xs
xsm
sm
md
lg

ครม.อนุมัติเงินให้เปล่าเหยื่อสึนามิ5.2พันล้าน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานทุนทรัพย์ สร้างอาคารเรียนให้พื้นที่ 6 จังหวัดฝั่งอันดามัน ครม.อนุมัติงบกลาง 5,252,555,269 บาท ช่วยเหลือเหยื่อสึนามิ พร้อมตั้งกรรมการระดับจังหวัดช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย และออกมาตรการพิเศษชดเชย จนท.รัฐ-ยกย่องเกียรติคุณอาสาสมัครเอกชน "ทักษิณ" ซัด "หนั่น-จุรินทร์-จเด็จ" ย้อนหลัง ชี้ดีแต่โวยวายแต่ไม่ป้อง นำคำ "สมิทธ" ปี 41 เป็นหลักฐานมัด ด้านนายกฯ สวีเดน นอร์เวย์ และฟินแลนด์ จะเดินทางไปตรวจเยี่ยมและประเมินพื้นที่ประสบภัยจากคลื่นยักษ์สึนามิ ที่ จ.ภูเก็ต และพังงา ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ครม.อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ที่ จ.เชียงราย วาน (11 ม.ค.) ถือเป็นการประชุม ครม.ครั้งแรกของรัฐบาลรักษาการโดยมีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11 และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย โดยก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิใน 6 จังหวัดภาคใต้โดยสรุปเรื่องที่นายสมิทธ ธรรมสโรช พูดไว้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2541 ถึงการเคลื่อนไหวของเปลือกโลกในแถบทะเลอันดามัน และมีความเป็นไปได้ที่จะมีผลกระทบต่อประเทศไทย

"สึนาแม้ว"โถมใส่หนั่น-จุรินทร์-จเด็จ

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 25 ส.ค.41 นายสมิทธ บอกว่า จะเกิดคลื่นสึนามิในภาคใต้แถบตะวันตกได้แก่ ภูเก็ต ระนอง พังงา กระบี่ ตรัง และสตูล ทำให้มีชาวบ้านอพยพหนีไปบางส่วนรวมถึงหมู่บ้านน้ำเค็ม ซึ่งเป็นทะเลเปิด สรุปแล้วมีการเตือนแล้วในวันนั้น แต่ผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายก็ตกใจ ห่วงเรื่องการท่องเที่ยว ซึ่งเราไม่ว่ากัน แต่ไม่ควรประมาทและไม่ควรปล่อยจนไม่มีระบบเตือนภัย

"ไม่ว่าจะเป็นนายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลการท่องเที่ยว นายจเด็จ อินสว่าง ผู้ว่าฯภูเก็ตในขณะนั้น หรืออธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาขณะนั้นก็บอกว่า เมื่อรู้ว่ามีแผ่นดินไหวสามารถเตือนภัยคนหนีได้ภายใน 1 ชั่วโมง แม้แต่ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในสมัยนั้นก็ได้กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับสั่งให้เตรียมการป้องกันและได้สั่งให้ผู้ว่าฯภูเก็ตเตรียมการแล้ว ตั้งแต่ครั้งประชุมผู้ว่าฯ 36 จังหวัด" นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ดูเหมือนว่าจะมีการซักซ้อม แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร โดยเฉพาะผู้ว่าฯ ภูเก็ต ในขณะนั้น ถึงขนาดออกมาบอกว่าไม่ต้องห่วง หากเกิดแผ่นดินไหวหรือคลื่นยักษ์จริงจะยอมตายหมู่ร่วมกัน ซึ่งนายสมิทธเตือนตามหลักวิชาการ ที่เชื่อถือได้จากสหรัฐแต่ไม่มีการเตือนประชาชน ไม่มีใครรับผิดชอบ แม้กระทั่งกรมอุตุนิยมวิทยาก็ไม่เตือน แม้แต่อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีในสมัยนั้น ยังยอมรับว่าการแก้ปัญหาเรื่องแผ่นดินไหวของไทยแปลก เพราะเครื่องมือการดูระบบแผ่นดินไหวอยู่ที่กรมอุตุฯ ทั้งที่เป็นหน้าที่ของกรมทรัพยากรธรณี ดังนั้น ตนขอฝากให้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ที่ต้องศึกษาเรื่องนี้กับนายสมิทธ ไปพิจารณาด้วย

ครม.อนุมัติงบกลาง 5,252 ล้านบาท

ต่อมานายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ รองนายกรัฐมนตรี รายงานผลการดำเนินการของอนุกรรมการช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาจากภัยพิบัติ 6 จังหวัดภาคใต้ ทั้ง 9 คณะให้ที่ประชุม ครม.ทราบโดยจะต้องใช้งบกลางในการให้ความช่วยเหลือรวม 5,252 ล้านบาท เงินจากกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย 323 ล้านบาท ขออนุมัติงบประมาณจากกระทรวงการคลังที่ให้สินเชื่อกับผู้ประกอบการรายใหญ่อีก 54,500 ล้านบาท และยังขออนุมัติงบประมาณจากกองทุนประกันสังคม เพื่อเสริมกับเงินของกระทรวงการคลังอีก 10,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ที่ประชุม ครม.ได้ให้ความเห็นชอบตามที่นายสุวัจน์ เสนอ โดยวงเงินทั้งหมดที่จะใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยแยกเป็น 1.ผู้ประสบภัยที่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ 238 ล้านบาท 2.ผู้ประสบภัยที่เป็นคนไทย 743 ล้านบาท 3.ผู้ประสบภัยที่มีอาชีพประมง 1,343 ล้านบาท 4.ผู้ประสบภัยที่เป็นผู้ว่างงาน 211 ล้าบาท 5.ช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย 60 ล้านบาท 6.วงเงินที่ช่วยเหลือผู้ประกอบการรายใหญ่ ประมาณ 54,500 ล้านบาท แต่วงเงินส่วนนี้ไม่นับเป็นเงินช่วยเหลือแต่เป็นเงินในส่วนของสินเชื่อ 7.ช่วยเหลือบ้านพักถาวรที่ จะปลูกสร้าง 506 ล้านบาท 8.ช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่กำพร้า 92.5 ล้านบาท 9. ช่วยเหลือส่วนราชการ ที่อาคารทำการเสียหาย 1,700 ล้านบาท 10.ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายที่ส่วนราชการต่างๆ ใช้จ่ายไประหว่างที่กู้วิกฤต 653 ล้านบาท รวมแล้วเป็นเงินทั้งสิ้น 5,252 ล้านบาทที่ต้องขอจากงบประมาณกลาง และอีก 323 ล้านบาทที่จะขอจากเงินกองทุนที่มีผู้ผู้บริจาค

หลายกระทรวงรายผลความเสียหาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่มีการพิจารณาเรื่องนี้รัฐมนตรีที่รับผิดชอบหลายคนได้รายงานแนวทางการช่วยเหลือเพิ่มเติม ที่ในส่วนที่อยู่ในความรับผิดชอบให้นายกรัฐมนตรีทราบ เช่น นายโภคิน พลกุล I,;"มหาดไทย ระบุว่า สาธารณูปโภคใน 6 จังหวัดที่ได้ประสบภัยพิบัติไม่ว่าจะเป็นถนน สะพาน สนามบิน ที่เสียหายมูลค่าประมาณ 1,028 ล้านบาท ยังไม่ได้เสนอเข้ามา ส่วนนายสุธรรม แสงประทุม รมช.มหาดไทยรายงานว่า มีงานของกระทรวงมหาดไทยเสียหายไปหลายส่วนแต่ยังไม่ได้สำรวจ นายเนวิน ชิดชอบ รมช.เกษตรและสหกรณ์ พูดถึงการให้ความช่วยเหลือชาวประมงรายย่อย ขณะที่นายอดิศัย โพธารามิก รมว.ศึกษาธิการ เสนอของบประมาณช่วยเหลือด้านการศึกษาของเด็กเพิ่ม

ท้ายที่สุดนายกรัฐมนตรี สรุปว่า หลักของรัฐบาลในการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย และคนจน คือให้ประชาชนสามารถยืนด้วยตัวเองได้ แต่หากความช่วยเหลือไม่ตรงตามหลักเกณฑ์ ก็จะให้มีการทำบัญชีอุทธรณ์ความช่วยเหลือเพิ่มเติมเป็นราย ๆ ไป โดยจะมีกรรมการระดับจังหวัด มีผู้ว่าฯ เป็นประธานร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง จากนั้นให้ผู้ว่าราชการจังหวัดส่งเรื่องมาที่นายสุวัจน์ เพื่อเบิกจ่ายเงิน แต่ขอให้เป็นเรื่องจริง อย่ามั่วทำเป็นรายงานเท็จ ถ้าพบใครแจ้งเท็จต้องดำเนินการตามกฎหมาย

ส่วนผู้ประกอบการรายใหญ่ ประเภทเจ้าของธุรกิจประมงที่มีเรือเป็น 100 ลำ หรือเจ้าของโรงแรม รัฐบาลมีเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยในการปรับโครงสร้างหนี้อยู่แล้ว และขอให้กรมบรรเทาสาธารณภัยเร่งดำเนินการ เรื่องฐานข้อมูลของผู้ประสบภัยที่จะนำออนไลน์ทางคอมพิวเตอร์ให้แล้วเสร็จภายใน 2 วัน เพื่อให้สามารถเบิกจ่ายเงินได้เลย ส่วนเรื่องการสร้างบ้านพักนั้น เห็นด้วยกับการให้เอกชนมาช่วยสร้าง เพราะเอกชนเหล่านั้นได้ติดตามช่วยเหลือมาตลอด ก็จะมีความผูกพันต่อเนื่องตามมา

ออกมาตรการพิเศษตอบแทนจนท.รัฐ

ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้รายงานให้ ครม.ทราบถึงหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือข้าราชการที่ประสบภัยจากเหตุคลื่นยักษ์สึนามิ ดังนี้ กรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เป็นผู้เสียหาย แต่ไม่เสียชีวิต และถูกย้ายไปอยู่ใน 6 จังหวัด นอกเหนือจากเงินช่วยจากกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยและเงินกองทุน กบข.แล้ว ยังจะได้รับเงินช่วยเหลืออีก 30,000 บาทต่อครอบครัว ให้กระทรวงการคลังให้กู้เงินดอกเบี้ยต่ำเพื่อไปสร้างหรือซ่อมบ้านที่ได้รับควาามเสียหาย ให้มีวันลาพักผ่อนเพิ่มขึ้นจากเดิมได้อีก10 วัน ขออนุมัติเงินงบกลางเพื่อเป็นค่าตอบแทนพิเศษรายเดือน คนละ 1,000 บาท หรือ 2,500 บาท แล้วแต่ความเสียหายที่ได้รับเป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือน ม.ค.-มี.ค.48

กรณีของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ได้ลงไปช่วยบรรเทาผู้ประสบภัยนั้น ให้ถือว่าไม่เป็นวันลา และจะเลื่อนขั้นพิเศษทุกคน สำหรับรอบ 6 เดือนแรกนี้ และให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีพิจารณาเรื่องประกาศเกียรติคุณ หรือให้เครื่องราชอิสริยาภรณ์ และให้ลงประวัติชมเชยในหนังสือ ก.พ.7

กรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐที่สูญหาย ซึ่งขณะนี้กำลังสำรวจตัวเลขที่ชัดเจนอยู่ ตกลงกับกรมบัญชีกลาง ให้กระทรวงการคลังออกระเบียบว่า หากข้าราชการคนใดได้สูญหายไปเกิน 3 เดือน จะจ่ายเงินบำเหน็จบำนาญทดลองไปก่อน ให้เสมือนเสียชีวิต แต่ไม่ใช่เป็นการจ่ายขาด หากกลับมาต้องหักคืน

ออกหนังสือยกย่องเกียรติคุณ อส.

ส่วนอาสาสมัคร หรือองค์กรภาคเอกชน ที่ไปช่วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลค.) เช่น นายบิณฑ์ บันลือฤิทธิ์ ก็จะออกหนังสือยกย่องเกียรติคุณให้ในนามนายกรัฐมนตรี และให้ สลค.รับสิ่งเหล่านี้เป็นคุณงามความดี เพื่อพิจารณาขอเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในโอกาสอันควร และประสานกระทรวงแรงงาน ไม่ให้การขาดงานเป็นการลา แต่เป็นการปฏิบัติงาน

จากนั้นที่ประชุม ครม.ได้หารือถึงปัญหาศพผู้เสียชีวิต ที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ โดยนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ยุติธรรม พยายามเสนอให้ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามาให้ความช่วยเหลือ ในการตรวจดีเอ็นเอศพที่เหลืออยู่อีกกว่า 3,000 ศพ ซึ่งยังพิสูจน์ไม่ได้ โดยให้เหตุผลว่าผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ สามารถดำเนินการได้รวดเร็ว ถึงวันละ 90-150 ศพ ซึ่งจะใช้เวลาเพียงแค่ 1 เดือนก็เสร็จสิ้น

"นอกจากนี้ หากให้เจ้าหน้าที่ของไทยพิสูจน์เอง ก็จะขาดความน่าเชื่อถือ เพราะมีมาตรฐานการตรวจพิสูจน์ไม่เหมือนกับต่างประเทศที่เข้ามา" นายพงศ์เทพ กล่าว อย่างไรก็ตาม นายโภคิน พลกุล รมว.มหาดไทย มีความเห็นแย้ง โดยระบุว่าขณะนี้การตรวจพิสูจน์ของไทยไม่มีปัญหาอะไร และมีการประสานงานกันเรียบร้อยแล้ว

"ทักษิณ"วอนอย่าท้อหาต่อผู้สูญหาย

นายกรัฐมนตรี ตัดบทว่า ขอให้ยึดถือความละเอียดรอบคอบให้มากที่สุด ถึงจะช้าก็ไม่เป็นอะไร อย่ามีทัศนคติในการพยายามกำจัดศพให้หมดวัดเท่านั้น แต่ขอให้ญาติได้รับศพที่ถูกต้อง และขอให้ สสจ.ทุกจังหวัด อำนวยความสะดวกตรวจดีเอ็นเอของญาติผู้เสียชีวิตในจังหวัดที่เขาอยู่ เพื่อไม่ต้องเดินทางมาถึง 6 จังหวัดภาคใต้ และหากผู้ว่าฯ คนใดรู้ตัวญาติผู้เสียชีวิตว่าอยู่ทีไหน ก็ให้เชิญตัวมารับบริการได้เลย

"ขอให้คณะกรรมการชุดต่าง ๆ อย่าเพิ่งผ่อนการค้นหา ต้องทำให้จบ โดยเฉพาะเรื่องการคืนศพที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นใคร ผมเชื่อว่าเมื่อพิสูจน์ได้แล้ว จะเหลือศพที่ต้องค้นหาต่อไป เพียงแค่ 1,000 ศพเท่านั้นที่ยังสูญหาย ฉะนั้น เราจะหยุดค้นศพไม่ได้ โดยเฉพาะตามป่าชายเลนที่มีน้ำขัง เพื่อไม่ให้ต่างประเทศต่อว่าได้ และต้องเร่งพิสูจน์ดีเอ็นเอด้วย เพื่อไปลบบัญชีผู้สูญหาย" นายกรัฐมนตรี กล่าว

กพฐ.เผยนร.ตาย189คนสูญหาย107

นางพรนิภา ลิมปพยอม เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) แถลงสรุปความเสียหายต่อชีวิตครู นักเรียน และสถานศึกษาจากคลื่นสึนามิว่า ข้อมูลวันที่ 10 ม.ค.พบว่ามีนักเรียนเสียชีวิต 189 คน บาดเจ็บ 80 คน สูญหาย 107 คน นักเรียนที่บิดาและมารดาเสียชีวิต และบิดาหรือมารดาเสียชีวิต รวม 446 คน เป็นนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 49 คน ประถมศึกษา 254 คน และระดับมัธยมศึกษา 143 คน ครูเสียชีวิตรวม 9 คน บาดเจ็บ 7 คน สูญหาย 1 คน สถานศึกษาเสียหายทั้งหมด 5 โรงเรียน เสียหายมาก 7 โรงเรียน เสียหายบางส่วน 12 โรงเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน เครื่องใช้ส่วนตัวที่จำเป็นของนักเรียนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก พร้อมอุปกรณ์การประกอบอาชีพและบ้านพักถูกทำลายสูญหายหมดเช่นเดียวกัน

ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการได้ให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น คือ จัดส่งงบประมาณเพื่อให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) พิจารณาให้การช่วยเหลือจำนวน 3,800,000 บาท และเงินบริจาค 240,000 บาท อีกทั้งให้ความช่วยเหลือครอบครัวครูที่เสียชีวิต รายละ 100,000 บาท นักเรียนรายละ 10,000 บาท และนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บรายละไม่เกิน 5,000 บาท

นอกจากนั้น ได้ให้โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ และโรงเรียนราชประชานุเคราะห์รับนักเรียนที่บิดาและหรือมารดาเสียชีวิต พร้อมทั้งยังได้จัดเตรียมงบประมาณการก่อสร้างและซ่อมแซมโรงเรียนพร้อมจัดหาครุภัณฑ์และวัสดุที่จำเป็นตามจำนวนที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด เสียหายมาก และเสียหายบางส่วนรวม 24 โรงเรียนอีกด้วย

เผยพระราชทรัพย์สร้างอาคารเรียน

นางพรนิภา กล่าวด้วยว่า นอกจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งมูลนิธิต่าง ๆ ที่แสดงความจำนงในการช่วยสร้างและซ่อมแซมอาคารเรียนหลายหน่วยงานแล้ว ยังเป็นที่น่าปลื้มปีติอย่างมากเมื่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานทุนทรัพย์เพื่อช่วยเหลือโรงเรียนที่ประสบภัยเป็นกรณีพิเศษจำนวน 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนบ้านเกาะพีพี จังหวัดกระบี่ และโรงเรียนบ้านทับละมุ จังหวัดพังงา ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ได้รับความเสียหายมาก

โดยจะพระราชทานทุนทรัพย์ในการสร้างอาคารเรียน วัสดุ ครุภัณฑ์ และปัจจัยพื้นฐานสำหรับนักเรียน อันได้แก่ เสื้อผ้า เครื่องเขียน แบบเรียน ฯลฯ ถือได้ว่าทรงมีพระกรุณาอย่างหาที่สุดมิได้แก่โรงเรียนที่ประสบภัย และเป็นขวัญกำลังใจให้แก่นักเรียน ครู ผู้ปกครองของสถานศึกษาทั้ง 2 แห่ง รวมไปถึงโรงเรียนทุกแห่งที่ได้รับเคราะห์กรรมจากการประสบภัยในครั้งนี้

องค์โสมประทานบ้าน"น็อคดาวน์"

นายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เปิดเผยว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ได้ประทานบ้านน็อคดาวน์ผ่านโครงการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก ให้กับผู้ประสบภัย ในจังหวัดพังงาเพิ่มเติมอีก 200 หลัง ซึ่งจังหวัดจะนำไปมอบให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอคุระบุรี 100 หลัง และ อบต.บางม่วง 100 หลัง โดยคาดว่าจะสามารถสร้างแล้วเสร็จภายใน 7 - 10 วัน ยังความปลาบปลื้มแก่พสกนิกรที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่ง โดยขณะนี้ผู้ได้รับความเดือดร้อนไร้ที่อยู่อาศัยประมาณ 2,000 ครอบครัว ทางการได้จัดที่พักชั่วคราวแล้วกว่า 1,500 ครอบครัว และคาดว่าจะสามารถสร้างที่พักชั่วคราวอีก 1,000 หลัง เพื่อให้สามารถรองรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนต่อไป

จัดทัวร์ราคาถูกดันยอดท่องเที่ยว

นายวิจิตร ณ ระนอง ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ไม่หนักใจกับเรื่องวงเงินที่จะมาใช้ฟื้นฟูธุรกิจท่องเที่ยวใน 6 จังหวัดภาคใต้ ที่ประสบภัยจากคลื่นยักษ์ สึนามิ แม้ว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะไม่ได้นำเสนอของบประมาณที่คาดว่าจะใช้ราว 1,764 ล้านบาท ต่อที่ประชุม คณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ ซึ่งโครงการและแผนงานที่วางไว้จะต้องดำเนินต่อไป โดยเบื้องต้นอาจใช้งบประมาณของ ททท.ก่อน จากนั้นค่อยทำเรื่องของบประมาณเพิ่มเติม อีกทั้งค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นไม่ได้จ่ายทีเดียวทั้งหมด แต่จะทยอยจ่ายตามงานมากกว่า

นายวิจิตรกล่าวถึงความคืบหน้าในโครงการจัดฝึกอบรมบุคคลากรด้านธุรกิจโรงแรมเพื่อเพิ่มความรู้และประสิทธิภาพการทำงาน โดยขอให้รัฐบาลช่วยอุดหนุนจ่ายเบี้ยเลี้ยงให้กับพนักงานที่เข้าฝึกอบรม เป็นการทดแทนรายได้จากเงินเดือนที่จะสูญเสียไปในช่วงนี้ว่า ล่าสุด ประเทศฝรั่งเศสเห็นด้วย ขณะเดียวกันในกลุ่มของผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวทั่วประเทศ จะร่วมมือกันด้วยการจัดแพกเกจทัวร์ราคาถูกลงพื้นที่ใน 6 จังหวัดภาคใต้ เพื่อให้บริษัทเหล่านั้นใช้เป็นรางวัลให้กับพนักงานในบริษัท หรือหากพนักงานใดต้องการเดินทางท่องเที่ยวเองก็จะได้ราคาถูกเช่นกัน เป็นการให้ผู้ที่อยู่ในธุรกิจท่องเที่ยวช่วยเหลือกันเองด้วย เบื้องต้นจะใช้แคมเปญประมาณ 2-3 เดือน แล้วจะกลับมาวิเคราะห์สถานการณ์อีกครั้งหนึ่ง

นายกฯนอร์เวย์-สวีเดน-ฟินแลนด์เยือนไทย

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อธิบดีกรมสารนิเทศ แถลงเมื่อวานนี้ (11ม.ค.) ว่า นายเยอราน เพร์สซอน นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรสวีเดน นายเชลล์ มังเนอ บอนเดอวิก นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรนอร์เวย์ และนายมัตติ วันฮาเนน นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐฟินแลนด์ จะเดินทางเยือนไทยระหว่างวันที่ 16-18 ม.ค.นี้ ในฐานะแขกของรัฐบาล เพื่อประเมินสถานการณ์หลังเกิดภัยพิบัติจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ รวมทั้งขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้ความช่วยเหลือชาวต่างชาติ โดยเฉพาะนอร์เวย์ สวีเดน และฟินด์แลนด์

ในระหว่างการเยือน ผู้นำทั้ง 3 ประเทศได้รับพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ วังไกลกังวล อ.หัวหินในวันอาทิตย์ที่ 16 ม.ค. และพบหารือกับ นายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล

ช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 17 ม.ค. นายกรัฐมนตรีทั้ง 3 ประเทศ จะเดินทางเยือนภูเก็ต และ จ.พังงา เพื่อตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบภัย ที่เขาหลัก จากนั้นจะเดินทางไปตรวจเยี่ยมวัดย่านยาว บ่ายวันเดียวกันนี้ จะเข้าพบนายโภคิน พลกุล รมว.มหาดไทย และผวจ.ภูเก็ต พังงา และกระบี่ ที่ศาลากลาง จ.ภูเก็ต โดยมีผู้บังคับการตำรวจภูธร และผู้อำนวยการโรงพยาบาล จากทั้ง 3 จังหวัด ที่รักษาผู้บาดเจ็บชาวนอร์ดิก ตลอดจนผู้แทนสมาคมช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่างๆ เข้าร่วมหารือ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีสวีเดนและนอร์เวย์จะร่วมพิธีเปิดสถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์สวีเดน ณ โรงแรมเพิร์ลวิลเลจ จ.ภูเก็ต ซึ่งทางนอร์เวย์ขอใช้ร่วมกับสวีเดน ส่วนผู้นำฟินด์แลนด์จะแยกเดินทางไปชายหาดกะตะ และเยี่ยมอาสาสมัคร อย่างไรก็ตาม ทางนอร์เวย์ได้ขอเปิดสถานกงสุลที่ จ.ภูเก็ต เช่นกัน ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา

กระทรวงการต่างประเทศแจ้งเพิ่มเติมว่า สวีเดน นอร์เวย์ และฟินด์แลนด์ เป็นประเทศที่ได้รับความสูญเสียมากจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์ ซึ่งตามข้อมูลเบื้องต้นของสถานเอกอัครราชทูตทั้ง 3 ประเทศประจำประเทศไทย ปรากฏว่า สวีเดน มีผู้เสียชีวิต 52 ราย สูญหาย 597 ราย, นอร์เวย์ มีผู้เสียชีวิต 12 ราย สูญหาย 82 ราย และฟินด์แลนด์มีผู้เสียชีวิต 5 ราย สูญหาย 177 ราย

"ริกกี้"ถึงไทยวันนี้

นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวด้วยว่า นายริกกี้ มาร์ติน นักร้องดัง จะมาเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 12-15 ม.ค.นี้ โดยได้ทำเอกสารผ่านทางสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.เมื่อวันที่ 5ม.ค.ที่ผ่านมา ว่ามีความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และประสงค์ที่จะมาแสดงความเสียใจต่อเกตุการณ์ภัยพิบัติจากคลื่นยักษ์และพิจารณาให้ความช่วยเหลือ

ทั้งนี้ นักร้องชาวเปอร์โตริกัน ในฐานะประธานมูลนิธิริกกี้ มาร์ติน ซึ่งเป็นเป็นมูลนิธิเพื่อพิทักษ์สิทธิเด็ก โดยมีกำหนดการมาถึงประเทศไทยในวันที่ 12 ม.ค.โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ ทีจี 0911 เวลา 06.00 น. และเข้าพักที่โรงแรมเพนินซูล่า จากนั้นในเวลา 9.00 น.จะเข้าเยี่ยม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อทำการหารือถึงความช่วยเหลือ ภายหลังการหารือกับนายกฯ จะเข้าเยี่ยมคารวะ นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รมว.ต่างประเทศที่กระทรวงการต่างประเทศใน เวลา 14.00 น.

หลังจากนั้น ในวันที่ 13 ม.ค. นายริกกี้ และคณะจะเดินทางไป จ.ภูเก็ต เพื่อทำการหารือกับนายโภคิน พลกุล รมว.มหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตต่อด้วยการเดินทางไปยัง จ.พังงา โดยกำหนดการเยือนทั้ง2จังหวัดของนักร้องชื่อดังจะทำการตรวจความเสียหายของสถานที่พร้อมทั้งพบปะประชาชนและเด็กกำพร้าจากเหตุการณ์สึนามิและจะเดินทางกลับเช้าในวันที่ 15 ม.ค. เวลา 02.00 น.

นายสีหศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ว่าในวันที่17-19 ม.ค. นาย เอส อาร์ นาธานประธานาธิบดีสิงค์โปร และภริยา จะมาเยือนประเทศไทยในฐานะพระราชอาคันตุกะ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ในวันแรกของการเยือนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ จะพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแด่ประธานาธิบดีสิงค์โปร และภริยาที่พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง และในวันที่ 18ม.ค. พ.ต.ท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีจะเข้าเยี่ยมคารวะประธานาธิบดีสิงค์โปร์ ที่พระที่นั่งบรมพิมานและในตอนเย็นของวันเดียวกัน นายกรัฐมนตรีของไทยกับคุณหญิง พจมาน ชินวัตร จัดงานสโมสรสันนิบาตที่ตึกสันติไมตรีทำเนียบรัฐบาล

ในวันที่ 19 ม.ค. สมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดา สยามบรมราชกุมารีพร้อมกับพระราชอาคันตุกะทั้ง2จะเดินทางไปที่จ.เชียงใหม่ เพื่อเยี่ยมชมโครงการสวนพฤกษชาติ ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ สถานีเกษตรหลวงบางด่าน ศูนย์หัตถกรรมแกะไม้สลักที่บ้านถวายและศูนย์ศึกษาห้วยห้องไคร้ หลังจากนั้นในวันที่ 21 ม.ค. จะเดินทางไปที่จังหวัดภูเก็ตเพื่อร่วมพิธีไว้อาลัยแด่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ธรณีพิบัติเวลา 16.20 น.จากนั้นจึงเดินทางกลับประเทศ

ญี่ปุ่นเผยเกิด"สึนามิ"10-20ปี/ครั้ง

ที่ห้องประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกระทรวงกลาโหม โดยกองทัพเรือได้จัดให้มีการบรรยายพิเศษ เรื่อง คลื่นสึนามิ โดยได้รับความร่วมมือจากคณะผู้เชี่ยวชาญประเทศญี่ปุ่น ที่เข้ามาปฏิบัติหน้าการช่วยเหลือและกู้ภัยร่วมกับหน่วยต่างๆ ในพื้นที่เป็นวิทยากรบรรยาย เพื่อเป็นการให้ความรู้แก่ผู้ที่สนใจ และเพื่อนำความรู้ที่ได้รับมาใช้ในการป้องกันภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยมีพลเรือโทธนา บุนนาค ผู้บัญชาการกองเรือภาคที่ 3 กองเรือยุทธการ เป็นประธานกล่าวเปิด และมีผู้สนใจเข้ารับฟังจำนวนประมาณ 1,000 คน

นายยะซุฮิโกะ ทะนะเบะ นักวางแผนและนโยบายงานสาธารณภัย แผนกป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมการดับเพลิง กระทรวงการจัดการสาธารณสุข การปกครองส่วนท้องถิ่น การไปรษณีย์และโทรคมนาคม หัวหน้าชุดปฏิบัติการกู้ภัยประเทศญี่ปุ่น ได้กล่าวถึงที่มาที่ไปของการเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ ซึ่งสรุปได้ว่า การเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นจะเกิดขึ้นประมาณ 10-20 ปี ต่อครั้ง หรือ 100 ปีต่อครั้ง และก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับประเทศไทยที่ประสบเหตุการณ์ในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่มาก

แนะให้วางแผนการอพยพผู้คน

อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินการเพื่อป้องกันและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น นอกจากความร่วมมือระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาลแล้ว สิ่งหนึ่งที่สำคัญและเป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง คือ ในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบล ที่จะต้องเข้ามามีบทบาทในการจัดทำแผนในการป้องกันภัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเตือนภัย การอพยพผู้คนซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะหากพื้นที่ใดเคยเกิดเหตุการณ์มาแล้ว ก็จะต้องมีการกำหนดจุดที่มีน้ำท่วมถึงสูงสุด ไว้ด้วย ซึ่งจะง่ายต่อการวางแผน

นอกจากนี้ยังจะต้องมีการจัดสถานที่สำหรับการอพยพผู้คนไปอยู่ เส้นทางการอพยพ เป็นต้น รวมไปถึงในเรื่องของการให้ความรู้กับประชาชน ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ในลักษณะนี้กว่าจะเกิดขึ้นได้ต้องใช้เวลานานนับ 10 ปี แต่การให้ความรู้กับประชาชนในพื้นที่ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ และจะต้องมีการฝึกซ้อมการอพยพด้วย ทั้งนี้ควรที่จะมีการดำเนินการแบบยั่งยืน