xs
xsm
sm
md
lg

เหตุเกิดในเบรุต

เผยแพร่:   โดย: ชัยสิริ สมุทวณิช

นานๆ ทีครับถึงจะได้ยินข่าวชัยชนะของขบวนการประชาชนที่รวมตัวกันประท้วงจนรัฐบาลต้องลาออกไป

คราวนี้เหตุมันไปเกิดที่ประเทศเลบานอนโน่นครับ

ปฐมเหตุที่มันทำให้ประชาชนของประเทศเลบานอนเกิดคับแค้นใจต้องลุกฮือขึ้นมาประท้วงด้วยการเดินขบวนขับไล่รัฐบาลของตัวเองให้ออกไปก็เพราะเมื่อสองอาทิตย์ที่ผ่านมานั้น เกิดมีการวางระเบิดสังหารชีวิตผู้นำประเทศที่คนเลบานอนเขาเคารพนับถือคือ นายราฟิค ฮาริรี ซึ่งทำให้ทั่วกรุงเบรุต นครหลวงของเลบานอนปั่นป่วนกันไปหมด

และก็เป็นที่รู้กันอย่างเปิดเผยว่า ระเบิดสังหารผู้นำนั้นเป็นฝีมือของกลุ่มก่อการร้ายซีเรีย ซึ่งว่ากันจริงๆ แล้ว มีบทบาทเข้ามาครอบงำเลบานอนโดยตรงไม่ว่าในการหนุนหลังรัฐบาลทั้งทางการเมืองและการทหารนั่นแหละครับ

แรงกดดันจากคลื่นประชาชนร่วม 3 หมื่นคนที่ประท้วงกันต่อเนื่องอย่างเต็มที่ในที่สุดก็กดดัน ทำให้นายกรัฐมนตรีโอมาร์ คารามี ต้องประกาศลาออกไปเมื่อวานนี้เอง เป็นการยุติรัฐบาลที่ประเทศซีเรียให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง

พวกที่คัดค้านซีเรียต่างโห่ร้องดีใจเป็นธรรมดา เฉพาะอย่างยิ่งผู้นำที่นำการค้านซีเรียอย่างหัวชนฝามานานอย่าง นายซามีร์ คาเธียร์ ซึ่งนำกลุ่มชนชาติและกลุ่มศาสนาตลอดจนผู้ร่วมประท้วงจำนวนมากต่อการครอบงำซีเรีย กล่าวว่า การประท้วงครั้งนี้มีหลายกลุ่มที่ต่างก็ผนึกกำลังกันขับไล่รัฐบาลที่ซีเรียอยู่เบื้องหลัง

ประเทศเลบานอนนั้นถูกอิทธิพลของซีเรียครอบงำถึงขั้นเรียกได้ว่า ยึดครองมาถึง 3 ทศวรรษแล้ว

บ้างก็ว่าอิทธิพลที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการสร้างกระแสการประท้วงขับไล่รัฐบาลคราวนี้ ก็เพราะทางสหรัฐอเมริกาเองได้เริ่มนโยบายรุกมากขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง นับตั้งแต่การบุกอิรัก และนโยบายใหม่ของประธานาธิบดีบุชที่ต้องการขยายแผ่ระบอบประชาธิปไตยให้กว้างขวางยิ่งขึ้น นอกจากนั้นการเมืองท้องถิ่นในเลบานอนเองก็ต้องการความเปลี่ยนแปลงที่อยากให้เกิดขึ้นสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของประชาชนมากกว่าเดิม

แม้กระทั่งประเทศอย่างอียิปต์เอง ประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัก ก็ยังออกมาบอกว่าจะให้พรรคการเมืองต่างๆ ออกมาแข่งกันเลือกตำแหน่งประธานาธิบดีได้ ซึ่งถือว่าจะเป็นครั้งแรกในรอบสิบปีที่ผ่านมา

แต่ไม่ว่าแรงกดดันจากมหาอำนาจในภูมิภาคจะมีจริงหรือไม่ หรือว่าแรงกดดันจากการเมืองในเลบานอนมีพลังมากก็ตาม

ก็ต้องถือว่าพลังประชาชนในเลบานอนที่ปลดรัฐบาลคราวนี้ได้จังหวะอย่างยิ่ง เพราะหลังจากระเบิดสังหารผู้นำอย่างนายฮาริรีไปนั้น ข่าวต่างประเทศทั่วโลกล้วนโฟกัสภาพไปยังเลบานอน และสร้างแรงกดดันเต็มที่ เป็นการปูทางให้ประชาคมโลกปฏิเสธต่อรัฐบาลที่ซีเรียเข้ามามีบทบาทในเลบานอน

แน่นอนว่าฝ่ายค้านในเลบานอนนั้นได้แรงหนุนจากนานาชาติก็เพราะสหรัฐอเมริกาเป็นโต้โผใหญ่เพื่อให้มีแรงกดดันในการสร้างประชาธิปไตยขึ้นในเลบานอน และถือว่าวิธีนี้แหละจะผลักดันให้ซีเรียหมดบทบาทในเลบานอน

สหรัฐอเมริกานั้นถือว่าประเทศซีเรียเป็นอีกประเทศหนึ่งที่คอยสนับสนุน รวมทั้งเป็นหัวโจกในการก่อการร้ายระดับโลก

ดังนั้นพวกฝ่ายค้านในเลบานอนก็ฉลาดพอที่จะสร้างกระแสต่อต้านรัฐบาลโดยโยงใยประเด็นการคัดค้านรัฐบาลให้เชื่อมกับกระแสประชาธิปไตยของโลก โดยเฉพาะประชาธิปไตยในภูมิภาคตะวันออกกลาง

เพราะฝ่ายค้านเลบานอนรู้ว่า สหรัฐอเมริกาและโลกตะวันตกมีพลังทางสากลและพร้อมที่จะเพิ่มแรงกดดันอย่างถึงที่สุด

ขณะที่ทางซีเรียไม่ได้เข้าใจวิธีการนี้ แต่กลับยืนหยัดที่จะสนับสนุนรัฐบาลเผด็จการ เพราะง่ายต่อการครอบงำเลบานอนครับ

สื่อมวลชนในเลบานอนที่ค้านซีเรียได้เสนอแนะทางมาตลอดว่า ถ้าหากประชาคมโลกต้องการเห็นตะวันออกกลางมีประชาธิปไตยละก็ ประเทศแรกที่ต้องการเปลี่ยนระบอบมากที่สุด และเป็นความจำเป็นก่อนใคร ก็คือเลบานอนนี่แหละ

ประเทศซีเรียนั้นมีประชากรถึง 5 เท่ามากกว่าเลบานอนและก็มีกองทัพใหญ่โตมากมายกว่าเยอะ แสนยานุภาพทางทหารเทียบกันไม่ได้

และในทางประวัติศาสตร์แล้ว ซีเรียถือว่าเลบานอนเป็นประเทศเล็กและเป็นลูกไล่หรือเป็นส่วนหนึ่งของซีเรียด้วยซ้ำไป

เลบานอนนั้นจัดตั้งขึ้นหลังสงครามโลกครั้งแรก โดยฝรั่งเศสให้เป็นประเทศที่มีคนส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์ประชิดซีเรียซึ่งเป็นประเทศมุสลิม แม้ในปัจจุบันนี้ประเทศเลบานอนชาวคริสเตียนจะกลายเป็นพลเมืองส่วนน้อยไปแล้วก็ตาม แต่จริงๆ แล้ว พวกคริสเตียนก็ยังมีบทบาทไม่น้อยเลยในทางการเมือง

ในปี ค.ศ.1976 พวกฝักฝ่ายหลายกลุ่มศาสนาเกิดความขัดแย้งถึงนองเลือดในสงครามกลางเมือง เป็นผลให้ประเทศซีเรียส่งกองทัพบุกเข้ามารักษาความมั่นคงภายในเลบานอน แม้ว่าสงครามกลางเมืองจะยุติลง 15 ปี มาแล้ว แต่กองทัพซีเรียยังคงทหารกว่า 15,000 นายไว้ในเลบานอน และในจำนวนนี้ มีพวกข่าวกรอง และหน่วยรักษาความมั่นคงรวมอยู่ด้วย นอกเหนือจากกองกำลังแล้ว ซีเรียยังกุมอำนาจด้านเศรษฐกิจและอำนาจทางการเมืองไว้อย่างเบ็ดเสร็จอีกต่างหาก

อเมริกากับซีเรียนั้นมีเรื่องกระทบกระทั่งกันมากมายมาหลายปีแล้ว ไม่ว่าในเรื่องเกี่ยวกับกลุ่มต่อต้านอิสราเอล หรือที่ซีเรียสร้างกลุ่มก่อการร้าย นอกจากนั้นซีเรียยังโดนข้อหาว่าสนับสนุนการก่อการร้ายในอิรัก แม้ว่าซีเรียจะออกมาแก้ข้อกล่าวหาและพยายามจะญาติดีด้วย เช่นได้จับน้องซัดดัมในซีเรีย และมอบตัวให้ในอิรักก็ตาม

ซีเรียรีบแก้ตัวว่าไม่ได้วางระเบิดสังหารผู้นำนายฮาริรี และประธานาธิบดีซีเรียถึงกับออกมาประณามการกระทำครั้งนี้ แต่คนทั่วไปที่เป็นประชาชนเชื่อว่าซีเรียอยู่เบื้องหลัง เพราะอดีตผู้นำฮาริรีนั้นต้องการไล่ซีเรียออกจากเลบานอนและเริ่มขบวนการด้วยตัวเขาเอง และฮาริรีได้ถือว่าเขาเป็นเพื่อนรักกับประธานาธิบดีฝรั่งเศสซึ่งทำให้เชื่อมขบวนการขับไล่ซีเรียกับนานาชาติได้

เหตุเกิดในเบรุตคราวนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นหรือจุดแตกหักซึ่งอาจผลักดันให้อเมริกาอาจต้องเข้าไปพัวพันความขัดแย้งกับซีเรียมากขึ้นอีกครับ