xs
xsm
sm
md
lg

รัฐบาลตีกรอบคนทรงเจ้าเปิดสำนักให้แจ้งทางการ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

กระทรวงวัฒนธรรมร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย วางกรอบแก้ปัญหาการทรงเจ้า เผยระยะสั้นจะเข้าไปเอ็กซเรย์ทุกสำนักทรงทั่วประเทศว่ามีพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายหรือไม่ ขณะที่ระยะยาวเสนอปรับปรุง พ.ร.บ.ศาลเจ้า ต้องแจ้งกับราชการก่อนทำกิจกรรมทรงเจ้า
      
นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวถึงการแก้ปัญหาการทรงเจ้าว่า ขณะนี้ได้หารือเบื้องต้นกับ นายชัยฤกษ์ ดิษฐอำนาจ รองปลัดกระทรวงมหาดไทยแล้วมีความเป็นไปได้ที่ วธ.จะทำงานร่วมกับมหาดไทยในเรื่องนี้ และจะเชิญกรมสุขภาพจิตมาคุยกันด้วย ซึ่งนัดไว้วันที่ 22 ตุลาคม โดยจะมีทั้งการดำเนินการในระยะสั้นและระยะยาว

สำหรับระยะสั้นจะใช้วิธีเข้าไปสอดส่องดูแลให้มากขึ้น โดยใช้ พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางการปกครอง 2539 ที่ให้อำนาจแก่เจ้าพนักงานของรัฐในการออกคำสั่งทางการปกครองที่มีเหตุมีผลตามควร ซึ่งกระทรวงมหาดไทยจะมีเจ้าหน้าที่กระจายอยู่ทุกพื้นที่ โดยเข้าไปตรวจสอบว่าในพื้นที่ชุมชนมีการทรงเจ้าใดบ้างที่สร้างความเดือดร้อนในลักษณะฉ้อโกงหรือผิดกฎหมายอาญา แต่การเข้าไปต้องไม่ใช่ลักษณะตรวจค้นหรือจับผิด

ขณะเดียวกันกระทรวงวัฒนธรรมจะมีสภาวัฒนธรรมจังหวัด สภาวัฒนธรรมอำเภอ บางแห่งมีสภาวัฒนธรรมตำบล มีเครือข่ายของผู้นำในชุมชน ก็จะไปสร้างกระบวนการที่สร้างสมดุลกับความเชื่อในแต่ละท้องถิ่น เพราะความเชื่อหรือวิถีชาวบ้านบางอย่างที่ทำกันมานานไม่ได้ฉ้อโกงหรือสร้างความเดือดร้อนให้ใคร แต่เป็นการสร้างกำลังใจก็ไม่ควรไปทำลาย

นายวีระศักดิ์ กล่าวด้วยว่า การแก้ไขปัญหาระยะยาวนั้น จะพิจารณาร่วมกันว่าในการขยายความใน พ.ร.บ.ศาลเจ้า 2528 ให้ครอบคลุมถึงกิจกรรมการทรงเจ้าเปิดเผยเป็นกิจธุระให้แจ้งกับราชการด้วย แต่ไม่ถึงกับต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เนื่องจาก พ.ร.บ.ศาลเจ้า กำหนดให้ศาลเจ้าที่จัดตั้งขึ้นต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ขณะที่การทรงเจ้าไม่มีสถานที่แน่นอน และกำหนดบทบาทหน้าที่ของรัฐควรในการจำกัดเรื่องนี้ โดยอาจจะปรับปรุง พ.ร.บ.ศาลเจ้าให้ขยายครอบคลุมไม่ดูเฉพาะสถานที่และทรัพย์สินของศาลเจ้าเท่านั้น แต่ให้รวมไปถึงกิจกรรมที่คล้ายคลึงกันด้วย

ทั้งนี้ ใครคิดทำในลักษณะทรงเจ้าหรือคิดว่าตัวเองมีพลังต้องมาแจ้งให้ราชการทราบ ไม่ใช่เป็นการขออนุญาต ราชการทราบแล้วจะได้ขึ้นรายการแจ้งหน่วยงานในตำบลทราบว่ามีกิจกรรมนี้ในพื้นที่

“เราต้องเคารพพิธีกรรมแบบชาวบ้าน ไม่ใช่ดาหน้าลุยเข้าไป เพราะวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ทำสืบเนื่องกันมาต่างกันกับพวกฉ้อโกง ถ้าเป็นวิถีชาวบ้านที่ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนควรจะปล่อยให้ดำเนินกิจกรรมได้ แต่รัฐต้องเข้าไปส่งเสริมให้กระบวนการเข้าถึงธรรมะ เพื่อให้รู้แจ้งเห็นจริงให้มากขึ้น ให้รู้ถึงบาปบุญคุณโทษ กฎแห่งกรรมเป็นอย่างไร”

“เช่นพ่อปู่คนหนึ่งในภาคอีสาน กับเรื่องผีแม่หม้ายที่จะเห็นผู้ชายในหมู่บ้านเอาลิปสติกมาทาปากก่อนนอนหรือเอาหุ่นฟางผู้ชายไว้ที่หน้าบ้าน แม้จะพิสูจน์ไม่ได้ แต่ก็ไม่มีการฉ้อโกง ชาวบ้านที่ทำก็สบายใจ จึงเป็นความเชื่อท้องถิ่น ต่างกับการทรงเจ้าแม่โน่นเจ้าแม่นี่ที่อาจมีเทคนิควิธีหลอกเอาเงินชาวบ้าน โดยใช้การพูดให้คนอื่นเชื่อ”