xs
xsm
sm
md
lg

คดีเนวิน

เผยแพร่:   โดย: ชัยอนันต์ สมุทวณิช

"คดีเนวิน" เป็นเรื่องที่ทำให้ผมเริ่มคิดหนักเกี่ยวกับบทบาทของตัวผมเองในฐานะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และเป็นประสบการณ์ตรงที่ผมมีต่อการตีความกฎหมายรัฐธรรมนูญ เมื่อมีการนำเอาการตีความอย่างเคร่งครัดของนักกฎหมายมาประกอบ

คุณเนวิน เป็นผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ และเป็นรัฐมนตรีอยู่ด้วย หลังการเลือกตั้งคุณเนวินถูกฟ้องว่าทุจริตในการเลือกตั้ง มีโทษทางอาญาคือโทษจำคุก เมื่อศาลตัดสินว่าคุณเนวินทำผิดและให้ต้องโทษจำคุก ปัญหาก็มาที่ศาลรัฐธรรมนูญว่า คุณเนวินจะต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่

ทีแรกผมคิดว่า คดีนี้คงไม่มีปัญหาอะไร ตุลาการรัฐธรรมนูญคงเห็นเป็นเอกฉันท์ว่าคุณเนวินต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ผมแทบตกเก้าอี้เมื่อได้ยินความเห็นสุดแสนจะหลักแหลมว่า แม้คุณเนวินจะถูกคำพิพากษาให้จำคุก แต่ก็มีการรอลงอาญาคือ ไม่ได้เข้าไปอยู่ในคุก ดังนั้น จึงยังไม่ขาดคุณสมบัติ เพราะไม่ได้ไปติดคุกจริงๆ

ผมนึกในใจว่า ผู้ให้ความเห็นนี้คงสืบทอดสายโลหิตมาจากศรีธนญชัยแน่ๆ เลย หลังจากหายมึนงงแล้ว ผมก็เริ่มตั้งสติคิดว่าจะทำคำวินิจฉัยของผมอย่างไรดี

อันที่จริง ผมรู้จักมักจี่คุณเนวิน หรือที่ผมเรียกว่า "เป็ด" เป็นอย่างดี แม้จะไม่สนิทกันถึงกับไปมาหาสู่ แต่เมื่อใดที่พบกันตามสถานที่ต่างๆ "เป็ด" ก็ให้ความเคารพนับถือผมเสมอมา และผมก็เห็นว่า "เป็ด" จะเป็นอย่างไรก็ตาม แต่ก็มี "ความเป็นนักเลง" คือไม่เคยต่อสายขอร้องให้ผมช่วยในคดีนี้เลย ระหว่างที่มีการพิจารณาคดี มีคนชอบทายกันว่า ตุลาการคนใดจะลงคะแนนอย่างไร คดีใดผลจะออกมาเป็นเสียงเท่าใดต่อเท่าใด คนบางคนคิดว่า ผมรู้จักเนวินดีพอควร บางทีผมอาจคล้อยตาม โหลน ศรีธนญชัยก็เป็นไปได้

ผมคิดว่า การตีความรัฐธรรมนูญนั้น หากมีปัญหาด้านข้อกฎหมายแล้ว ก็ต้องดูที่เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญเป็นสำคัญ

ผมจึงไล่เรียงให้เห็นว่า เนวินนั้นมี 3 สถานะ หนึ่ง คือ การเป็นพลเมืองไทย มีสิทธิและหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญเหมือนกัน และเท่าเทียมกับพลเมืองโดยทั่วไปทุกคน สอง คือ พลเมืองไทยผู้นี้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสามคือ เป็นรัฐมนตรี

รัฐธรรมนูญระบุไว้ว่า ผู้เป็นรัฐมนตรีจะต้องไม่ใช่ผู้ที่ศาลมีคำพิพากษาเป็นที่สุดให้จำคุกที่รัฐธรรมนูญระบุเช่นนี้ ก็เพราะผู้เป็นรัฐมนตรีมีสถานะพิเศษแตกต่างไปจากประชาชนคนเดินดินโดยทั่วไป และก็มีอำนาจการบริหาร ซึ่ง ส.ส.ทั่วไปไม่มี เนวิน เดอะซิติเซ็น ยังคงมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญเหมือนประชาชนคนอื่นๆ แม้จะถูกพิพากษาจำคุกไปแล้วมีการรอลงอาญา เนวิน เดอะซิติเซ็น รับสิทธิของพลเมืองไปแล้วคือ ศาลเห็นว่ารอลงอาญาได้ ต่อมาเนวิน เดอะเมมเบอร์ ออฟ พาเลียเมนต์ ก็ยังคงเป็น ส.ส.อยู่ แต่เนวิน เดอะ มินิสเตอร์ จะต้องสิ้นสภาพรัฐมนตรี เพราะรัฐธรรมนูญระบุชัดเจนว่า หากศาลมีคำพิพากษาเป็นที่สุดให้จำคุกก็ต้องออกไป เพราะขาดคุณสมบัติ

เมื่อลงคะแนนเสียงกัน ศรีธนญชัยคงมีลูกหลานเยอะ จึงชนะไปอย่างหน้าตาเฉย ผมไม่โกรธ แต่คิดในใจว่า ผมมาผิดวิกเสียแล้ว ผมก็ไม่ได้โวยวายอะไร และมีมารยาทพอที่จะไม่ให้สัมภาษณ์ใคร

ผมเคยอยากเป็นผู้พิพากษา จึงไปเรียนนิติศาสตร์ ตอนจบวชิราวุธ ผมชอบเรียนกฎหมายเพราะมีตรรกะ มีการคิด การหาเหตุผลที่เป็นระบบดี ต้องมีองค์ประกอบอย่างครบถ้วน แต่ก็เปิดโอกาสให้มีการตีความได้ ผมไม่คาดคิดว่า การตีความจะไปถึงขนาดนั้นได้จริงๆ

เมื่อคิดย้อนหลังไป ผมเรียนกฎหมายเมื่ออายุ 16 ปี เรียนอยู่ปีครึ่งก็ไปเรียนต่อที่นิวซีแลนด์ หากผมเรียนกฎหมายจนจบ ผมก็จะมีอายุ 20 ปี ต้องเรียนเนฯ (เนติบัณฑิต) และสอบเนฯ เพื่อสอบเป็นผู้พิพากษาต่อไปด้วย ผู้ซึ่งจะสอบเป็นผู้พิพากษาได้ต้องอายุ 25 ปี พ่อผมวางแผนไว้ว่า เมื่อจบเนติบัณฑิต หากผมสอบได้รวดเดียว ผมคงอายุ 21 เหลืออีก 4 ปี จะให้ไปเรียนกฎหมายที่อังกฤษ ไปเอา Barrister-at-Law มาให้ได้ตามรอยเท้าท่านอาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์

หากชีวิตเป็นไปตามการวางแผน ผมก็คงจะยังไม่เกษียณ คงเป็นผู้พิพากษาไปแล้ว แม้จะไม่เคยนั่งบัลลังก์พิจารณาคดี แต่ผมก็ได้สัมผัสแลกเปลี่ยนความเห็นกับท่านผู้พิพากษาศาลฎีกาในคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และเคยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับอดีตอัยการสูงสุด และอดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาอีกด้วย นับว่าเป็นประสบการณ์อันล้ำค่า ผมพบว่าเหนือความเป็นนักอะไรก็ตาม ไม่ว่านักกฎหมายหรือนักรัฐศาสตร์ ทุกคนต่างเป็นปุถุชนด้วยกันทั้งสิ้น รวมทั้งผมเองด้วย ผู้เป็นผู้พิพากษาจะต้องพยายามลดความเป็นปุถุชนลงให้มากที่สุด ความยุติธรรมเที่ยงธรรม จึงจะบังเกิด

ผมเรียนรู้มากพอถึงความเป็นปุถุชนกับความพยายามที่จะอยู่เหนือ และเอาชนะจริตนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นโมหจริต หรือโทสจริต ผมนึกเสมอว่า ตุลาการนั้น จะต้องมีพุทธจริตเป็นหลัก จุดเริ่มต้นของความเที่ยงธรรมคือ พุทธจริต ผมเห็นว่านี่เป็นธรรมเบื้องต้นทีเดียวของตุลาการ ไม่ว่าจะอยู่ศาลไหน

ผมออกมาจากศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ก็ยังนึกถึงเจ้าหน้าที่และตุลาการอยู่เสมอ แต่ก็ไม่เคยกลับไปเยี่ยมท่านเลย เพราะมัวแต่อยู่ที่โรงเรียน ศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรหรือองคาพยพที่สำคัญหนึ่งของรัฐธรรมนูญทุกองค์กรสามารถบรรลุถึงความเป็นสถาบันได้ หากประชาชนนับถือไว้วางใจ ก็จะมีความชอบธรรม ความเป็นสถาบันขององค์กรไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีสถานภาพสูงส่ง หากขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของบุคคลในองค์กร ขึ้นอยู่กับผลงาน และการตัดสินใจที่มีความเด็ดขาดสูงสุด ยิ่งมีอำนาจสุดท้ายมากเพียงใด ก็ยิ่งยากที่จะพ้นจากโอกาสที่จะผิดพลาดได้ ความเป็นสถาบันขององค์กรตามรัฐธรรมนูญอย่างศาลรัฐธรรมนูญก็ดี ป.ป.ช. กกต.ก็ดี ล้วนแล้วแต่แขวนอยู่บนเส้นด้ายของความชอบธรรมทั้งสิ้น