คนที่ 4 Xing Yunming ซึ่งรับผิดชอบดูแลกรมเอเชียของสมาคมได้นำคณะมาให้การต้อนรับถึงประตูทางออก และนำเข้าสู่ห้องรับรองพิเศษ โดยมีเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปักกิ่งมาร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นยิ่ง
อุปนายก Xing Yunming เคยมาเยือนประเทศไทย และท่านรองสมคิดก็เคยให้การต้อนรับพบปะกันมาก่อนแล้ว ดังนั้นการโอภาปราศรัยจึงเต็มไปด้วยมิตรภาพอันอบอุ่น
สมาคมมิตรภาพฯ ของจีนได้จัดขบวนรถสำหรับคณะเป็นรถตำรวจนำขบวน 2 คัน เป็นรถสำหรับท่านรองสมคิดและรัฐมนตรีอีก 4 คัน นอกจากนั้นเป็นรถตู้ขนาดใหญ่อีก 4 คัน และยังมีรถขนสัมภาระอีก 4 คัน โดยมีรถปิดขบวนอีก 2 คัน จึงนับเป็นขบวนที่ยืดยาวและใหญ่โต
เพราะเหตุที่คณะของเราถึงกรุงปักกิ่งเวลาเย็น การจราจรเริ่มติดขัดเหมือนกับกรุงเทพฯ แต่ด้วยการอำนวยความสะดวกอย่างดียิ่ง ขบวนของท่านรองสมคิดและคณะจึงสามารถไปถึงที่พักได้อย่างสะดวกสบาย เพราะมีการปิดถนนตลอดเส้นทาง
สมาคมมิตรภาพฯ ได้จัดให้คณะของเราเข้าพักที่เรือนรับรองแขกเมืองเตี้ยวหยูไถ่ ซึ่งเป็นเรือนรับรองแขกเมืองอย่างเป็นทางการของจีน หลังการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ว
ทางการจีนมีที่รับรองแขกเมือง 3 แห่ง คือ ทำเนียบจงหนานไห่, มหาศาลาประชาชน และเรือนรับรองเตี้ยวหยูไถ่ นอกจากนี้ก็จะเป็นการรับรองตามสถานที่ทำงานของแต่ละหน่วยงาน หรือโรงแรมของรัฐ หรือโรงแรมสังกัดรัฐวิสาหกิจ
ทำเนียบจงหนานไห่เป็นศูนย์กลางการบริหารของจีนเพราะเป็นที่ทำการของคณะกรรมการประจำกรมการเมือง แห่งคณะกรรมการกลาง ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน หรือที่เรียกว่าศูนย์การนำ ปัจจุบันนี้มีอยู่ 9 คน นำโดยเลขาธิการใหญ่หูจิ่นเทาเป็นศูนย์กลาง
ทำเนียบจงหนานไห่เคยเป็นที่พำนักและที่ทำการของประธานเหมาเจ๋อตง ใช้เป็นที่ต้อนรับเป็นหลัก และถ้าจำเป็นก็มีงานจัดเลี้ยงรับรองที่ห้องรับรองซึ่งตบแต่งแบบสถาปัตยกรรมโบราณของจีน คือ เป็นสถาปัตยกรรมสำหรับวังหลวงของจีนนั่นเอง
อดีตประธานาธิบดีเจียงเจ๋อหมิน อดีตนายกรัฐมนตรีจูหรงจี เคยใช้ทำเนียบจงหนานไห่ให้การต้อนรับบิ๊กจิ๋วมาก่อน และนายกรัฐมนตรีเหวินเจียเป่าเมื่อครั้งที่เป็นรองนายกรัฐมนตรีก็เคยใช้ทำเนียบจงหนานไห่ต้อนรับท่านรองสมคิดในการเดินทางเยือนจีนครั้งแรกมาก่อนเช่นเดียวกัน
ผู้ที่มีอำนาจและสามารถใช้ทำเนียบจงหนานไห่เป็นที่ต้อนรับแขกเมืองคือบุคคลระดับสูงของจีนคือระดับคณะกรรมการประจำกรมการเมือง แห่งคณะกรรมการกลางเท่านั้น และโดยทั่วไปก็จะใช้สำหรับการรับรองพบปะเจรจาหารือ เว้นแต่กรณีพิเศษสำหรับบุคคลพิเศษก็จะมีการจัดงานเลี้ยงรับรองที่ทำเนียบจงหนานไห่
อดีตผู้นำของไทยที่ทางจีนเคยจัดการรับรองและเลี้ยงรับรองที่ทำเนียบจงหนานไห่เท่าที่รู้ก็เห็นจะมีแต่พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ เพียงคนเดียวเท่านั้น
ส่วนมหาศาลาประชาชนจะใช้สำหรับการต้อนรับ พบปะ ปรึกษาหารือ และการจัดงานเลี้ยงรับรองเพื่อเป็นเกียรติแก่แขกเมือง โดยผู้มีอำนาจใช้สถานที่จะต้องเป็นผู้มีตำแหน่งระดับกรรมการกลางพรรคขึ้นไป และโดยทั่วไปก็จะมีฐานะตั้งแต่ระดับคณะกรรมการกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางขึ้นไป
ในกรณีที่หน่วยงานของจีนจะใช้มหาศาลาประชาชนเป็นที่เลี้ยงรับรอง ผู้ขอใช้ก็ต้องมีฐานะระดับกรรมการกลางของพรรค และต้องเป็นงานเลี้ยงรับรองบุคคลสำคัญต่างประเทศเท่านั้น
ทั้งทำเนียบจงหนานไห่และมหาศาลาประชาชนจะไม่มีที่พักสำหรับแขกเมือง ดังนั้นกิจกรรมที่ใช้จึงเป็นเรื่องต้อนรับ พบปะ สนทนา และจัดเลี้ยง ยกเว้นบางกรณีก็จะมีการใช้ชั้นล่างของมหาศาลาประชาชนเป็นที่ตรวจพลสวนสนามสำหรับกองเกียรติยศในการต้อนรับแขกเมืองด้วย
มหาศาลาประชาชนสร้างในตอนต้นของการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน อำนวยการก่อสร้างโดยนายกรัฐมนตรีโจวเอินไหล เป็นอาคารขนาดใหญ่มาก แต่ใช้เวลาในการก่อสร้างโดยช่างจีนและแรงงานจีนทั้งหมด ใช้เวลาในการก่อสร้างเพียง 11 เดือนเท่านั้น
เขาไม่ต้องจ้างที่ปรึกษาต่างชาติ และไม่ต้องจ้างคนต่างชาติมาทำ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างในประเทศจีนเขาจะพยายามทำโดยคนจีน และใช้ข้าวของของจีนทั้งสิ้น
สำหรับเรือนรับรองแขกเมืองเตี้ยวหยูไถ่นั้นก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครองของจีนคือราชอุทยานขององค์จักรพรรดิ สำหรับทรงใช้ตกปลาในยามพักผ่อน ซึ่งในยุคนั้นก็ต้องถือว่าเป็นราชอุทยานที่อยู่นอกเมือง เพราะห่างไกลออกไปจากพระราชวังต้องห้ามหลายกิโลเมตร ซึ่งยุคที่ต้องเดินด้วยเท้านั้นต้องถือว่าเป็นทางไกลพอสมควร
หลังสถาปนาประเทศจีนใหม่ พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ปรับปรุงเตี้ยวหยูไถ่ให้เป็นสถานที่รับรองแขกเมือง จะเรียกว่าเป็นเรือนรับรองแขกเมืองอย่างเป็นทางการของจีนก็ได้
เขาคงสภาพภูมิสถาปัตย์ทั้งหลายไว้โดยทั่วไป มีอาคารแบบโบราณของเดิมอยู่หลายหลัง ทั่วทั้งพื้นที่จัดเป็นสวน มีคูคลองน้ำทั่วถึงตามแบบภูมิสถาปัตย์ของจีนที่ต้องบริบูรณ์พร้อมด้วยฮวงและจุ้ย คือ ต้องรับลมบริสุทธิ์ได้อย่างเต็มที่และต้องมีน้ำหล่อเลี้ยงตลอดเวลา
เดิมมีอาคารรับรองอยู่ชุดหนึ่ง เรียกว่าเตี้ยวหยูไถ่เก่า ซึ่งปัจจุบันใช้สำหรับเจ้าหน้าที่ของจีน ได้มีการก่อสร้างอาคารเพิ่มเติมเป็นเรือนรับรองแบบเกสต์เฮ้าส์หรือโรงแรมขนาดเล็ก แยกเป็นส่วน ๆ ส่วนละอาคาร จำนวน 19 อาคาร แต่ละอาคารมีห้องพักมากน้อยแตกต่างกัน
อาคารแต่ละหลังจะมีห้องครัวของตนเองสำหรับให้บริการแก่แขกเมือง และมีเมนูอาหารเป็นการเฉพาะของเตี้ยวหยูไถ่ แตกต่างจากเมนูอาหารจีนทั่วไปที่กินกันอยู่ในบ้านเรา และนับว่าเป็นอาหารชั้นเลิศของจีน
หนึ่งในเมนูอาหารสำคัญนั้นคือซุบไข่ปลาหมึก ซึ่งบริการในหม้อดินเล็ก ๆ น้ำใสสะอาด แต่รสชาตินุ่มนวลเอร็ดอร่อยเป็นเลิศ เมนูนี้ถูกกำหนดโดยนายกรัฐมนตรีโจวเอินไหลให้เป็นเมนูประจำในงานเลี้ยงรับรองของเตี้ยวหยูไถ่ และดูเหมือนว่าจะเป็นความภาคภูมิใจของอธิบดีกรมการต้อนรับแขกเมืองและบริกรของเตี้ยวหยูไถ่ทุกคน
ในจำนวน 19 อาคารนี้จะเป็นอาคารสำหรับต้อนรับประมุขรัฐ คืออาคารหมายเลข 8 แต่ถ้าเป็นระดับหัวหน้าผู้บริหารของรัฐก็ใช้อาคารอื่น ๆ ได้
ผู้นำจีนระดับกรรมการประจำกรมการเมืองจะใช้อาคารหมายเลข 6 และหมายเลข 8 ในการต้อนรับพบปะแขกเมือง ส่วนผู้นำระดับต่ำกว่ากรรมการประจำกรมการเมืองมาจนถึงระดับกรรมการกลางก็ใช้อาคารหลังอื่นในการรับรองแขกเมือง
ดังนั้นเรือนรับรองเตี้ยวหยูไถ่จึงมีความแตกต่างจากทำเนียบจงหนานไห่และมหาศาลาประชาชนตรงที่ใช้เป็นที่พักสำหรับแขกเมืองด้วย
เนื่องจากเรือนรับรองแขกเมืองเตี้ยวหยูไถ่นี้เป็นที่ต้อนรับและรับรองแขกเมืองสำคัญ ดังนั้นจึงมีการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด รถราที่จะเข้าออกและบุคคลที่จะเข้าออกจะต้องได้รับอนุญาตเฉพาะ
ดังนั้นการที่ได้เข้าพักในเรือนรับรองเตี้ยวหยูไถ่จึงถือว่าเป็นเกียรติ และเพราะเหตุนี้คนทั้งหลายที่เดินทางไปประเทศจีนจึงมีความต้องการที่จะได้เข้าไปพักที่เรือนรับรองเตี้ยวหยูไถ่ โดยเฉพาะผู้มีฐานะดีก็มักที่จะติดต่อวิ่งเต้นเพื่อจะได้มีชื่อว่าได้เข้าไปพักที่เรือนรับรองแห่งนี้
ประเทศจีนเขาจึงเห็นเป็นโอกาสที่จะทำมาหาค้าขาย ดังนั้นจึงได้สร้างแบรนด์เนมเตี้ยวหยูไถ่ขึ้นสำหรับสินค้าหลายชนิด และได้สร้างโรงแรมห้าดาวขนาดกลางขึ้นอีกหลังหนึ่งอยู่ด้านหน้านอกบริเวณเตี้ยวหยูไถ่ แต่ใช้ชื่อว่าโรงแรมเตี้ยวหยูไถ่ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ที่ต้องการได้ชื่อว่าได้มาพักที่เตี้ยวหยูไถ่
โรงแรมแห่งนี้จึงเป็นโรงแรมที่ได้รับความนิยมและมีแขกเข้าพักเกินกว่า 80% ทุกวัน
ประเทศไทยของเราในสมัยก่อนก็เห็นความสำคัญของการต้อนรับแขกเมือง จึงได้สร้างโรงแรมเอราวัณขึ้นสำหรับใช้ในการต้อนรับ จัดเลี้ยง และเป็นที่พักของแขกเมือง ต่อมาก็ทรุดโทรมลงแล้วเลิกกิจการไป หลังจากนั้นเอกชนก็ได้เข้าทำสัญญากับเจ้าของที่ดิน และก่อสร้างเป็นโรงแรมเอราวัณใหม่ในปัจจุบันนี้
ในปัจจุบันนี้ประเทศไทยจึงไม่มีเรือนรับรองแขกเมืองเป็นของตนเอง ยกเว้นก็แต่พระที่นั่งบรมพิมานซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงใช้สำหรับเป็นที่พำนักของพระราชอาคันตุกะเท่านั้น
รัฐบาลคิดอ่านทำอะไรต่อมิอะไรมากมายเพื่อศักดิ์ศรีและหน้าตาของประเทศ จึงน่าที่จะคิดอ่านสร้างเรือนรับรองแขกเมืองให้เป็นที่เป็นทางตามแบบอย่างของคนโบราณที่ท่านทำเอาไว้ ก็จะเป็นคุณประโยชน์แก่บ้านเมืองเป็นอันมาก
เนื่องจากคณะของท่านรองสมคิดเป็นคณะใหญ่ อาคารรับรองหลังเดียวไม่เพียงพอต่อการพักของคณะ ดังนั้นทางฝ่ายจีนจึงจัดให้คณะได้พักถึงสองอาคาร คืออาคารหมายเลข 9 และหมายเลข 17
อาคารหมายเลข 9 ถูกจัดให้เป็นที่พักของท่านรองสมคิด, ท่านรองพินิจ และรัฐมนตรีร่วมคณะทั้ง 3 ท่าน ตลอดจนทีมงานอีกไม่กี่คน ส่วนที่เหลืออีกราว 60 คน ถูกจัดให้พักที่อาคารหมายเลข 17 ซึ่งมีห้องพักจำนวนมากที่สุดในบรรดาอาคารทั้งหลายของเตี้ยวหยูไถ่
ได้สังเกตพบว่ากรมการต้อนรับแขกเมืองของจีนเขาได้ปรับปรุงเตี้ยวหยูไถ่ไม่ขาดตอน เพราะแต่ละครั้งที่เข้าพักก็ได้พบว่ามีการปรับปรุงอาคารสถานที่ให้เป็นแบบทันสมัย มีเครื่องมือเครื่องใช้และอุปกรณ์ทั้งหลายที่ทันสมัยในระดับโรงแรมซูเปอร์ห้าดาวทีเดียว
การที่สมาคมมิตรภาพระหว่างประเทศ แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน จัดให้คณะของท่านรองสมคิดได้เข้าพักที่เรือนรับรองแห่งนี้ก็แสดงให้เห็นอยู่ในตัวว่าฐานะของเจ้าภาพและแขกที่ได้รับเชิญนั้นมีความสำคัญไม่ธรรมดาเลย
นี่ก็จัดว่าเป็นอานิสงส์อย่างหนึ่งที่ชวลิตเจียงกุนได้สร้างไว้ให้กับคนรุ่นหลัง!


