แหล่งข่าวจากบริษัทสหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด(มหาชน)หรือ SSI เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนที่จะลงทุนตั้งโรงงานถลุงเหล็กขั้นต้นโดยได้มีการยืนยันอย่างไม่เป็นทางการกับกระทรวงอุตสาหกรรมแล้วว่าพร้อมลงทุนแน่
แต่ขอศึกษารายละเอียดของแผนอย่างรอบคอบก่อนที่จะยื่นเป็นแผนงานอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง
ทั้งนี้เนื่องจากการศึกษาเบื้องต้นของบริษัทฯนั้นต้องใช้เงินลงทุนเต็มโครงการทั้งสิ้น 3.6 แสนล้านบาทกำลังการผลิตเหล็กขั้นต้น 20 ล้านตันต่อปีนั้นเป็นเม็ดเงินค่อนข้างสูงทำให้จะต้องมีแผนที่ดีพอในการหารือกับทางผู้ที่จะเข้ามาร่วมทุน และแหล่งเงินทุน
"การยื่นโครงการต้องอาศัยเวลาหลายคนก็มองอยู่ว่าตกลงบริษัทฯจะลงทุนไหม ยืนยันว่าลงทุนแน่แต่เมือ
ไหร่ยังตอบไม่ได้เพราะตอนนี้ฝ่ายปฏบิตกำลังทำงานอย่างหนักที่จะต้องหาข้อศึกษาเปรียบเทียบทุกด้าน ทั้งเทคโนโลยี แหล่งวัตถุดิบ ต้นทุนการผลิตที่จะออกมาแต่ภาพรวมแล้วจะต้องเป็น 20 ล้านตันต่อปีและเฟสแรกจะทะยอยที่ 5 ล้านตันต่อปีก่อนซึ่งส่วนนี้จะลงทุน 1 แสนล้านบาทก่อนเพื่อป้อนพอดีกับในประเทศเพื่อนำแผนหารือกับผู้ร่วมทุนและสถาบันการเงิน "แหล่งข่าวกล่าว
สำหรับสถานการณ์ราคาเหล็กตลาดโลกล่าสุดได้มีการปรับราคาสูงขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โดยราคาเศษเหล็กและเหล็กแท่งส่งมอบเดือนกันยายน 2547 อยู่ที่ 430-45เหรียญยูโรต่อตัน (ไม่รวมค่าขนส่ง) ซึ่งยังคงเป็นระดับราคาที่ยังไม่ต่ำกว่าช่วงต้นปีนี้ และคาดว่าน่าจะทรงตัวในระดับดังกล่าวอยู่ ซึ่งสาเหตุที่ราคาโลกกลับมาสูงอีกครั้งเพราะความต้องการของจีนไม่ได้หยุดลงมากนักแม้จะประกาศชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจ ประกอบกับค่าขนส่ง ต้นทุนพลังสูงขึ้นเช่นเดียวกับอัตราแลกเปลี่ยน
แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ขณะนี้นายพินิจ จารุสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมมีนโยบาย ที่ต้องการส่งเสริมการผลิตและการใช้วัตถุดิบในประทศให้มีมากขึ้นตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการลดการขาดดุล ดังนั้นอุตสาหกรรมเหล็กขั้นต้นจึงเป็นอีกเป้าหมายหนึ่งที่กระทรวงอุตสาหกรรมต้องการผลักดันให้เกิดขึ้น โดยพร้อมที่จะให้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนเป็นพิเศษเนื่องจากเห็นว่าอุตสาหกรรมเหล็กต้นน้ำยังไม่สามารถเกิดขึ้นในไทยได้ทั้งที่จะเป็นอุตสาหกรรมหลักในการพัฒนาประเทศ และจะทำให้การผลิตเหล็กภาพรวมของไทยมีต้นทุนต่ำ แต่ทั้งนี้การลงทุนจะต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของภาคเอกชนเป็นสำคัญ
อย่างไรก็ตามยอมรับว่า ก่อนหน้าที่สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทยได้มีการจ้างที่ปรึกษาศึกษาทำการศึกษาการลงทุนโรงเหล็กขั้นต้นในไทยก็มีข้อเสนอแนะว่าควรจะเกิดใน 2 จุดคือ กรณีขนาดใหญ่ควรจะเป็นพื้นที่ติดกับชายฝั่งทะเลน้ำลึกที่รองรับเรือขนาด 2 แสนตันได้ซึ่งทะเลน้ำลึกในไทยระดับดังกล่าวมีเพียง 2 จุดคือที่บางสะพาน
จ.ประจวบคีรีขันธ์ กับที่อำปะทิว จ.ชุมพร ซึ่งปรากฏว่าที่บางสะพานกลุ่มสหวิริยาทำอุตสาหกรรมเหล็กอยู่แล้วจึงเหมาะสมมากโดยตำแหน่งดังนั้นการลงทุนก็ขึ้นอยู่กับบริษัทจะตัดสินใจ ส่วนอีกโรงจะเป็นโรงถลุงขนาดเล็กที่มีเตาหลอมอยู่แล้วเพื่อทำให้เกิดการลดต้นทุนหรือเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์เหล็กที่มีอยู่โดยรอบที่จังหวัดระยอง
โดยเป้าหมายการศึกษามองไปที่กลุ่มสตีลมิเลเนี่ยม
"การศึกษาที่มีขึ้นที่มองไว้ต้องขึ้นอยู่กับเอกชนจะตัดสินใจแต่ล่าสุดกลุ่มของนายสวัสดิ์ หอรุ่งเรืองและกลุ่มของนายสมศักดิ์ ลีสวัดิ์ตระกูล ได้ประกาศที่จะลงทุนโรงถลุงเหล็กขั้นต้นแล้วนั้นก็ถือว่าผิดเป้าหมายจากการศึกษาออกไป แต่เรื่องดังกล่าวจะไปห้ามไม่ได้ ดังนั้นการลงทุนส่วนที่เหลือก็จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบรัฐพร้อมจะส่งเสิรมหากเห็นว่าโครงการดีจริง"แหล่งข่าวกล่าว
แต่ขอศึกษารายละเอียดของแผนอย่างรอบคอบก่อนที่จะยื่นเป็นแผนงานอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง
ทั้งนี้เนื่องจากการศึกษาเบื้องต้นของบริษัทฯนั้นต้องใช้เงินลงทุนเต็มโครงการทั้งสิ้น 3.6 แสนล้านบาทกำลังการผลิตเหล็กขั้นต้น 20 ล้านตันต่อปีนั้นเป็นเม็ดเงินค่อนข้างสูงทำให้จะต้องมีแผนที่ดีพอในการหารือกับทางผู้ที่จะเข้ามาร่วมทุน และแหล่งเงินทุน
"การยื่นโครงการต้องอาศัยเวลาหลายคนก็มองอยู่ว่าตกลงบริษัทฯจะลงทุนไหม ยืนยันว่าลงทุนแน่แต่เมือ
ไหร่ยังตอบไม่ได้เพราะตอนนี้ฝ่ายปฏบิตกำลังทำงานอย่างหนักที่จะต้องหาข้อศึกษาเปรียบเทียบทุกด้าน ทั้งเทคโนโลยี แหล่งวัตถุดิบ ต้นทุนการผลิตที่จะออกมาแต่ภาพรวมแล้วจะต้องเป็น 20 ล้านตันต่อปีและเฟสแรกจะทะยอยที่ 5 ล้านตันต่อปีก่อนซึ่งส่วนนี้จะลงทุน 1 แสนล้านบาทก่อนเพื่อป้อนพอดีกับในประเทศเพื่อนำแผนหารือกับผู้ร่วมทุนและสถาบันการเงิน "แหล่งข่าวกล่าว
สำหรับสถานการณ์ราคาเหล็กตลาดโลกล่าสุดได้มีการปรับราคาสูงขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โดยราคาเศษเหล็กและเหล็กแท่งส่งมอบเดือนกันยายน 2547 อยู่ที่ 430-45เหรียญยูโรต่อตัน (ไม่รวมค่าขนส่ง) ซึ่งยังคงเป็นระดับราคาที่ยังไม่ต่ำกว่าช่วงต้นปีนี้ และคาดว่าน่าจะทรงตัวในระดับดังกล่าวอยู่ ซึ่งสาเหตุที่ราคาโลกกลับมาสูงอีกครั้งเพราะความต้องการของจีนไม่ได้หยุดลงมากนักแม้จะประกาศชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจ ประกอบกับค่าขนส่ง ต้นทุนพลังสูงขึ้นเช่นเดียวกับอัตราแลกเปลี่ยน
แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ขณะนี้นายพินิจ จารุสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมมีนโยบาย ที่ต้องการส่งเสริมการผลิตและการใช้วัตถุดิบในประทศให้มีมากขึ้นตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการลดการขาดดุล ดังนั้นอุตสาหกรรมเหล็กขั้นต้นจึงเป็นอีกเป้าหมายหนึ่งที่กระทรวงอุตสาหกรรมต้องการผลักดันให้เกิดขึ้น โดยพร้อมที่จะให้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนเป็นพิเศษเนื่องจากเห็นว่าอุตสาหกรรมเหล็กต้นน้ำยังไม่สามารถเกิดขึ้นในไทยได้ทั้งที่จะเป็นอุตสาหกรรมหลักในการพัฒนาประเทศ และจะทำให้การผลิตเหล็กภาพรวมของไทยมีต้นทุนต่ำ แต่ทั้งนี้การลงทุนจะต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของภาคเอกชนเป็นสำคัญ
อย่างไรก็ตามยอมรับว่า ก่อนหน้าที่สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทยได้มีการจ้างที่ปรึกษาศึกษาทำการศึกษาการลงทุนโรงเหล็กขั้นต้นในไทยก็มีข้อเสนอแนะว่าควรจะเกิดใน 2 จุดคือ กรณีขนาดใหญ่ควรจะเป็นพื้นที่ติดกับชายฝั่งทะเลน้ำลึกที่รองรับเรือขนาด 2 แสนตันได้ซึ่งทะเลน้ำลึกในไทยระดับดังกล่าวมีเพียง 2 จุดคือที่บางสะพาน
จ.ประจวบคีรีขันธ์ กับที่อำปะทิว จ.ชุมพร ซึ่งปรากฏว่าที่บางสะพานกลุ่มสหวิริยาทำอุตสาหกรรมเหล็กอยู่แล้วจึงเหมาะสมมากโดยตำแหน่งดังนั้นการลงทุนก็ขึ้นอยู่กับบริษัทจะตัดสินใจ ส่วนอีกโรงจะเป็นโรงถลุงขนาดเล็กที่มีเตาหลอมอยู่แล้วเพื่อทำให้เกิดการลดต้นทุนหรือเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์เหล็กที่มีอยู่โดยรอบที่จังหวัดระยอง
โดยเป้าหมายการศึกษามองไปที่กลุ่มสตีลมิเลเนี่ยม
"การศึกษาที่มีขึ้นที่มองไว้ต้องขึ้นอยู่กับเอกชนจะตัดสินใจแต่ล่าสุดกลุ่มของนายสวัสดิ์ หอรุ่งเรืองและกลุ่มของนายสมศักดิ์ ลีสวัดิ์ตระกูล ได้ประกาศที่จะลงทุนโรงถลุงเหล็กขั้นต้นแล้วนั้นก็ถือว่าผิดเป้าหมายจากการศึกษาออกไป แต่เรื่องดังกล่าวจะไปห้ามไม่ได้ ดังนั้นการลงทุนส่วนที่เหลือก็จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบรัฐพร้อมจะส่งเสิรมหากเห็นว่าโครงการดีจริง"แหล่งข่าวกล่าว