ศูนย์ข่าวภูเก็ต-"ภูเก็ตไนท์บาซาร์" ทุ่ม 50 ล้านบาทเนรมิตโรงละคร 1,000 ที่นั่ง ดึงการแสดงหุ่นละครเล็กคณะ "โจหลุยส์" เปิดการแสดง พ.ย.ปี 48 คาดได้รับการตอบรับจากกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งยุโรปและออสเตรเลียและกลุ่มคนภูเก็ตเป็นอย่างดี จากที่ภูเก็ตยังขาดแหล่งบันเทิงยามค่ำคืน
นายพิสูตร ยังเขียวสด กรรมการผู้จัดการ บริษัท โจหลุยส์ เธียร์เตอร์ จำกัด พร้อมคณะนักแสดงหุ่นละครเล็ก เปิดแถลงข่าวโครงการจัดการแสดงหุ่นละครเล็กที่ จ.ภูเก็ตว่า หุ่นละครเล็กโจหลุยส์จะมาแสดงที่ จ.ภูเก็ต ที่โรงแรงละครแห่งใหม่ในโครงการภูเก็ต อินเตอร์เนชั่นแนลไนท์บาซาร์ บนถนนเจ้าฟ้านอก โดยใช้ชื่อโรงละครใหม่ ตามชื่อพระราชทานว่า "นาฎยศาลา หุ่นละครเล็ก" เพื่อให้เหมาะสมกับกับแสดง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของไทยโดยจะเปิดการแสดงได้ประมาณเดือน พ.ย.48
การตัดสินใจมาเปิดการแสดงที่ จ.ภูเก็ต เพราะต้องการให้คนภูเก็ตและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้เห็นการแสดงหุ่นละครเล็กและมองในแง่ของการอยู่รอดในเชิงธุรกิจ คิดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เข้ามาภูเก็ต
ด้านนายสุรินทร์ ยังเขียวสด ผู้อำนวยการศิลปินโจหลุยส์ เธียรเตอร์ กล่าวถึงรูปแบบการแสดงว่า จะเป็นการออกแบบการแสดงใหม่ ภายใต้แนวคิด Classical Theme ที่จะผสมผสานหนังใหญ่ โขน และหุ่นละครเล็ก โดยเน้นความงดงามของการแสดงหุ้นละครเล็กและระดมศิลปินไทยชั้นบรมครูมาบรรจงประดิษฐ์ฉาก เสื้อผ้า ท่าทางการร่ายรำ และแสดงของหุ่นละครเล็ก ตลอดจนดนตรีประกอบการแสดงที่เป็นการแสดงสด โดยจะเพิ่มความอลังการของการแสดงด้วยระบบแสง-สี-เสียงและเทคนิคพิเศษต่างๆ โดยจะสามารถจัดแสดงได้สูงสุด 3 รอบต่อวัน
นอกจากนี้ ยังได้จัดเตรียมหุ่นละครเล็กในคาแรกเตอร์ ที่นักท่องเที่ยวนานาชาติรู้จักคุ้นเคยเป็นอย่างดี เช่น หุ่นของ เอลวิส เพรสลี่ย์, มาริลีนมอนโร เป็นต้น มาประกอบการแสดงในช่วงพัก และช่วงท้ายตามความเหมาะสม ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวได้รับทราบว่า เทคนิคการควบคุมหุ่นให้เคลื่อนไหวได้ราวกับมีชีวิตโดยผู้เชิดถึง 3 คนนี้สามารถจัดทำหุ่นที่เป็นสากลได้หรือเล่าเรื่องราวที่เป็นสากลได้สนุกสนานเช่นกัน
ขณะที่นางจินตนา แสงสว่าง แดงเดช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ภูเก็ตไนท์บาซาร์ จำกัด เปิดเผย ทางบริษัทภูเก็ตไนท์บาซาร์ ได้เชิญทางโจหลุยส์มาทำการแสดงที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งโรงละครจะอยู่ในโครงการภูเก็ต อินเตอร์เนชั่นแนลไนท์บาซาร์ โดยภูเก็ตไนท์บาซาร์ จะเป็นผู้ลงทุนในส่วนของโรงละคร โดยใช้งบในการลงทุนที่เป็นตัวอาคารประมาณ 30 ล้านบาทและการตกแต่งฉากต่างๆ และเทคนิคอีกประมาณ 20 ล้านบาท ซึ่งโรงละครดังกล่าวจะใหญ่กว่าที่กรุงเทพฯ รองรับได้ถึง 1,000 ที่นั่ง ตามแผนที่วางไว้จะเปิดแสดงรอบแรกในวันที่ 26 พ.ย.48
ส่วนราคาค่าบัตรชมการแสดง บริษัทได้ทำการศึกษาสำรวจทั้งจากคนไทยในภูเก็ต และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งเห็นว่าราคาค่าบัตรเข้าชมไม่น่าจะต่ำกว่าภูเก็ตแฟนตาซี บริษัทจึงได้ตั้งราคาบัตรไว้ที่ 1,300 บาท พร้อมสูจิบัตร ชีดีการแสดงของโจหลุยส์ และของที่ระลึก และบัตรราคา1,800 บาท รวมอาหารค่ำ ส่วนคนภูเก็ตจะได้รับสิทธิพิเศษส่วนลดถึง 50% ซึ่งคิดว่าเป็นราคาที่คนภูเก็ตสามารถที่จะรับได้
นางจินตนา กล่าวอีกว่า การดึงทางโจหลุยส์เข้ามาแสดงที่ภูเก็ต บริษัทคาดหวังสูงมากกว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาในภูเก็ตปีละกว่า 4 ล้านคน เพราะจากการสำรวจพบว่าชาวต่างชาติสนใจการแสดงที่เป็นไทยๆ และศิลปะของไทยมากโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวกลุ่มจากยุโรป และออสเตรเลียจะเป็นลูกค้ากลุ่มหลัก ที่บริษัทคาดว่าจะเป็นลูกค้ากลุ่มหลัก ส่วนคนไทยเป็นอีกหนึ่งกลุ่มเป้าหมาย ที่คาดว่าจะให้มาชมการแสดงเพราะทางบริษัทจัดราคาพิเศษ และจะมีการปรับเปลี่ยนการแสดงทุก 6 เดือน
อย่างไรก็ตาม ในการทำตลาดเพื่อดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาชมการแสดง บริษัทจะเปิดขายบัตรล่วงหน้าเป็นปีๆ เพื่อให้ทางบริษัททัวร์ และโรงแรมสามารถขายตั๋วให้นักท่องเที่ยวได้ล่วงหน้าและในช่วงแรกๆ ที่เปิดการแสดงนั้นไม่เป็นห่วงเรื่องการตลาด เพราะเป็นเรื่องใหม่ที่ทุกคนก็อยากชม และภูเก็ตยังขาดแหล่งบันเทิงยามค่ำคืนที่จะดึงนักท่องเที่ยวไปท่องเที่ยวได้มีเพียงภูเก็ตแฟนตาซีเท่านั้น
นายพิสูตร ยังเขียวสด กรรมการผู้จัดการ บริษัท โจหลุยส์ เธียร์เตอร์ จำกัด พร้อมคณะนักแสดงหุ่นละครเล็ก เปิดแถลงข่าวโครงการจัดการแสดงหุ่นละครเล็กที่ จ.ภูเก็ตว่า หุ่นละครเล็กโจหลุยส์จะมาแสดงที่ จ.ภูเก็ต ที่โรงแรงละครแห่งใหม่ในโครงการภูเก็ต อินเตอร์เนชั่นแนลไนท์บาซาร์ บนถนนเจ้าฟ้านอก โดยใช้ชื่อโรงละครใหม่ ตามชื่อพระราชทานว่า "นาฎยศาลา หุ่นละครเล็ก" เพื่อให้เหมาะสมกับกับแสดง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของไทยโดยจะเปิดการแสดงได้ประมาณเดือน พ.ย.48
การตัดสินใจมาเปิดการแสดงที่ จ.ภูเก็ต เพราะต้องการให้คนภูเก็ตและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้เห็นการแสดงหุ่นละครเล็กและมองในแง่ของการอยู่รอดในเชิงธุรกิจ คิดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เข้ามาภูเก็ต
ด้านนายสุรินทร์ ยังเขียวสด ผู้อำนวยการศิลปินโจหลุยส์ เธียรเตอร์ กล่าวถึงรูปแบบการแสดงว่า จะเป็นการออกแบบการแสดงใหม่ ภายใต้แนวคิด Classical Theme ที่จะผสมผสานหนังใหญ่ โขน และหุ่นละครเล็ก โดยเน้นความงดงามของการแสดงหุ้นละครเล็กและระดมศิลปินไทยชั้นบรมครูมาบรรจงประดิษฐ์ฉาก เสื้อผ้า ท่าทางการร่ายรำ และแสดงของหุ่นละครเล็ก ตลอดจนดนตรีประกอบการแสดงที่เป็นการแสดงสด โดยจะเพิ่มความอลังการของการแสดงด้วยระบบแสง-สี-เสียงและเทคนิคพิเศษต่างๆ โดยจะสามารถจัดแสดงได้สูงสุด 3 รอบต่อวัน
นอกจากนี้ ยังได้จัดเตรียมหุ่นละครเล็กในคาแรกเตอร์ ที่นักท่องเที่ยวนานาชาติรู้จักคุ้นเคยเป็นอย่างดี เช่น หุ่นของ เอลวิส เพรสลี่ย์, มาริลีนมอนโร เป็นต้น มาประกอบการแสดงในช่วงพัก และช่วงท้ายตามความเหมาะสม ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวได้รับทราบว่า เทคนิคการควบคุมหุ่นให้เคลื่อนไหวได้ราวกับมีชีวิตโดยผู้เชิดถึง 3 คนนี้สามารถจัดทำหุ่นที่เป็นสากลได้หรือเล่าเรื่องราวที่เป็นสากลได้สนุกสนานเช่นกัน
ขณะที่นางจินตนา แสงสว่าง แดงเดช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ภูเก็ตไนท์บาซาร์ จำกัด เปิดเผย ทางบริษัทภูเก็ตไนท์บาซาร์ ได้เชิญทางโจหลุยส์มาทำการแสดงที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งโรงละครจะอยู่ในโครงการภูเก็ต อินเตอร์เนชั่นแนลไนท์บาซาร์ โดยภูเก็ตไนท์บาซาร์ จะเป็นผู้ลงทุนในส่วนของโรงละคร โดยใช้งบในการลงทุนที่เป็นตัวอาคารประมาณ 30 ล้านบาทและการตกแต่งฉากต่างๆ และเทคนิคอีกประมาณ 20 ล้านบาท ซึ่งโรงละครดังกล่าวจะใหญ่กว่าที่กรุงเทพฯ รองรับได้ถึง 1,000 ที่นั่ง ตามแผนที่วางไว้จะเปิดแสดงรอบแรกในวันที่ 26 พ.ย.48
ส่วนราคาค่าบัตรชมการแสดง บริษัทได้ทำการศึกษาสำรวจทั้งจากคนไทยในภูเก็ต และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งเห็นว่าราคาค่าบัตรเข้าชมไม่น่าจะต่ำกว่าภูเก็ตแฟนตาซี บริษัทจึงได้ตั้งราคาบัตรไว้ที่ 1,300 บาท พร้อมสูจิบัตร ชีดีการแสดงของโจหลุยส์ และของที่ระลึก และบัตรราคา1,800 บาท รวมอาหารค่ำ ส่วนคนภูเก็ตจะได้รับสิทธิพิเศษส่วนลดถึง 50% ซึ่งคิดว่าเป็นราคาที่คนภูเก็ตสามารถที่จะรับได้
นางจินตนา กล่าวอีกว่า การดึงทางโจหลุยส์เข้ามาแสดงที่ภูเก็ต บริษัทคาดหวังสูงมากกว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาในภูเก็ตปีละกว่า 4 ล้านคน เพราะจากการสำรวจพบว่าชาวต่างชาติสนใจการแสดงที่เป็นไทยๆ และศิลปะของไทยมากโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวกลุ่มจากยุโรป และออสเตรเลียจะเป็นลูกค้ากลุ่มหลัก ที่บริษัทคาดว่าจะเป็นลูกค้ากลุ่มหลัก ส่วนคนไทยเป็นอีกหนึ่งกลุ่มเป้าหมาย ที่คาดว่าจะให้มาชมการแสดงเพราะทางบริษัทจัดราคาพิเศษ และจะมีการปรับเปลี่ยนการแสดงทุก 6 เดือน
อย่างไรก็ตาม ในการทำตลาดเพื่อดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาชมการแสดง บริษัทจะเปิดขายบัตรล่วงหน้าเป็นปีๆ เพื่อให้ทางบริษัททัวร์ และโรงแรมสามารถขายตั๋วให้นักท่องเที่ยวได้ล่วงหน้าและในช่วงแรกๆ ที่เปิดการแสดงนั้นไม่เป็นห่วงเรื่องการตลาด เพราะเป็นเรื่องใหม่ที่ทุกคนก็อยากชม และภูเก็ตยังขาดแหล่งบันเทิงยามค่ำคืนที่จะดึงนักท่องเที่ยวไปท่องเที่ยวได้มีเพียงภูเก็ตแฟนตาซีเท่านั้น


