xs
xsm
sm
md
lg

ห้างฯ-ค้าปลีกเมินมาตรการปิด2ทุ่ม

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

"ห้างสรรพสินค้า-ยักษ์ค้าปลีก" เมินข้อเสนอปิด 2 ทุ่มและ 4 ทุ่มของรัฐบาล ต่อรองขอลดเวลาทำงานวันละ 1-1.30 ชม. อ้างหากทำตามรัฐกระทบยอดขาย-การจ้างงาน-เศรษฐกิจ “พาณิชย์” โยนครม.พิจารณา 24 ส.ค. ขู่ถ้ามีมติออกมาแล้วไม่ทำตาม จะใช้กฎหมายเล่นงาน วงการค้าปลีกแนะปิด 3 ทุ่มพร้อมกันทั้งไทยและฝรั่ง “ทักษิณ”เผยไม่เคยพูดให้อภิสิทธิ์เซเว่น-อีเลฟเว่น อัด “เมตตา”พูดมากเรื่องขึ้นราคาดีเซล ด้าน “หมอมิ้ง” เร่งสร้างลานจอดรถ ดึงคนใช้บริการขนส่งมวลชน ขณะที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกล่าสุดจ่อ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

วานนี้ (20 ส.ค.) กระทรวงพาณิชย์ ได้เชิญผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้า และผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวน 30 ราย แยกเป็นห้างสรรพสินค้า เช่น เซ็นทรัล ตั้งฮั่วเส็ง พาต้า โรบินสัน และดิสเคานต์สโตร์ เช่น แม็คโคร บิ๊กซี คาร์ฟูร์ เทสโกโลตัส มาหารือถึงมาตรการประหยัดพลังงานของรัฐบาล ที่ให้ห้างสรรพสินค้าปิดเวลา 20.00 น. และดิสเคาต์สโตร์ปิดเวลา 22.00 น.
นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการหารือว่า ผู้ประกอบการทุกรายยินดีให้ความร่วมมือกับรัฐบาลอย่างเต็มที่ในการลดเวลาทำงานลง แต่ไม่ใช่เวลาตามที่รัฐบาลกำหนด โดยห้างสรรพสินค้า เสนอขอลดเวลาทำงานลง 1 ชั่วโมง ขณะที่ดิสเคานต์สโตร์ ขอลดเวลาทำงานลง 1 ถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งจะไม่กระทบกระเทือนต่อยอดขาย การจ้างงาน และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ
ผู้ประกอบการอ้างว่า หากปิดตามเวลาที่รัฐบาลกำหนดจะกระทบต่อยอดขายมาก โดยเฉพาะในช่วงเวลาตั้งแต่ 20.00-21.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่มียอดขายสูงสุด ขณะเดียวกัน พนักงานดิสเคานต์สโตร์ที่ทำงานในช่วงเวลาหลังจาก 22.00 น.ไปแล้วอาจต้องถูกปลดออกจากงานได้ และยังจะทำให้ห้างฯ ต้องสูญเสียรายได้จากการเช่าพื้นที่ในห้างฯ ซึ่งในส่วนนี้จะไม่มีใครรับผิดชอบให้กับผู้ประกอบการได้
“ห้างสรรพสินค้า ขอลดเวลาทำงานลง 1 ชั่วโมง โดยอาจเปิดช้าลง 30 นาที และปิดเร็วขึ้น 30 นาที เช่น เดิมเปิด 10.00-22.00 น.ก็เลื่อนเป็นเปิด 10.30-21.30 น. ส่วนดิสเคานต์สโตร์ เดิมเปิด 10.00-24.00 น.ก็ขอเลื่อนเป็น 10.30-23.30 น. หรือ 10.30-23.00 น. เป็นต้น แต่กระทรวงพาณิชย์ยังไม่รับตามที่เอกชนเสนอ โดยจะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคารที่ 24 ส.ค.นี้ก่อน หากครม.มีมติอย่างไร ก็จะขอให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตาม ส่วนศูนย์การค้าที่มีทั้งห้างสรรพสินค้า และดิสเคานต์สโตร์อยู่ในที่เดียวกัน ก็ให้ถือปฏิบัติตามที่ครม.มีมติ” นายศิริพลกล่าว
อย่างไรก็ตาม หากครม.มีมติไปแล้ว ผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตาม ทางการมีกฎหมายหลายฉบับที่พร้อมจะบังคับใช้ โดยหากกำหนดวัน เวลาเปิด-ปิด แต่ไม่ยอมปฏิบัติตาม จะมีความผิดตามกฎหมายควบคุมโภคภัณฑ์ มีโทษจำคุก 10 ปี ปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือหากกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขให้จำหน่ายแล้วไม่ปฏิบัติตาม จะมีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการขอเวลาในการเตรียมตัว และแจ้งให้กับผู้บริโภครับทราบภายใน 7-15 วันด้วย
ทั้งนี้ ห้างสรรพสินค้า และดิสเคาต์สโตร์มีเวลาเปิด-ปิดต่างกัน โดยโลตัส จะมีระยะเวลาเปิด-ปิด 3 เวลาตามความเหมาะสมของพื้นที่ ได้แก่ 09.00-23.00น. 08.00-24.00 น. และ 10.00-22.00 น. คาร์ฟูร์ วันศุกร์-เสาร์ 09.00-24.00 น. ส่วนอาทิตย์-พฤหัสบดี 09.00-23.00 น. บิ๊กซี มีช่วงเวลาตามความเหมาะสมของพื้นที่ตั้งแต่ 08.00-23.00น. 09.00-22.00 น. และ 08.00-24.00 น. แม็คโคร ในกรุงเทพฯ 06.00-23.00 น. และในภูมิภาค 06.00-24.00น. ขณะที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล จันทร์-พฤหัสบดี 10.00-21.00 น. ศุกร์-อาทิตย์ 10.00-22.00 น. เดอะมอลล์ จันทร์-ศุกร์ 10.00-22.00 น. และเสาร์-อาทิตย์ 10.00-23.00 น. โรบินสัน 10.30-22.30 น. พาต้า 10.00-21.30 น.
นายศิริพลกล่าวต่อถึงราคาสินค้าว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการห้างสรรสินค้าให้ตรึงราคาจำหน่ายต่อไปจนถึงวันที่ 31 ต.ค.นี้ ผู้ประกอบการจะขึ้นราคาสินค้าโดยอ้างว่าได้รับผลกระทบจากมาตรการประหยัดพลังงานของรัฐบาลไม่ได้
นายกวิน สัณฑกุล กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการบริหารอาวุโสฝ่ายจัดการสินค้าอุปโภค เทสโก โลตัส กล่าวว่า ตั้งแต่เดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา โลตัส ได้ดำเนินมาตรการประหยัดพลังงานว่าด้วยการปิดห้างเร็วกว่ากำหนด เช่น ห้างในกรุงเทพฯ เวลาเปิด-ปิดเดิม 10.00 น.ถึง 02.00 น. ก็ปรับเป็น 8.00น.-24.00 น. และยังมีมาตรการประหยัดพลังงานอื่นๆ อีกหลายอย่าง พบว่า สามารถลดค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าไฟฟ้าได้เดือนละ 2 ล้านบาท แต่ถ้าประหยัดพลังงาน และประหยัดค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกต่อไปจนครบ 1 ปีจะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ปีละ 60 ล้านบาท
“ห้างได้ประหยัดพลังงานมาอย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าภาครัฐออกมาตรการให้ปิดห้างก่อนเวลา เกรงว่าจะสร้างผลกระทบต่อยอดขาย โครงสร้างค่าใช้จ่ายห้าง การท่องเที่ยว และการจ้างงาน แต่ถ้ามาตรการออกมาชัดเจนก็ต้องดำเนินการตาม ตอนนี้มาตรการยังไม่ชัดเจนก็ยากจะประเมินผลกระทบ“ นายกวินกล่าว
ขณะที่นายธนภณ ตังคณานันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ สำนักงานใหญ่ ห้างคาร์ฟูร์ กล่าวว่า หากรัฐกำหนดให้ปิดก่อนเวลา จะกระทบรายได้ของคาร์ฟูร์ราว 10-20% ส่วนการจ้างพนักงาน ซึ่งคาร์ฟูร์มีลูกจ้างสาขาละ 400-500 คน รวมทั้งประเทศ มีพนักงานรวม 7,000 คนนั้น คงต้องดูเรื่องการปรับเวลาการทำงานของพนักงาน ซึ่งแบ่งเป็นสองส่วนคือ พนักงานประจำจ้างเป็นเดือน และพนักงานจ้างเป็นกะ ซึ่งพนักงานเป็นกะอาจต้องปรับชั่วโมงการทำงาน แต่ไม่ถึงกับกระทบรายได้ของพนักงาน

โวยเลือกปฏิบัติไทย-ฝรั่ง
เสนอปิดพร้อมกัน 3 ทุ่ม
นายองอาจ ตั้งมิตรประชา ประธานหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า หอการค้าเห็นด้วยกับมาตรการประหยัดพลังงานไฟฟ้าและพลังงานน้ำมัน ที่รัฐบาลประกาศใช้ เพราะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ แต่การปิดห้างสรรพสินค้าของนักธุรกิจท้องถิ่นในเวลา 20.00 น. แต่ให้ห้างสรรพสินค้าต่างชาติปิดเวลา 22.00 น. จะกระทบกระเทือนกับธุรกิจการค้าประเภทเดียวกัน เพราะเป็นลูกค้ากลุ่มเดียวกัน ดังนั้นจึงควรปิดในเวลาพร้อมกัน เพื่อไม่ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในเชิงการค้า
นายองอาจ กล่าวถึงผลกระทบทางด้านการจ้างแรงงานว่าเชื่อว่า การปิดห้างก่อนเวลาไม่กี่ชั่วโมง ไม่น่าเป็นปัญหาใหญ่ของบริษัทห้างร้าน เพราะสามารถปรับเวลาได้ สำหรับการปิดปั๊มน้ำมันตอนเที่ยงคืน จะเป็นประโยชน์ในการประหยัดพลังงาน แต่ผู้ประกอบการอยากทราบกรอบของเวลาว่า มาตรการดังกล่าว จะใช้ไปจนถึงเมื่อใด เพื่อผู้ประกอบการจะได้ปรับตัวให้พร้อมรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้
นายสมบูรณ์ วรปัญญาสกุล กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าแปซิฟิคพาร์ค ศรีราชา จังหวัดชลบุรี เปิดเผยถึงนโยบายประหยัดพลังงานของรัฐบาล ด้วยการกำหนดให้ห้างสรรพสินค้า และศูนย์การค้า ปิดบริการในเวลา 20.00 น. ส่วนร้านดิสเคานต์สโตร์ รวมทั้ง ร้านสะดวกซื้อให้ปิดดำเนินการในเวลา 22.00 น.ว่า มาตรการดังกล่าว ไม่เพียงแต่จะสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ที่ต้องจับจ่ายใช้สอยในช่วงหลังเลิกงานเท่านั้น
มาตรการนี้ยังสร้างความเหลื่อมล้ำ ในสภาพการแข่งขันธุรกิจอย่างร้ายแรง ถือได้ว่าเป็น การเลือกปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องอย่างเห็นได้ชัดเจน ซึ่งรัฐบาล ไม่ควรจัดชั้นแยกประเภทร้านดิสเคานต์สโตร์ กับศูนย์การค้า เนื่องจากดิสเคานต์สโตร์ ก็ประกอบธุรกิจคล้ายกับศูนย์การค้า ที่ให้บริการจำหน่ายสินค้าของตนและให้เช่าพื้นที่ค้าปลีก อีกทั้งยังมีโรงมโหรสพเช่นเดียวกับศูนย์การค้า
ทั้งนี้ ผลกระทบที่ได้รับจากมาตรการกำหนดปิดศูนย์การค้าเวลา 20.00 น.นั้น ผู้ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงคือผู้บริโภค ธุรกิจร้านอาหาร รวมไปถึงโรงมโหรสพ ซึ่งผู้บริโภคส่วนใหญ่จะใช้ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าเป็นแหล่งนัดพบหลังเลิกงาน และจะใช้เวลาในช่วง 19.00-22.00 น.
ดังนั้น หากรัฐบาลกำหนดให้ปิดดำเนินการเร็วขึ้น จะมีผลให้ผู้ใช้บริการต้องเปลี่ยนไปใช้บริการที่อื่น ทำให้มีการเดินทางมากขึ้น และไม่เป็นการ ช่วยประหยัดพลังงานแต่อย่างใด
นายสมบูรณ์ เผยว่ารัฐบาลควรกำหนดนโยบายให้ ดิสเคานต์สโตร์ กับศูนย์การค้า ปิดดำเนินการในเวลา 21.00 น.เท่ากัน และควรจัดโซนนิ่งในรัศมีที่กำหนด เช่น ภายในพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตรมีจำนวนดิสเคานต์สโตร์ และศูนย์การค้าเท่าใด โดยกำหนดให้ ผลัดกันปิดเร็วขึ้นในแต่ละวัน ที่สำคัญดิสเคานต์สโตร์ และศูนย์การค้าในต่างจังหวัดมีจำนวนไม่มาก ควรจะอนุโลมให้ปิดในเวลา 21.00 น.เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ซื้อสินค้าที่ไม่มีทางเลือกเท่ากับประชาชนในกรุงเทพฯ
นายสมควร นกหงษ์ ประธานกลุ่มศรีราชเทพประธาน ผู้บริหารห้างสรรพสินค้า แหลมทอง ในจังหวัดชลบุรี และระยอง และศูนย์การค้าตึกคอม เปิดเผยว่า รัฐบาลควร สร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการ โดยกำหนดให้ดิสเคานต์สโตร์และห้างสรรพสินค้า ปิดในเวลาเท่ากันคือ 21.00 น.โดยที่ร้านสะดวกซื้อ ก็ควรปิดในเวลา 22.00 น.ไม่ใช่ปิดในเวลา 24.00 น.จึงจะสามารถประหยัดพลังงานได้
นายเจน นำชัยศิริ รองประธานคณะกรรมการสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม กล่าวว่า ส.อ.ท.
ได้เสนอมาตรการเร่งด่วนระยะสั้นเพื่อรองรับกับนโยบายการประหยัดพลังงาน ดังนี้ 1.ต้องการให้ปิดห้างสรรพสินค้าที่เปิด 24 ชั่วโมง ระหว่าง 01.00 ถึง 06.00 น. 2.เคร่งครัดการปิดสถานเริงรมย์ตามกำหนดเวลา 3.ยกเลิกการใส่ชุดสากลและเนคไท สำหรับการทำงานและการประชุมภายในหน่วยงานราชการ 4.ปิดไฟโฆษณากลางแจ้งหลังเที่ยงคืน เป็นต้น ส่วนมาตรการระยะยาว เห็นด้วยที่จะปล่อยลอยราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และกระตุ้นให้ประชาชนใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินให้มากขึ้น

ทักษิณปฏิเสธอุ้มเซเว่นฯ
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณีที่รัฐบาลมีมาตรการให้ปิดห้างสรรพสินค้าในเวลา 20.00 น.นั้น อย่าเพิ่งโวยวาย ต้องช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ส่วนที่มีการวิจารณ์กันว่าสั่งปิดแต่ห้างสรรพสินค้า แต่ร้านสะดวกซื้อไม่ปิด ยังไม่เคยบอกว่าไม่ต้องปิดก่อนเวลา แต่วันนั้น ข้อมูลที่กระทรวงพลังงานให้มา มีเพียงห้างสรรพสินค้า ยังไม่มีข้อมูลของร้านสะดวกซื้อ จึงต้องไปรวบรวมรายละเอียดก่อนว่าเป็นอย่างไร
ก่อนหน้านี้ หลังจากที่รัฐบาลได้มีมาตรการสั่งปิดห้างสรรพสินค้า และดิสเคาต์สโตร์ ออกมา แต่ไม่มีการระบุถึงร้านสะดวกซื้อ เช่น เซเว่น-อีเลฟเว่น และแฟมิลี่มาร์ท ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันว่ารัฐบาลอุ้มบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเครือเจริญโภคภัณฑ์ เจ้าของเซเว่น-อีเลฟเว่น

ปิดห้างประหยัด150ล้านต่อปี
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า จากฐานข้อมูลปี 2545 พบว่าห้างสรรพสินค้า อาทิ เซ็นทรัล เดอะมอลล์ โรบินสัน มีการใช้ไฟฟ้าต่อห้างประมาณ 25-50 ล้านหน่วยต่อปี ส่วนดิสเคาร์สโตร์ขนาดใหญ่ อาทิ โลตัส บิ๊กซี คาร์ฟู มีการใช้ไฟฟ้าต่อห้างประมาณ 10-20 ล้านหน่วยต่อปี ในขณะที่การใช้ไฟฟ้าในภาคครัวเรือนในจังหวัดเล็ก อาทิ แม่ฮ่องสอน อำนาจเจริญ มุกดาหาร น่าน อุทัยธานี มีการใช้ไฟฟ้าในแต่ละอำเภอประมาณ 8-19 ล้านหน่วยต่อปีเท่านั้น
ทั้งนี้ มีการคำนวณคร่าวๆ ว่าถ้ามีการปิดห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ในเขตกรุงเทพฯ คือ แมคโคร โลตัส บิ๊กซี และคาร์ฟูจำนวน 45 สาขา ระหว่างเวลา 22.00 น.-10.00 น.จะประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ 60 ล้านหน่วย คิดเป็นเงินที่จะประหยัดได้ 150 ล้านบาทต่อปี

อัดผอ.สนพ.พูดมากเรื่องน้ำมัน
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่นายเมตตา บันเทิงสุข ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ระบุว่าจะขึ้นราคาน้ำมันดีเซลในเดือนเม.ย.2548 อีก 3 บาทว่า นายเมตตาอาจจะพูดเยอะไปหน่อย และคิดเอาเอง เพราะถ้าพูดอย่างนี้ก็เท่ากับว่านายเมตตาเป็นคนกำหนดราคาเอง ซึ่งจริงๆ แล้วมันต้องคุยกันก่อน ยังไม่ได้ทำอะไรเลย และยังไม่รู้ว่าราคาน้ำมันในเดือนเม.ย.ปีหน้าจะเท่าไร ใครทำได้บ้าง เอาไว้ให้หมดหนาวก่อนแล้วจะรู้ว่าเป็นอย่างไร ต้องดูสถานการณ์ประกอบการตัดสินใจ แต่ชั้นนี้ไม่ต้องตกใจ รัฐบาลดูแลได้
กรณีที่ราคาน้ำมันดิบจะขึ้นไปถึง 50 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลนั้น ก็รู้ๆ กันอยู่แล้วว่าแนวโน้มจะเป็นอย่างนี้ ยังสู้ได้ ยังพอมีแรง ส่วนที่นายอานันท์ ปันยารชุน ประธานที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติออกมาระบุว่าควรปล่อยให้ราคาน้ำมันลอยตัวนั้น คงต้องดูภาพรวมทั้งหมด แต่วันนี้คงต้องรอไปอีกหน่อยจะดีกว่า ขอให้ใจเย็นๆ เพราะขณะนี้หลายประเทศกำลังมีปัญหาทางเศรษฐกิจอยู่ แล้วทำไมไทยต้องมีปัญหาด้วย
“มันจะเป็นยังไงก็ต้องสู้กับมัน เราไม่ได้เป็นคนเดียว ทั้งโลกเขาก็เป็นกันหมด แต่วันนี้ดูแลอย่างนี้ ขอให้ใจเย็นๆ ผมเชื่อว่าเอาอยู่”นายกรัฐมนตรีกล่าว

เปิดเอกชนยื่นทำลานจอดรถ
น.พ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ขณะนี้ทหารพัฒนาได้เข้าไปปรับปรุงพื้นที่ลานจอดรถบริเวณหมอชิต พื้นที่ 19 ไร่ซึ่งจะรองรับการจอดรถได้เกือบ 1,500 คัน รวมถึงพื้นที่บางซื่ออีก 1,000 กว่าคันแล้ว โดยจะเปิดบริการส่วนหนึ่งที่หมอชิตได้ในวันที่ 10 ก.ย. และทั้งหมดจะเปิดใช้ได้ภายใน 30 ก.ย.นี้ โดยทั้งหมดใช้งบประมาณจากกองทุนอนุรักษ์พลังงาน 35 ล้านบาทเพื่อส่งเสริมให้คนใช้รถบริการขนส่งมวลชนทั้งรถเมล์และรถไฟฟ้ามากขึ้น และนำมาซึ่งการประหยัดพลังงาน
“เรามีแนวคิดที่จะเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมประมูลเสนอที่เพื่อทำลานจอดรถ รวมถึงห้างสรรพสินค้าที่จะปิดเร็วขึ้นนั้นจะมีการนำมาใช้ประโยชน์ด้วยได้หรือไม่คงจะต้องหารือกันในรายละเอียด”รมว.พลังงานกล่าว
นายเมตตา บันเทิงสุข ผู้อำนวยการสนพ. กล่าวว่า สัปดาห์หน้าจะประกาศเชิญชวนให้ภาคเอกชนยื่นแสดงความจำนงเสนอพื้นที่ประมูลทำลานจอดรถใน 3 จุดสำคัญคือ บริเวณบางนา บางกะปิ และรังสิต โดยรัฐจะเข้าร่วมทุนด้วยเพื่อให้ค่าบริการต่ำและรัฐจะนำรถตู้ และรถเมล์เข้าไปรับส่งเพื่อเชื่อมโยงกับระบบขนส่งมวลชน

น้ำมันโลกจ่อ50ดอลลาร์
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกสร้างสถิติใหม่อีกครั้งเมื่อวันพฤหัสบดี โดยราคาน้ำมันดิบไลท์สวีทครูดในตลาดนิวยอร์กสัญญาส่งมอบเดือนกันยายน ทะยานลิ่ว 1.43 ดอลลาร์ ปิดที่บาร์เรลละ 48.70 ดอลลาร์ และไต่ขึ้นต่ออีก 57 เซ็นต์ ทำสถิติใหม่ที่ 49.27 ดอลลาร์ ในการซื้อขายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ก่อนตลาดนิวยอร์กเปิดทำการวันศุกร์
ส่วนราคาน้ำมันดิบชนิดเบรนท์ในตลาดลอนดอนสัญญาส่งมอบเดือนตุลาคม กระโจนขึ้น 1.30 ดอลลาร์ ปิดการซื้อขายวันพฤหัสบดีสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่บาร์เรลละ 44.33 ดอลลาร์
มาวานนี้ (20) น้ำมันดิบชนิดเบรนท์ทำสถิติใหม่อีกครั้ง ด้วยการขยับขึ้นอีก 82 เซ็นต์ อยู่ที่ 45.15 ดอลลาร์ในการซื้อขายช่วงบ่ายที่ตลาดลอนดอน
ฟิล ฟลินน์ นักวิเคราะห์ของอลารอน เทรดดิ้ง กล่าวว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ราคาน้ำมันจะเดินหน้าถึงระดับ 50 ดอลลาร์ในตลาดนิวยอร์กวันศุกร์
เคธ ปาสคอลล์ เทรดเดอร์ของจีเอ็นไอ-แมน ไฟแนนเชียล เสริมว่า ปัจจัยที่กระตุ้นการสั่งซื้อสัญญาน้ำมันในขณะนี้คือ สถานการณ์การสู้รบในอิรักระหว่างกองกำลังอเมริกันกับกลุ่มติดอาวุธของมุคตาดาร์ ซาดร์ ผู้นำชีอะห์ และการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในการผลิตและส่งออกน้ำมันในประเทศดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากกองกำลังของผู้นำชีอะห์ ขู่โจมตีบ่อน้ำมันทางใต้ ตอบโต้การระดมโจมตีเมืองนาญาฟของฝ่ายสหรัฐฯ

ฤทธิ์เฮดจ์ฟันด์
ทางด้านฟาเดล เกต นักวิเคราะห์ของออปเพนไฮเมอร์ มองว่าตลาดดูเหมือนถูกขับเคลื่อนโดยกองทุนเฮดจ์ฟันด์และเทรดเดอร์ในตลาดโภคภัณฑ์ ที่เดิมพันก้อนใหญ่ว่าราคาน้ำมันจะขึ้นไปถึง 50 ดอลลาร์ ซึ่งเมื่อถึงระดับดังกล่าว คนกลุ่มนี้จะเทขายทำกำไรทันที ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิ่งลงรุนแรง
เกตเสริมว่า ขณะนี้ เฮดจ์ฟันด์และเทรดเดอร์ในตลาดโภคภัณฑ์เก็งกันว่า ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุชของสหรัฐฯ จะยืนหยัดไม่ยอมนำน้ำมันในคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ออกมาใช้ เขายังวิเคราะห์ว่า หากบุชเปลี่ยนใจ ราคาน้ำมันจะร่วงลงกว่า 10 ดอลลาร์ภายในเวลาไม่กี่วัน

โอเปกรับเดาทางไม่ถูก
เปอร์โนโม ยัสจิอันโตโร ประธานองค์การประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) กล่าววานนี้ว่า ตนกังวลมากกับราคาน้ำมันที่ดีดตัวรุนแรง พร้อมยอมรับว่า โอเปกไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าราคาน้ำมันจะขึ้นไปถึงระดับไหน
ยัสจิอันโตโรเพิ่มเติมว่า โอเปกจะหารือกันก่อนการประชุมวันที่ 14 เดือนหน้า แต่คงไม่มีมาตรการใดๆ ออกมาก่อนการประชุม อย่างไรก็ดี โอเปกจะพยายามอย่างดีที่สุดในการหยุดยั้งราคาน้ำมัน ทั้งนี้ ทีมศึกษาวิกฤตมีกำหนดส่งมอบรายงานแก่ประเทศสมาชิกในการประชุมวันที่ 16-17 กันยายน

IMFเชื่อศก.โลกโตตามเป้า
ขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของสเปนฉบับหนึ่ง รายงานวานนี้โดยอ้างคำสัมภาษณ์ของโรดริโก ราโต กรรมการผู้จัดการใหญ่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่ระบุว่า แม้สถานการณ์ขณะนี้เลวร้ายกว่าที่คาดไว้ แต่ตนเชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจโลกปีนี้จะขยายตัว 4.6% ตามที่ไอเอ็มเอฟคาดการณ์ไว้เมื่อเดือนเมษายน
อนึ่ง หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของเยอรมนีรายงานในวันเดียวกันว่า ไอเอ็มเอฟปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์อัตราเติบโตของเศรษฐกิจโลกประจำปีนี้เป็น 4.9%
ต่อข้อถามเกี่ยวกับราคาน้ำมัน ราโตกล่าวว่า มีปัจจัยเชิงโครงสร้าง อาทิ การเพิ่มขึ้นของการบริโภคพลังงาน และปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งนำไปสู่การเก็งกำไร
อย่างไรก็ตาม นายใหญ่ไอเอ็มเอฟเชื่อว่า ผลกระทบจากสถานการณ์รุนแรงในอิรักต่อตลาดน้ำมันค่อนข้างจำกัด เนื่องจากอิรักไม่ใช่ซัปพลายเออร์รายใหญ่ แม้จะมีทรัพยากรน้ำมันจำนวนมากก็ตาม