xs
xsm
sm
md
lg

ไทย-มาเลย์ตกลงใช้ฟอร์มศุลกากรอาเซียน-ตรวจสินค้าจุดเดียว

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ศูนย์ข่าวภูเก็ต -ไทย-มาเลเซียบรรลุข้อตกลง ความร่วมมือด้านศุลกากร เห็นชอบร่วมกันที่จะนำแบบฟอร์มศุลกากร ในกรอบอาเซียนและการตรวจสินค้า ณ จุดเดียวกันมาใช้ เพื่อเพิ่มความสะดวกและรวดเร็ว ในการค้าขายระหว่างกันที่มีจำนวนสูงกว่าปีละ 3 แสนล้านบาท ขณะที่ไทยเตรียมนำความร่วมมือดังกล่าวปรับใช้กับประเทศกลุ่มแม่น้ำโขง

วานนี้ (25 พ.ค.)นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ อธิบดีกรมศุลกากร เป็นประธาน เปิดการประชุมความร่วมมือทวิภาคีไทย-มาเลเซีย ครั้งที่ 1 ด้านพิธีการศุลกากร ณ โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ จ.ภูเก็ต โดยมีนายอับดุล ราชิด บิน อัจยี โบลอง รองอธิบดีกรมศุลกากรมาเลเซีย และรองอธิบดีกรมศุลกากรของไทย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศุลกากรทั้งฝ่ายไทยและมาเลเซียเข้าร่วมประชุมระหว่างวันที่ 24-26 พฤษภาคม 2548

นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผย ว่า การประชุมร่วมกันครั้งนี้ เพื่อก่อให้เกิดความร่วมมือเกี่ยวกับระบบศุลกากร ในการส่งเสริมความสะดวกทางด้านการค้าระหว่างทั้งสองประเทศ รวมทั้งเพื่อให้ความร่วมมือระหว่างไทยกับมาเลเซีย เป็นไปตามกรอบของศุลกากรอาเซียน 10 ประเทศ ที่ได้มีการประชุมตกลงความร่วมมือกันเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

ความร่วมมือด้านศุลกากร ที่ไทยและมาเลเซีย จะหารือและตกลงในรายละเอียดในทางปฏิบัติมี 2 เรื่อง คือ การนำแบบฟอร์มการปฏิบัติด้านศุลกากร ที่เป็นรูปแบบเดียวกันทั้งหมดในกลุ่มประเทศอาเซียนมาใช้ ระหว่างไทยกับมาเลเซีย หลังการประชุมในครั้งนี้ และการใช้รูปแบบดังกล่าวเป็นการจะใช้ผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์

"ไทยและมาเลเซีย เป็นประเทศคู่แรกในกลุ่มประเทศอาเซียน ที่ใช้แบบฟอร์มอา"

นอกจากนี้ทั้งไทยและมาเลเซีย ยังเห็นชอบร่วมกันที่จะใช้ระบบการตรวจสอบสินค้า ณ จุดเดียวกัน ที่ประเทศใดประเทศหนึ่ง ที่เป็นผู้ส่งออกเพียงประเทศเดียว โดยประเทศที่นำเข้าไปต้องมีการตรวจสินค้าอีกแล้ว โดยในเบื้องต้นคาดว่าฝ่ายไทยจะกำหนดจุดตรวจสินค้า 2 จุด คือ ที่ด่านสะเดา จ.สงขลา และอีกหนึ่งด่านจะต้องหารือกับทางมาเลเซียก่อน

นายสถิตย์ กล่าวอีกว่า ภายหลังจากที่ทั้งไทยและมาเลเซีย สามารถที่จะตกลงลดขั้นตอนพิธีการศุลกากรลงได้จะเป็นการส่งเสริมการค้าขายระหว่างกัน ให้มีความสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเกิดประโยชน์ทั้งสองประเทศ และศุลกากรของไทยจะนำรูปแบบดังกล่าว ไปใช้กับประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง ทั้ง พม่า ลาวและกัมพูชา ต่อไป

สำหรับสถิติการค้าระหว่างไทยกับมาเลเซีย ที่ผ่านด่านศุลกากรในพื้นที่ภาคใต้ 3 ด่าน คือ ด่านศุลกากรสะเดา ด่านศุลกากรสุไหงโก-ลกและด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ ในปี 2547 มีการนำเข้าสินค้าประมาณ 66 ล้านบาท และส่งออกสินค้า 157 ล้านบาท แต่หากเป็นการนำเข้าและส่งออกทุกด่านในภาคใต้คาดว่าตัวเลขจะอยู่ที่ประมาณปีละ 3 แสนล้านบาท โดยสินค้าหลักที่ทางไทยส่งออกไปมาเลเซียจะเป็นยางพารา ผลิตภัณฑ์จากยางพารา ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนสินค้านำเข้ามาเป็นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น