xs
xsm
sm
md
lg

ความรัก ความไว้วางใจ และศรัทธา

เผยแพร่:   โดย: ลิขิต ธีรเวคิน

www.dhiravegin.com
likhit@dhiravegin.com

หลายคนที่เคยได้ทราบเรื่องของชาวไทยมุสลิมอายุ 60 ปี ที่ชื่อถาวร พนัย อาศัยอยู่ที่จังหวัดกระบี่ คงจะรู้สึกประทับใจในความรักและความเมตตาที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ถาวรได้รับเด็กหญิงผู้หนึ่งชื่อแต๋วเป็นลูกบุญธรรมทั้งๆ ที่มีลูกชายอยู่แล้วหนึ่งคน ในรายของแต๋วนั้นไม่มีปัญหาอะไรเพราะแต๋วได้รับความสุขจากถาวรที่เป็นพ่อใหม่ ต่อมาถาวรได้รับเด็กอีกสองคนซึ่งเป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่ง เด็กผู้ชายชื่อมาลิก เด็กผู้หญิงชื่อแก้ว จากจังหวัดนครปฐม เด็กสองคนที่ถาวรรับเป็นลูกบุญธรรมจากนครปฐมนี้กลายเป็นปัญหาสำหรับถาวรและภรรยาในตอนแรก

ทั้งนี้เพราะเด็กทั้งคู่ถูกทำร้ายทั้งทางร่างกาย และจิตใจจากญาติซึ่งรับภาระในการดูแลหลังจากถูกทิ้งโดยพ่อแม่ แก้วเป็นเด็กผู้หญิงที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นและไม่ไว้วางใจใครทั้งสิ้น ส่วนมาลิกมีอารมณ์รุนแรงและชอบใช้ภาษาหยาบคาย บางครั้งก็มีการถามว่าทำไมถึงรับมาเป็นลูกทั้งๆ ที่ไม่ใช่พ่อลูกกัน เด็กผู้ชายนั้นบางครั้งก็กลัวความมืดและถือมีดไปรอบๆ บ้าน และแม้แต่เข้านอนก็ถือมีดติดตัวไป หรือมิฉะนั้นก็มีไฟฉายไว้ข้างตัว ความกล้วที่จะฝันร้ายทำให้นอนไม่หลับ ถาวรจะนอนอยู่ข้างๆ เป็นเพื่อน และต่อมาก็จะนอนโดยจับมือเด็กชายไว้ ผลที่สุดความสัมพันธ์ระหว่างถาวรและเด็กก็เกิดขึ้นโดยเด็กบอกว่าเสียใจที่ทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และเรียกถาวรว่าพ่อ

เรื่องราวของถาวรทำให้เกิดข้อคิดหลายประการ ที่สำคัญคือไม่ว่าใครจะนับถือศาสนาใดก็ตามก็คงหนีไม่พ้นหลักการใหญ่ๆ 3 ข้อ นั่นคือ ความรัก ความไว้วางใจ และความศรัทธา ความรักที่มีต่อเพื่อนมนุษย์หรือต่อสิ่งมีชีวิตในโลกนั้นเป็นหลักการสำคัญยิ่งของความเป็นคน และการอยู่ร่วมกันโดยสันติ ในแง่หนึ่งมนุษย์ที่เกิดมาต่างก็ต้องเผชิญกับความทุกข์ของชีวิต โดยทุกคนจะต้องมีความพยายามที่จะรักษาชีวิตด้วยการต่อสู้ดิ้นรนเช่นเดียวกับสัตว์อื่น

ขณะเดียวกันยังต้องต่อสู้เพื่อบรรลุถึงภารกิจที่กำหนดโดยสังคม เช่น ต้องศึกษาเล่าเรียน เพื่อมีตำแหน่งหน้าที่การงาน มีเกียรติยศ ชื่อเสียง ฯลฯ บ่อยครั้งก็ต้องเสียสละอย่างมากเพื่ออุดมการณ์และอุดมคติ รวมทั้งภารกิจที่ต้องดูแลครอบครัว คนที่โชคไม่ดีเช่นเด็กสามคนที่ถาวรรับเป็นบุตรบุญธรรมนั้นมาจากครอบครัวที่แตกแยก ซึ่งย่อมยากที่จะมีความไว้วางใจต่อมนุษย์ด้วยกัน แต่จากความรักที่แสดงออกโดยถาวรทำให้เด็กทั้งสามเริ่มมีความไว้วางใจในความสัมพันธ์อันใหม่ และนี่คือหลักการที่สองที่สำคัญยิ่งของสิ่งมีชีวิต นั่นคือ ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน

ความไว้วางใจเป็นหลักการสำคัญแม้ระหว่างมนุษย์และสัตว์ สุนัขซึ่งเปลี่ยนเจ้าของบ่อยๆ เนื่องจากเจ้าของย้ายไปที่อื่นจะเริ่มรู้สึกขาดความไว้วางใจในความสัมพันธ์ที่มีต่อเจ้าของคนใหม่ แม้ขณะที่ให้อาหารก็อาจจะไม่แสดงออกถึงความยินดีอย่างเต็มที่ เพราะไม่แน่ใจว่าเมื่อไหร่จะถูกทิ้งไปอีก แมวซึ่งถูกทำร้ายโดยคนที่ไม่ชอบแมวจะเกิดความไม่ไว้วางใจในมนุษย์แม้จะพยายามให้อาหารก็ตาม ในหมู่มนุษย์คนที่ถูกพ่อแม่ทอดทิ้งย่อมจะพัฒนาทัศนคติที่ไม่ไว้วางใจในความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ กรณีของถาวรเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่าความรักและความเมตตาที่แสดงออกต่อเด็กทั้งสามนั้นทำให้สามารถนำไปสู่การพัฒนาความไว้วางใจที่มีต่อกันได้

นอกเหนือจากความรักและความไว้วางใจ ความศรัทธายังเป็นหลักการสำคัญ มนุษย์ซึ่งมีความศรัทธาในคำสอนของศาสนา ศรัทธาในการทำความดี และการประกอบการกุศล ย่อมจะมีความสงบสุขทางใจ จิตวิญญาณของบุคคลเหล่านี้จะมีสันติสุขซึ่งจะเห็นได้จากรัศมีของความเปล่งปลั่งบนใบหน้า นอกจากนั้นยังมีความเชื่อว่าคนที่มีศรัทธาและมีความสุขนี้จะมีอายุยืนนานกว่าคนที่อมทุกข์และมองโลกในแง่ร้าย ศรัทธาในความดี ความเมตตากรุณา ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การประกอบการกุศล จะเป็นสิ่งชี้นำต่อการดำเนินชีวิตที่มีความสุขทั้งกายและใจ

หลักการสามประการคือ ความรัก ความไว้วางใจ และความศรัทธา มีอยู่ในคนจำนวนมาก และถาวรก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของคนที่มีหลักการทั้งสาม กล่าวได้ว่า หลักการทั้งสามเป็นเสาหลักของสังคมสันติสุข ในแง่หนึ่ง คำสอนของศาสนาต่างๆ ไม่ว่าจะศาสนาใดล้วนแล้วแต่ประกอบด้วยสามหลักการดังกล่าวมาแล้ว หลักการทั้งสามนี้จึงเป็นพื้นฐานสำคัญของคำสอนของศาสดาในโลก ถาวรเป็นชาวไทยมุสลิมแต่ได้แสดงความรักต่อเด็กที่เป็นมนุษย์ เพราะเชื่อว่าเด็กทั้งสามเป็นบุตรของพระผู้เป็นเจ้า เด็กทั้งสามจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่และจะนับถือศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพุทธ หรือศาสนาอื่นใดคงไม่เป็นประเด็นสำคัญ ตราบที่คนทั้งสามจะเติบโตเป็นคนดีของสังคม และเป็นประชาชนที่ดีของประเทศชาติ กล่าวได้ว่า ความรัก ความเมตตาของถาวรที่มีต่อเด็กทั้งสาม จึงเป็นความรักความเมตตาที่มีต่อมนุษยชาติโดยรวม

มีเรื่องเล่ากันว่าระหว่างการต่อสู้เพื่อเอกราชของอินเดีย ได้เกิดการต่อสู้กันระหว่างคนอินเดียที่นับถือศาสนาฮินดูและนับถือศาสนาอิสลาม ชาวฮินดูผู้หนึ่งฆ่าเด็กหญิงที่เป็นมุสลิมและรู้สึกบาปในกรรมที่ก่อขึ้น จึงได้ถามมหาตมะ คานธี ว่า "ทำอย่างไรจึงจะไถ่บาปดังกล่าวได้" มหาตมะ คานธี ได้ตอบว่า "จงรับเด็กผู้หญิงที่เป็นมุสลิมที่ขาดพ่อแม่มาเลี้ยงเป็นบุตรอย่างดี โดยให้ความรัก ความเมตตา และอบรมให้เป็นมุสลิมที่ดี"

มนุษย์เป็นสัตว์ที่มีอารมณ์รุนแรงและต้องต่อสู้เพื่อการอยู่รอดตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์มาแล้ว แต่มาในยุคใหม่แม้จะมีอาหารสมบูรณ์พอเพียง มนุษย์ก็ยังต่อสู้กันด้วยความเชื่อในอุดมการณ์ที่ต่างกันหรือผลประโยชน์ที่ขัดแย้งกันจนเกิดเป็นสงครามใหญ่ๆ สองครั้ง คือ สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง และสงครามโลกครั้งที่สอง นอกจากสงครามดังกล่าวแล้วยังมีสงครามย่อยๆ มากมาย โดยมีการกล่าวกันว่าตั้งแต่มีมนุษย์ เป็นต้นมา ได้เกิดสงครามมาแล้วรวมทั้งสิ้นประมาณ 40,000 ครั้ง จะเห็นได้ว่าเมื่อมนุษย์เข้าห้ำหั่นกันอย่างเอาเป็นเอาตายนั้น มักจะเกิดจากความเกลียดชังที่มีต่อฝ่ายตรงกันข้าม ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางผลประโยชน์ขัดกัน อุดมการณ์ ศาสนาต่างกัน หรือด้วยเหตุผลอื่นใดก็ตาม แต่สิ่งซึ่งขาดไปจากมนุษย์เมื่อมีการทำสงครามนั้นก็คือความรัก และความไว้วางใจซึ่งกันและกัน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งความศรัทธาที่มีต่อการอยู่ร่วมกันโดยสันติ

ด้วยเหตุนี้จึงมีความพยายามที่จะประกาศหลักปัญจศีล ซึ่งได้แก่ หลักการอยู่ร่วมกันโดยสันติ อันได้แก่ การเคารพบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน การเคารพอำนาจอธิปไตยของแต่ละประเทศ การค้ำชูความเสมอภาค และการไม่แทรกแซงในกิจการภายในของกันและกัน แต่หลักการดังกล่าวนี้จะเอื้ออำนวยประโยชน์ต่อสันติภาพได้ก็ต่อเมื่อแต่ละชาติมีความไว้วางใจซึ่งกันและกัน โดยสามารถจะเชื่อถือในคำมั่นสัญญาที่มีต่อกันในรูปของข้อตกลงหรือสนธิสัญญา และที่สำคัญจะต้องมีความรักความปรารถนาดีต่อกัน โดยมีการกระทำที่เอื้ออำนวยประโยชน์ต่อทุกฝ่าย
อย่างไรก็ตาม สภาวการณ์ดังกล่าวมานี้มิได้เกิดขึ้นโดยทั่วไป และตลอดยุคของประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ผลก็คือ การขาดศรัทธาในความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์อันมีพื้นฐานมาจากความรัก และความไว้วางใจซึ่งกันและกัน จนนำไปสู่ความขัดแย้งที่ต้องใช้ความรุนแรงเข้าแก้ไขปัญหา เช่น ภาวะสงครามที่มีอยู่ในอิรัก แต่ที่น่าสลดใจที่สุดก็คือสภาวะของมนุษย์โลกที่ต้องถูกคุกคามและหลอกหลอนโดยภัยอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินที่มาจากขบวนการก่อการร้ายข้ามชาติ อันเนื่องมาจากความขัดแย้งทางการเมือง ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ หรือความแตกต่างกันในคำสอนของศาสนาอันเนื่องจากการตีความที่ผิดๆ ทั้งๆ ที่ทุกศาสนาสอนให้ทุกคนเป็นคนดี มีความรักความเมตตา และความไว้วางใจต่อกัน

ถ้ามนุษย์ในโลกสามารถแสดงความรัก มีความไว้วางใจต่อกัน และมีศรัทธาในคำสอนของศาสนาอย่างแท้จริง โลกก็น่าจะประสบความสันติสุข ชีวิตก็จะมีความร่มรื่น มีความน่าอภิรมย์ เช่นเดียวกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับเด็กทั้งสามที่อยู่ภายใต้ความรัก ความเมตตา ความอบอุ่น ความไว้วางใจของผู้ซึ่งเป็นพ่อใหม่หลังจากที่มีประสบการณ์ที่ฝันร้ายมาเป็นเวลานาน