วานนี้ (11 พ.ย.)นายเอกวัฒน์ ศรีมันตะ ผู้เสียหายซึ่งถูกตำรวจ สภ.อ.เมืองพระนครศรีอยุธยา และสภ.อ.อุทัย ทารุณกรรมด้วยการใช้ไฟฟ้าจี้อวัยวะเพศ ได้ทำหนังสือถึงนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ยุติธรรม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อร้องขอเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนเนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ในคดีที่ตกเป็นผู้ต้องหาวิ่งราวทรัพย์
โดยอ้างเหตุที่ถูกจับกุมจากตำรวจ สภ.อ.เมืองพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 2 พ.ย.และถูกยัดข้อหาวิ่งราวทรัพย์ และถูกซ้อมให้รับสารภาพ และเมื่อถูกส่งตัวไปยัง สภ.อ.อุทัย ก็ถูกทารุณกรรมด้วยการใช้ไฟฟ้าช็อตอวัยวะเพศ ซึ่งถือว่าการกระทำของตำรวจเป็นความผิดอาญา และผิดวินัยร้ายแรง จึงต้องการให้ รมว.ยุติธรรม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดำเนินคดีกับตำรวจ สภ.อ.พระนครศรีอยุธยา และ สภ.อ.อุทัย ตามประมวลกฎหมายอาญา และสอบสวนโทษทางวินัยกับพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้อง โดยขอให้เปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนและให้กรมสอบสวนคดีพิเศษทำหน้าที่แทน
นางสุนีย์ ไชยรส กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า กรณีการละเมิดสิทธิผู้ต้องหาที่เกิดขึ้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นกรณีตัวอย่างที่น่าสนใจ เพราะผู้เสียหายและญาติกล้าออกมาเปิดเผยตัว ขณะที่คดีลักษณะนี้คนส่วนใหญ่จะหลีกเลี่ยงการมีปัญหากับตำรวจ นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี ก็ยังมีคำสั่งเร่งรัดให้ทุกฝ่ายเข้าไปแก้ปัญหา จึงเชื่อว่าข้อมูลคดีนี้จะต่อยอดไปสู่การนำเสนอเป็นแผนแม่บทข้อปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้
อย่างไรก็ตาม คดีนี้ได้สะท้อนถึงกระบวนการยุติธรรมที่มีปัญหา เพราะไม่มีการเคารพสิทธิของผู้อื่นตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งตำรวจปฏิบัติกันมาจนกลายเป็นธรรมเนียม โดยเฉพาะเรื่องการอนุญาตศาลฝากขัง เพื่อการขยายผล ซึ่งหลายกรณีมีการกักขังเกินกว่าที่สามารถกระทำได้ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นจะโทษตำรวจชั้นประทวนเพียงฝ่ายเดียวไม่ได้ แต่ผู้บังคับบัญชาต้องลงมาร่วมรับผิดชอบด้วย
สำหรับคดีนายชล นราพินิจ และนางศิริอร ช่างลวดลาย สามี–ภรรยา ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุลักทรัพย์ซึ่งถูกกักขังเกินกว่าที่กฏหมายกำหนด ล่าสุด พล.ต.ท.ปานศิริ ประภาวัต ผบช.น.ลงนามคำสั่งย้าย พ.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผกก.สน.ลุมพินี ไปช่วยราชการที่ บก.น.5 เป็นเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย. พร้อมทั้งสั่งให้ พ.ต.ท.รังสรรค์ ประดิษฐผล รอง ผกก.สส.สน.ลุมพินี ไปปฏิบัติหน้าที่รอง ผกก.สส.สน.คลองตัน และให้ พ.ต.ท.ชนภณ โพธิสุข รอง ผกก.สส.สน.คลองตัน มานั่งดำรงตำแหน่งแทน จนกว่าผลการสอบสวนจะเสร็จสิ้น
โดยอ้างเหตุที่ถูกจับกุมจากตำรวจ สภ.อ.เมืองพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 2 พ.ย.และถูกยัดข้อหาวิ่งราวทรัพย์ และถูกซ้อมให้รับสารภาพ และเมื่อถูกส่งตัวไปยัง สภ.อ.อุทัย ก็ถูกทารุณกรรมด้วยการใช้ไฟฟ้าช็อตอวัยวะเพศ ซึ่งถือว่าการกระทำของตำรวจเป็นความผิดอาญา และผิดวินัยร้ายแรง จึงต้องการให้ รมว.ยุติธรรม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดำเนินคดีกับตำรวจ สภ.อ.พระนครศรีอยุธยา และ สภ.อ.อุทัย ตามประมวลกฎหมายอาญา และสอบสวนโทษทางวินัยกับพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้อง โดยขอให้เปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนและให้กรมสอบสวนคดีพิเศษทำหน้าที่แทน
นางสุนีย์ ไชยรส กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า กรณีการละเมิดสิทธิผู้ต้องหาที่เกิดขึ้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นกรณีตัวอย่างที่น่าสนใจ เพราะผู้เสียหายและญาติกล้าออกมาเปิดเผยตัว ขณะที่คดีลักษณะนี้คนส่วนใหญ่จะหลีกเลี่ยงการมีปัญหากับตำรวจ นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี ก็ยังมีคำสั่งเร่งรัดให้ทุกฝ่ายเข้าไปแก้ปัญหา จึงเชื่อว่าข้อมูลคดีนี้จะต่อยอดไปสู่การนำเสนอเป็นแผนแม่บทข้อปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้
อย่างไรก็ตาม คดีนี้ได้สะท้อนถึงกระบวนการยุติธรรมที่มีปัญหา เพราะไม่มีการเคารพสิทธิของผู้อื่นตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งตำรวจปฏิบัติกันมาจนกลายเป็นธรรมเนียม โดยเฉพาะเรื่องการอนุญาตศาลฝากขัง เพื่อการขยายผล ซึ่งหลายกรณีมีการกักขังเกินกว่าที่สามารถกระทำได้ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นจะโทษตำรวจชั้นประทวนเพียงฝ่ายเดียวไม่ได้ แต่ผู้บังคับบัญชาต้องลงมาร่วมรับผิดชอบด้วย
สำหรับคดีนายชล นราพินิจ และนางศิริอร ช่างลวดลาย สามี–ภรรยา ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุลักทรัพย์ซึ่งถูกกักขังเกินกว่าที่กฏหมายกำหนด ล่าสุด พล.ต.ท.ปานศิริ ประภาวัต ผบช.น.ลงนามคำสั่งย้าย พ.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผกก.สน.ลุมพินี ไปช่วยราชการที่ บก.น.5 เป็นเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย. พร้อมทั้งสั่งให้ พ.ต.ท.รังสรรค์ ประดิษฐผล รอง ผกก.สส.สน.ลุมพินี ไปปฏิบัติหน้าที่รอง ผกก.สส.สน.คลองตัน และให้ พ.ต.ท.ชนภณ โพธิสุข รอง ผกก.สส.สน.คลองตัน มานั่งดำรงตำแหน่งแทน จนกว่าผลการสอบสวนจะเสร็จสิ้น


