ในบรรดาประเทศทั้งปวงนั้น ประเทศจีนเป็นประเทศที่เผชิญกับภัยน้ำท่วมและภัยแล้งมากที่สุดของโลก เป็นภัยที่เผชิญหน้าประชาชาติจีนมากว่า 5,000 ปีแล้ว และแต่ละปีหากเกิดภัยแล้งหรือภัยน้ำท่วมขึ้นมา ความเสียหายก็จะรุนแรงมากกว่าที่เกิดขึ้นในประเทศอื่น ๆ
น้ำท่วมขึ้นมาคราหนึ่งบางครั้งผู้คนตายหลายแสนคน บ้านเรือน สัตว์เลี้ยงและทรัพย์สินของราษฎรเสียหายสุดคณานับ เกิดภัยแล้งขึ้นมาคราหนึ่งผู้คนก็ตายเป็นเบือ บนแผ่นดินเต็มไปด้วยโครงซากกระดูกสัตว์
ดังนั้นแต่โบราณกาลเป็นต้นมา หากยุคสมัยไหนสามารถแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมให้บรรเทาเบาบางลงไปได้ ยุคสมัยนั้นแผ่นดินก็จะเป็นสุข ฮ่องเต้พระองค์นั้นก็จะได้รับการสรรเสริญในบุญญาธิการเป็นล้นพ้น
ใครที่เคยอ่านเรื่องเปาบุ้นจิ้นก็จะสังเกตได้อย่างหนึ่งว่ามีอยู่หลายเรื่องราวเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะที่เปาบุ้นจิ้นไปช่วยเหลือราษฎรที่กำลังประสบภัยน้ำท่วมบ้าง กำลังประสบภัยแล้งบ้าง
เมื่อครั้งที่เล่าปี่เข้าไปตั้งหลักได้ในเมืองเสฉวน กิจกรรมแรกเริ่มสุดก็คือการสร้างและพัฒนาระบบชลประทาน เพราะเมืองเสฉวนตั้งอยู่ในที่สูง น้ำท่าไม่อุดมสมบูรณ์ และเป็นเมืองอยู่ท่ามกลางทิวเขา ดังนั้นจึงอาจถูกน้ำท่วมได้ทุกเวลา หากแก้ปัญหาสองเรื่องนี้ไม่ได้ก็ไม่มีทางที่เล่าปี่จะตั้งตัวได้
ดังนั้นขงเบ้งจึงต้องรับหน้าที่ในการคิดอ่านจัดระบบชลประทาน และทุ่มเทให้กับงานนี้ถึงเจ็ดปี จึงจะสร้างระบบชลประทานแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมให้ตกไปได้ ทำให้เสบียงบำรุงเลี้ยงกองทัพอุดมสมบูรณ์ และทำให้ขงเบ้งสามารถทำศึกเหนือเสือใต้ในกาลต่อมาได้ไม่ติดขัด
ขงเบ้งแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมโดยวิธีการเดียว คือสร้างและปรับปรุงระบบชลประทานใหม่ทั้งหมด ไม่ได้แยกแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างหนึ่งหรือภัยแล้งอย่างหนึ่ง ดังนั้นเมื่อระบบชลประทานในเมืองเสฉวนเสร็จสิ้น ถึงหน้าน้ำต่อให้น้ำหลากมาจากแนวภูเขาโดยรอบก็ถูกกักเก็บไว้ในคลองชลประทานที่มีเป็นใยแมงมุมทำให้น้ำไม่ท่วม ครั้นพอถึงหน้าแล้งราษฎรก็มีน้ำใช้ การทำเกษตรและการเลี้ยงสัตว์ก็อุดมสมบูรณ์
ดังนั้นแม้เล่าปี่จะมีสัญญาใจกับกวนอูในการปฏิญาณในสวนท้อเป็นพี่น้องร่วมน้ำสาบานกัน แม้เกิดคนละวันก็จะตายวันเดียวกัน แต่เอาเข้าจริงก็ทำไม่ได้เพราะกองทัพไม่มีเสบียงพร้อมที่จะยกไปต่อกรทำศึก เล่าปี่จึงต้องอดใจรอจนกว่ากำลังเสบียงจะพร้อมพรัก และทันทีที่การผลิตอุดมสมบูรณ์ เสบียงพร้อมพรั่ง เล่าปี่จึงกรีฑาทัพไปรบกับซุนกวน และในที่สุดก็ปราชัย ช้ำใจตายที่เมืองเป๊กเต้
หลังจากยุคราชวงศ์ฮั่นลงมา ปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม โดยทั่วไปในแผ่นดินจีนก็ยังหนักหนาสาหัส แม้เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบบขุนศึกหลังยุคราชวงศ์ชิงแล้ว ปัญหาก็ยังหนักหน่วงอยู่เหมือนเดิม จะดีอยู่บ้างก็ในพื้นที่เมืองเสฉวนที่ใบบุญซึ่งขงเบ้งได้สร้างไว้ในครั้งโน้นยังหลงเหลือร่องรอยและใช้ประโยชน์ได้
ดังนั้นหลังยุทธการผิงจินหรือนัยหนึ่งก็คือยุทธการเป่ยผิงเทียนสิน กองทัพปลดแอกประชาชนจีนได้กรีธาทัพเข้ายึดปักกิ่ง และทำการปลดแอกทั่วประเทศ พร้อมกับสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนขึ้นในโลกแล้ว คนทั่วโลกก็ประทับใจแต่คำประกาศสถาปนาที่ว่า สาธารณรัฐของประชาชนจีนได้สถาปนาขึ้นแล้ว ประชาชนจีนลุกยืนขึ้นแล้วเท่านั้น
แต่สาระสำคัญอีกเรื่องหนึ่งซึ่งเหมาเจ๋อตงได้กำหนดให้เป็นภารกิจใหญ่ของประเทศจีนในระยะ 50 ปีแต่นั้นไป คือการแก้ไขปัญหาสี่ตายให้ตกไปโดยพื้นฐาน นั่นคือแก้ไขปัญหาการรอดตาย ปัญหาน้ำท่วมตาย ปัญหาหนาวตาย และปัญหาฆ่ากันตาย
ปัญหาน้ำท่วมตายที่ว่านี้ก็คือ ปัญหาภัยน้ำท่วมอย่างหนึ่งและปัญหาภัยแล้งอีกอย่างหนึ่งนั่นเอง! เขากำหนดเป็นเป้าหมายระยะยาวถึง 50 ปี เพราะถือว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องหมู ๆ หรือที่ทำแต่พอไปทีปีต่อปีได้
ยุคสมัยของเหมาเจ๋อตงเกือบ 50 ปีที่ครองอำนาจเหนือแผ่นดินจีนนั้น นอกจากด้านอื่น ๆ แล้ว ที่สำคัญมากคือการแก้ไขปัญหาสี่ตายนี้นี่เอง
สถานการณ์ก่อนที่จะสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนนั้น ประเทศจีนไม่มีผืนป่าหลงเหลืออีกเลย แม้ฟืนจะหุงข้าวก็ไม่มี ต้องอาศัยเก็บกวาดหญ้าและเอาดินมาเผาทำถ่าน ใครที่มีเชื้อสายจีนคงจะได้ยินคำเล่าขานจากคนรุ่นก๋งได้ นี่คือสภาพที่หนักหนาสาหัสที่สุดที่ดำรงอยู่ ณ วันที่มีการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน
เวลาล่วงไป 50 ปีเศษหลังจากสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ปัญหาสี่ตายได้รับการแก้ไขไปโดยพื้นฐานดังเจตนารมณ์ของประธานเหมาเจ๋อตงจริง ๆ ในวันนี้ไม่มีคนจีนต้องอดตาย หนาวตาย ถูกน้ำท่วมตาย หรือฆ่ากันตายเล่น ๆ แบบที่เป็นอยู่ในบ้านเมืองของเราอีกแล้ว
ปมเงื่อนในการแก้ไขปัญหาอยู่ตรงที่เขาไม่ได้แยกแก้ปัญหาภัยแล้งอย่างหนึ่ง และแก้ปัญหาภัยน้ำท่วมอีกอย่างหนึ่ง ภายใต้ทฤษฎีวิภาษวิธีวัตถุนิยมที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนถือเป็นทฤษฎีหลักในปฏิบัติการทั้งปวงนั้นถือว่าปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งเป็นองค์เอกภาพเดียวกัน โดยด้านหนึ่งคือปัญหาภัยแล้ง และอีกด้านหนึ่งคือปัญหาน้ำท่วม
ภายใต้การชี้นำของทฤษฎีวิภาษวิธีวัตถุนิยมดังกล่าวนั้น จึงทำให้การแก้ไขปัญหาภัยแล้งและปัญหาน้ำท่วมเป็นแบบบูรณาการ และเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องธงผืนใหญ่ เป็นเจตนารมณ์ใหญ่ของประธานเหมาเจ๋อตงซึ่งคนจีนในยุคนั้นถือว่าเป็นปรมาจารย์ที่ยิ่งใหญ่ เป็นนายท้ายเรือผู้ยิ่งใหญ่ เป็นนักลัทธิมาร์คเลนินผู้ยิ่งใหญ่ ดังนั้นการทุจริตคอร์รัปชัน การแสวงหาประโยชน์โดยไม่ชอบใด ๆ และการล่าช้าใด ๆ ในการแก้ไขปัญหานี้จึงกระทำไม่ได้โดยเด็ดขาด
และภารกิจในการแก้ไขปัญหาก็ถูกกำหนดเป็นโครงการระยะยาวตามที่ประธานเหมาได้ชี้นำไว้ คือต้องใช้เวลาอย่างน้อย 50 ปี
50 ปีนั้นเขาทำอะไรกันบ้าง? เรามาดูตัวอย่างที่เขาแก้ไขปัญหาภัยแล้งและปัญหาน้ำท่วมที่มีขนาดของปัญหาใหญ่ที่สุดของโลก รุนแรงที่สุดของโลกสักหน่อยหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาปัญหาภัยแล้งและปัญหาน้ำท่วมที่มีอยู่ในบ้านเมืองของเรา
พรรคคอมมิวนิสต์จีน กองทัพปลดแอกประชาชนจีน และรัฐบาลจีนได้ถือเป็นภารกิจร่วมกันในการแก้ไขปัญหาสี่ตาย และได้ร่วมมือประสานกันในการแก้ไขปัญหาสี่ตายอย่างเป็นระบบต่อเนื่องและเด็ดเดี่ยว ภายใต้การเอาใจใส่ดูแลอย่างจริงจังของผู้นำพรรค กองทัพ และรัฐ
เขาได้ดำเนินการคู่ขนานกันในสองลักษณะ คือ
ลักษณะที่หนึ่ง มีการจัดตั้งหน่วยงานที่ทำหน้าที่ปลูกต้นไม้หรือปลูกป่าโดยเฉพาะ จะเรียกตามภาษาบ้านเราว่ากระทรวงป่าไม้ก็ได้ หน่วยงานนี้มีหน้าที่รวบรวมพืชพรรณไม้ทุกชนิดที่มีอยู่ในประเทศจีน แล้วแยกประเภทว่าประเภทไหนเหมาะสมที่จะปลูกในที่ใดและเพื่อการใด ไม่ใช่ปลูกแบบส่งเดช ดังเช่นการไปปลูกป่าในทุ่งนา เป็นต้น และหน่วยงานนี้ก็รับหน้าที่ในการปลูกป่าและปลูกต้นไม้ทั่วทุกหนแห่งในประเทศจีน ตั้งแต่ในเมืองหลวงไปจนถึงเขตอุทยานหรือต้นน้ำลำธาร
เขาถือว่าการปลูกป่าเป็นการทำให้ผืนแผ่นดินชุ่มชื้น สร้างความผาสุกให้แก่ทุกชีวิต และเป็นการฟื้นฟูระบบนิเวศ ไม่ใช่ถือเป็นสาเหตุของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ส่วนที่จะมีอานิสงส์ในการทำให้ฝนตกมากขึ้นนั้นถือว่าเป็นผลพลอยได้
ลักษณะที่สอง คือการฟื้นฟูแหล่งน้ำและสร้างระบบชลประทานมวลชน และระบบชลประทานขนาดใหญ่ เพื่อวัตถุประสงค์สองอย่างคือ เพื่อกักเก็บน้ำในเทศกาลหน้าน้ำไม่ให้ไหลหลากบ่าท่วมและสามารถใช้ได้ในหน้าแล้งไม่ขัดสนอย่างหนึ่ง และเพื่อสร้างแหล่งน้ำต้นทุนให้เกินพอต่อการใช้สอยทั่วทั้งประเทศอีกอย่างหนึ่ง
บรรดาแหล่งน้ำที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์และที่เป็นอยู่ในธรรมชาติทั่วทั้งประเทศซึ่งตื้นเขินลงไปตามธรรมชาติ ได้รับการขุดลอกปรับปรุงให้มีขนาดเท่ากับหรือกว้างลึกกว่าอดีต ปรับแต่งขอบทางน้ำเพื่อป้องกันดินไม่ให้ไหลลงไปทับถมอันเป็นเหตุให้ตื้นเขินในอนาคต
จากนั้นเขาก็สำรวจหาแหล่งกักเก็บน้ำในทุกมณฑล ในทุกเมือง เพื่อเป็นแหล่งน้ำต้นทุนที่เกินพอใช้ในทุกหนทุกแห่ง และเพื่อให้ใช้ได้ตลอดทั้งปี แล้วลงมือสร้างแหล่งน้ำใหม่ ทำให้ในวันนี้ประเทศจีนมีแหล่งน้ำต้นทุนที่ไม่มีวันใช้สอยได้หมดสิ้น การกักเก็บน้ำนี้เขายังทำเขื่อนกั้นน้ำแบบต่าง ๆ มากมาย ตั้งแต่แบบชาวบ้านไปจนถึงเขื่อนยักษ์ที่เพิ่งทำเสร็จไปเมื่อปีที่แล้วนี้ และที่ไหนมีเขื่อนเขาก็ทำเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำเป็นมูลค่าเพิ่มขึ้นไปอีก
เมื่อปรับปรุงแหล่งน้ำและสร้างแหล่งน้ำต้นทุนทั่วทุกหนแห่งเช่นนั้นแล้ว เขาก็สร้างคูคลองท่อส่งน้ำเชื่อมโยงอย่างทั่วถึง เขาถือว่าไม่ใช่กักเก็บน้ำไว้เพื่อมีน้ำ เพื่อทัศนียภาพอันสวยงามหรือเพื่อพวกขุนนางใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ แต่เขาถือว่าน้ำทุกหยดต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชน
ดังนั้นการสร้างคูคลองท่อส่งน้ำจึงเชื่อมโยงไปทั่วทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชน และเข้าสู่ไร่นาทุกหนทุกแห่ง ทำให้ภาคเกษตรของเขาหมดปัญหาเรื่องน้ำอย่างสิ้นเชิง สามารถทำการเกษตรได้ในฤดูกาลไหนก็ได้
แต่โบราณมาจีนถือว่าน้ำหรือจุ้ยเป็นหลักใหญ่สำคัญของฮวงจุ้ย ฮวงหรือลมเป็นต้นเหตุของการมีสุขภาพดีหรือไม่ดี ส่วนจุ้ยหรือน้ำคือต้นเหตุของความมั่งคั่งหรือความยากจน ดังนั้นการคำนึงถึงฮวงจุ้ยของชาวจีนจึงไม่ใช่เรื่องงมงายไร้สาระ แต่มีรากฐานอยู่ที่ความต้องการมีสุขภาพดีและมีความมั่งคั่งนั่นเอง
เดี๋ยวนี้ระบบท่อส่งน้ำของเขาได้ทำทั่วถึงทุกหนทุกแห่ง คนไทยนิยมไปเที่ยวกุ้ยหลินกัน คงจะสังเกตเห็นว่าตามริมถนนจะมีท่อสองท่อ ท่อหนึ่งคือท่อระบายน้ำเสีย อีกท่อหนึ่งคือท่อส่งน้ำที่ใสเย็น และไหลผ่านทุกบ้าน ถึงขนาดเอาปลาใส่กระชังไปเลี้ยงได้
นั่นแสดงให้เห็นว่าการสร้างแหล่งน้ำและระบบชลประทานที่ทำให้น้ำไปถึง
บ้านเรือนราษฎรของเขาประสบความสำเร็จอย่างใหญ่หลวงแล้ว เมื่อผนวกเข้ากับความสำเร็จในการปลูกป่า ปลูกต้นไม้ทั่วทั้งประเทศ ในวันนี้ประเทศจีนจึงอุดมสมบูรณ์ด้วยแหล่งน้ำ ด้วยน้ำกิน น้ำใช้ ทำให้เกษตรกรมีความผาสุก ทำให้ความมั่งคั่งแผ่ขยายไปเป็นวงกว้างทั่วประเทศ ในขณะที่บรรยากาศก็มีความชุ่มชื้น สดใส สวยงามตามธรรมชาติมากขึ้น
ก็เอามาเล่าสู่กันฟังและหวังว่าบรรดาผู้เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและปัญหาน้ำท่วมของประเทศเราน่าจะได้พิจารณาดู สิ่งไหนดีและใช้ได้ก็ปรับปรุงเอามาใช้ ไม่ต้องไปลอกเลียนแบบฝรั่งหรือจ้างฝรั่งมาเป็นที่ปรึกษาให้เสียเวลา เสียงบประมาณ
น้ำท่วมขึ้นมาคราหนึ่งบางครั้งผู้คนตายหลายแสนคน บ้านเรือน สัตว์เลี้ยงและทรัพย์สินของราษฎรเสียหายสุดคณานับ เกิดภัยแล้งขึ้นมาคราหนึ่งผู้คนก็ตายเป็นเบือ บนแผ่นดินเต็มไปด้วยโครงซากกระดูกสัตว์
ดังนั้นแต่โบราณกาลเป็นต้นมา หากยุคสมัยไหนสามารถแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมให้บรรเทาเบาบางลงไปได้ ยุคสมัยนั้นแผ่นดินก็จะเป็นสุข ฮ่องเต้พระองค์นั้นก็จะได้รับการสรรเสริญในบุญญาธิการเป็นล้นพ้น
ใครที่เคยอ่านเรื่องเปาบุ้นจิ้นก็จะสังเกตได้อย่างหนึ่งว่ามีอยู่หลายเรื่องราวเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะที่เปาบุ้นจิ้นไปช่วยเหลือราษฎรที่กำลังประสบภัยน้ำท่วมบ้าง กำลังประสบภัยแล้งบ้าง
เมื่อครั้งที่เล่าปี่เข้าไปตั้งหลักได้ในเมืองเสฉวน กิจกรรมแรกเริ่มสุดก็คือการสร้างและพัฒนาระบบชลประทาน เพราะเมืองเสฉวนตั้งอยู่ในที่สูง น้ำท่าไม่อุดมสมบูรณ์ และเป็นเมืองอยู่ท่ามกลางทิวเขา ดังนั้นจึงอาจถูกน้ำท่วมได้ทุกเวลา หากแก้ปัญหาสองเรื่องนี้ไม่ได้ก็ไม่มีทางที่เล่าปี่จะตั้งตัวได้
ดังนั้นขงเบ้งจึงต้องรับหน้าที่ในการคิดอ่านจัดระบบชลประทาน และทุ่มเทให้กับงานนี้ถึงเจ็ดปี จึงจะสร้างระบบชลประทานแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมให้ตกไปได้ ทำให้เสบียงบำรุงเลี้ยงกองทัพอุดมสมบูรณ์ และทำให้ขงเบ้งสามารถทำศึกเหนือเสือใต้ในกาลต่อมาได้ไม่ติดขัด
ขงเบ้งแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมโดยวิธีการเดียว คือสร้างและปรับปรุงระบบชลประทานใหม่ทั้งหมด ไม่ได้แยกแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างหนึ่งหรือภัยแล้งอย่างหนึ่ง ดังนั้นเมื่อระบบชลประทานในเมืองเสฉวนเสร็จสิ้น ถึงหน้าน้ำต่อให้น้ำหลากมาจากแนวภูเขาโดยรอบก็ถูกกักเก็บไว้ในคลองชลประทานที่มีเป็นใยแมงมุมทำให้น้ำไม่ท่วม ครั้นพอถึงหน้าแล้งราษฎรก็มีน้ำใช้ การทำเกษตรและการเลี้ยงสัตว์ก็อุดมสมบูรณ์
ดังนั้นแม้เล่าปี่จะมีสัญญาใจกับกวนอูในการปฏิญาณในสวนท้อเป็นพี่น้องร่วมน้ำสาบานกัน แม้เกิดคนละวันก็จะตายวันเดียวกัน แต่เอาเข้าจริงก็ทำไม่ได้เพราะกองทัพไม่มีเสบียงพร้อมที่จะยกไปต่อกรทำศึก เล่าปี่จึงต้องอดใจรอจนกว่ากำลังเสบียงจะพร้อมพรัก และทันทีที่การผลิตอุดมสมบูรณ์ เสบียงพร้อมพรั่ง เล่าปี่จึงกรีฑาทัพไปรบกับซุนกวน และในที่สุดก็ปราชัย ช้ำใจตายที่เมืองเป๊กเต้
หลังจากยุคราชวงศ์ฮั่นลงมา ปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม โดยทั่วไปในแผ่นดินจีนก็ยังหนักหนาสาหัส แม้เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบบขุนศึกหลังยุคราชวงศ์ชิงแล้ว ปัญหาก็ยังหนักหน่วงอยู่เหมือนเดิม จะดีอยู่บ้างก็ในพื้นที่เมืองเสฉวนที่ใบบุญซึ่งขงเบ้งได้สร้างไว้ในครั้งโน้นยังหลงเหลือร่องรอยและใช้ประโยชน์ได้
ดังนั้นหลังยุทธการผิงจินหรือนัยหนึ่งก็คือยุทธการเป่ยผิงเทียนสิน กองทัพปลดแอกประชาชนจีนได้กรีธาทัพเข้ายึดปักกิ่ง และทำการปลดแอกทั่วประเทศ พร้อมกับสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนขึ้นในโลกแล้ว คนทั่วโลกก็ประทับใจแต่คำประกาศสถาปนาที่ว่า สาธารณรัฐของประชาชนจีนได้สถาปนาขึ้นแล้ว ประชาชนจีนลุกยืนขึ้นแล้วเท่านั้น
แต่สาระสำคัญอีกเรื่องหนึ่งซึ่งเหมาเจ๋อตงได้กำหนดให้เป็นภารกิจใหญ่ของประเทศจีนในระยะ 50 ปีแต่นั้นไป คือการแก้ไขปัญหาสี่ตายให้ตกไปโดยพื้นฐาน นั่นคือแก้ไขปัญหาการรอดตาย ปัญหาน้ำท่วมตาย ปัญหาหนาวตาย และปัญหาฆ่ากันตาย
ปัญหาน้ำท่วมตายที่ว่านี้ก็คือ ปัญหาภัยน้ำท่วมอย่างหนึ่งและปัญหาภัยแล้งอีกอย่างหนึ่งนั่นเอง! เขากำหนดเป็นเป้าหมายระยะยาวถึง 50 ปี เพราะถือว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องหมู ๆ หรือที่ทำแต่พอไปทีปีต่อปีได้
ยุคสมัยของเหมาเจ๋อตงเกือบ 50 ปีที่ครองอำนาจเหนือแผ่นดินจีนนั้น นอกจากด้านอื่น ๆ แล้ว ที่สำคัญมากคือการแก้ไขปัญหาสี่ตายนี้นี่เอง
สถานการณ์ก่อนที่จะสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนนั้น ประเทศจีนไม่มีผืนป่าหลงเหลืออีกเลย แม้ฟืนจะหุงข้าวก็ไม่มี ต้องอาศัยเก็บกวาดหญ้าและเอาดินมาเผาทำถ่าน ใครที่มีเชื้อสายจีนคงจะได้ยินคำเล่าขานจากคนรุ่นก๋งได้ นี่คือสภาพที่หนักหนาสาหัสที่สุดที่ดำรงอยู่ ณ วันที่มีการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน
เวลาล่วงไป 50 ปีเศษหลังจากสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ปัญหาสี่ตายได้รับการแก้ไขไปโดยพื้นฐานดังเจตนารมณ์ของประธานเหมาเจ๋อตงจริง ๆ ในวันนี้ไม่มีคนจีนต้องอดตาย หนาวตาย ถูกน้ำท่วมตาย หรือฆ่ากันตายเล่น ๆ แบบที่เป็นอยู่ในบ้านเมืองของเราอีกแล้ว
ปมเงื่อนในการแก้ไขปัญหาอยู่ตรงที่เขาไม่ได้แยกแก้ปัญหาภัยแล้งอย่างหนึ่ง และแก้ปัญหาภัยน้ำท่วมอีกอย่างหนึ่ง ภายใต้ทฤษฎีวิภาษวิธีวัตถุนิยมที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนถือเป็นทฤษฎีหลักในปฏิบัติการทั้งปวงนั้นถือว่าปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งเป็นองค์เอกภาพเดียวกัน โดยด้านหนึ่งคือปัญหาภัยแล้ง และอีกด้านหนึ่งคือปัญหาน้ำท่วม
ภายใต้การชี้นำของทฤษฎีวิภาษวิธีวัตถุนิยมดังกล่าวนั้น จึงทำให้การแก้ไขปัญหาภัยแล้งและปัญหาน้ำท่วมเป็นแบบบูรณาการ และเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องธงผืนใหญ่ เป็นเจตนารมณ์ใหญ่ของประธานเหมาเจ๋อตงซึ่งคนจีนในยุคนั้นถือว่าเป็นปรมาจารย์ที่ยิ่งใหญ่ เป็นนายท้ายเรือผู้ยิ่งใหญ่ เป็นนักลัทธิมาร์คเลนินผู้ยิ่งใหญ่ ดังนั้นการทุจริตคอร์รัปชัน การแสวงหาประโยชน์โดยไม่ชอบใด ๆ และการล่าช้าใด ๆ ในการแก้ไขปัญหานี้จึงกระทำไม่ได้โดยเด็ดขาด
และภารกิจในการแก้ไขปัญหาก็ถูกกำหนดเป็นโครงการระยะยาวตามที่ประธานเหมาได้ชี้นำไว้ คือต้องใช้เวลาอย่างน้อย 50 ปี
50 ปีนั้นเขาทำอะไรกันบ้าง? เรามาดูตัวอย่างที่เขาแก้ไขปัญหาภัยแล้งและปัญหาน้ำท่วมที่มีขนาดของปัญหาใหญ่ที่สุดของโลก รุนแรงที่สุดของโลกสักหน่อยหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาปัญหาภัยแล้งและปัญหาน้ำท่วมที่มีอยู่ในบ้านเมืองของเรา
พรรคคอมมิวนิสต์จีน กองทัพปลดแอกประชาชนจีน และรัฐบาลจีนได้ถือเป็นภารกิจร่วมกันในการแก้ไขปัญหาสี่ตาย และได้ร่วมมือประสานกันในการแก้ไขปัญหาสี่ตายอย่างเป็นระบบต่อเนื่องและเด็ดเดี่ยว ภายใต้การเอาใจใส่ดูแลอย่างจริงจังของผู้นำพรรค กองทัพ และรัฐ
เขาได้ดำเนินการคู่ขนานกันในสองลักษณะ คือ
ลักษณะที่หนึ่ง มีการจัดตั้งหน่วยงานที่ทำหน้าที่ปลูกต้นไม้หรือปลูกป่าโดยเฉพาะ จะเรียกตามภาษาบ้านเราว่ากระทรวงป่าไม้ก็ได้ หน่วยงานนี้มีหน้าที่รวบรวมพืชพรรณไม้ทุกชนิดที่มีอยู่ในประเทศจีน แล้วแยกประเภทว่าประเภทไหนเหมาะสมที่จะปลูกในที่ใดและเพื่อการใด ไม่ใช่ปลูกแบบส่งเดช ดังเช่นการไปปลูกป่าในทุ่งนา เป็นต้น และหน่วยงานนี้ก็รับหน้าที่ในการปลูกป่าและปลูกต้นไม้ทั่วทุกหนแห่งในประเทศจีน ตั้งแต่ในเมืองหลวงไปจนถึงเขตอุทยานหรือต้นน้ำลำธาร
เขาถือว่าการปลูกป่าเป็นการทำให้ผืนแผ่นดินชุ่มชื้น สร้างความผาสุกให้แก่ทุกชีวิต และเป็นการฟื้นฟูระบบนิเวศ ไม่ใช่ถือเป็นสาเหตุของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ส่วนที่จะมีอานิสงส์ในการทำให้ฝนตกมากขึ้นนั้นถือว่าเป็นผลพลอยได้
ลักษณะที่สอง คือการฟื้นฟูแหล่งน้ำและสร้างระบบชลประทานมวลชน และระบบชลประทานขนาดใหญ่ เพื่อวัตถุประสงค์สองอย่างคือ เพื่อกักเก็บน้ำในเทศกาลหน้าน้ำไม่ให้ไหลหลากบ่าท่วมและสามารถใช้ได้ในหน้าแล้งไม่ขัดสนอย่างหนึ่ง และเพื่อสร้างแหล่งน้ำต้นทุนให้เกินพอต่อการใช้สอยทั่วทั้งประเทศอีกอย่างหนึ่ง
บรรดาแหล่งน้ำที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์และที่เป็นอยู่ในธรรมชาติทั่วทั้งประเทศซึ่งตื้นเขินลงไปตามธรรมชาติ ได้รับการขุดลอกปรับปรุงให้มีขนาดเท่ากับหรือกว้างลึกกว่าอดีต ปรับแต่งขอบทางน้ำเพื่อป้องกันดินไม่ให้ไหลลงไปทับถมอันเป็นเหตุให้ตื้นเขินในอนาคต
จากนั้นเขาก็สำรวจหาแหล่งกักเก็บน้ำในทุกมณฑล ในทุกเมือง เพื่อเป็นแหล่งน้ำต้นทุนที่เกินพอใช้ในทุกหนทุกแห่ง และเพื่อให้ใช้ได้ตลอดทั้งปี แล้วลงมือสร้างแหล่งน้ำใหม่ ทำให้ในวันนี้ประเทศจีนมีแหล่งน้ำต้นทุนที่ไม่มีวันใช้สอยได้หมดสิ้น การกักเก็บน้ำนี้เขายังทำเขื่อนกั้นน้ำแบบต่าง ๆ มากมาย ตั้งแต่แบบชาวบ้านไปจนถึงเขื่อนยักษ์ที่เพิ่งทำเสร็จไปเมื่อปีที่แล้วนี้ และที่ไหนมีเขื่อนเขาก็ทำเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำเป็นมูลค่าเพิ่มขึ้นไปอีก
เมื่อปรับปรุงแหล่งน้ำและสร้างแหล่งน้ำต้นทุนทั่วทุกหนแห่งเช่นนั้นแล้ว เขาก็สร้างคูคลองท่อส่งน้ำเชื่อมโยงอย่างทั่วถึง เขาถือว่าไม่ใช่กักเก็บน้ำไว้เพื่อมีน้ำ เพื่อทัศนียภาพอันสวยงามหรือเพื่อพวกขุนนางใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ แต่เขาถือว่าน้ำทุกหยดต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชน
ดังนั้นการสร้างคูคลองท่อส่งน้ำจึงเชื่อมโยงไปทั่วทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชน และเข้าสู่ไร่นาทุกหนทุกแห่ง ทำให้ภาคเกษตรของเขาหมดปัญหาเรื่องน้ำอย่างสิ้นเชิง สามารถทำการเกษตรได้ในฤดูกาลไหนก็ได้
แต่โบราณมาจีนถือว่าน้ำหรือจุ้ยเป็นหลักใหญ่สำคัญของฮวงจุ้ย ฮวงหรือลมเป็นต้นเหตุของการมีสุขภาพดีหรือไม่ดี ส่วนจุ้ยหรือน้ำคือต้นเหตุของความมั่งคั่งหรือความยากจน ดังนั้นการคำนึงถึงฮวงจุ้ยของชาวจีนจึงไม่ใช่เรื่องงมงายไร้สาระ แต่มีรากฐานอยู่ที่ความต้องการมีสุขภาพดีและมีความมั่งคั่งนั่นเอง
เดี๋ยวนี้ระบบท่อส่งน้ำของเขาได้ทำทั่วถึงทุกหนทุกแห่ง คนไทยนิยมไปเที่ยวกุ้ยหลินกัน คงจะสังเกตเห็นว่าตามริมถนนจะมีท่อสองท่อ ท่อหนึ่งคือท่อระบายน้ำเสีย อีกท่อหนึ่งคือท่อส่งน้ำที่ใสเย็น และไหลผ่านทุกบ้าน ถึงขนาดเอาปลาใส่กระชังไปเลี้ยงได้
นั่นแสดงให้เห็นว่าการสร้างแหล่งน้ำและระบบชลประทานที่ทำให้น้ำไปถึง
บ้านเรือนราษฎรของเขาประสบความสำเร็จอย่างใหญ่หลวงแล้ว เมื่อผนวกเข้ากับความสำเร็จในการปลูกป่า ปลูกต้นไม้ทั่วทั้งประเทศ ในวันนี้ประเทศจีนจึงอุดมสมบูรณ์ด้วยแหล่งน้ำ ด้วยน้ำกิน น้ำใช้ ทำให้เกษตรกรมีความผาสุก ทำให้ความมั่งคั่งแผ่ขยายไปเป็นวงกว้างทั่วประเทศ ในขณะที่บรรยากาศก็มีความชุ่มชื้น สดใส สวยงามตามธรรมชาติมากขึ้น
ก็เอามาเล่าสู่กันฟังและหวังว่าบรรดาผู้เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและปัญหาน้ำท่วมของประเทศเราน่าจะได้พิจารณาดู สิ่งไหนดีและใช้ได้ก็ปรับปรุงเอามาใช้ ไม่ต้องไปลอกเลียนแบบฝรั่งหรือจ้างฝรั่งมาเป็นที่ปรึกษาให้เสียเวลา เสียงบประมาณ


