เอ็นวิเดีย (Nvidia) ผู้นำตลาดชิปประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของโลก กลายเป็นศูนย์กลาง 3 ข่าวใหญ่วงการไอทีในช่วงสัปดาห์เดียว ทั้งการประกาศขยายความร่วมมือกับผู้ผลิตและสตาร์ทอัปในยุโรป ยอดสั่งซื้อชิปจากบริษัทเทคโนโลยีจีนที่สูงเป็นประวัติการณ์ และดีลเช่าพลังประมวลผลระหว่าง Nscale กับ Anthropic ที่อาจเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
ในขณะที่ยักษ์เทคคัมปานีจีนได้แห่สั่งชิปรุ่นใหม่ และบริษัทอเมริกันอย่าง Nscale กำลังเจรจากับ Anthropic ต่อยอดดีลคลาวด์ เจนเซน หวง ผู้ร่วมก่อตั้ง ที่นั่งเก้าอี้ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานกรรมการของ Nvidia ได้ยกให้ยุโรปเป็นแหล่งผลิต "Physical AI" หรือปัญญาประดิษฐ์ที่ไม่ได้ทำงานอยู่แค่ในโลกดิจิทัล เช่น แชทบอทหรือโปรแกรมสร้างภาพ แต่ถูกนำไปฝังในระบบที่มีตัวตนจริง เช่น หุ่นยนต์ รถยนต์ไร้คนขับ โดรน หรือเครื่องจักรในโรงงาน เพื่อให้รับรู้สภาพแวดล้อมจริง ตัดสินใจ และลงมือทำสิ่งต่างๆ ในโลกกายภาพได้
***ทุกบริษัทยุโรป จะกลายเป็นบริษัท AI
เจนเซน หวง (Jensen Huang) ซีอีโอ Nvidia ประกาศขยายความร่วมมือกับผู้ผลิตและสตาร์ทอัปในยุโรป ระหว่างงาน GTC ที่กรุงเบอร์ลิน เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นสถานีปิดท้ายของทัวร์ยุโรปที่เริ่มจากลอนดอน ปารีส สตอกโฮล์ม และดับลิน
หวงย้ำบนเวทีว่าความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมความแม่นยำของยุโรป ทั้งระบบเมคคาทรอนิกส์ อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องกล เป็นจุดแข็งสำคัญของ Physical AI และหุ่นยนต์ โดยบนเวทีมีการโชว์หุ่นยนต์ลูกเป็ดขนาดเล็กชื่อ "Microducks" ที่ฝึกด้วย AI พัฒนาโดย Pollen Robotics สตาร์ทอัปฝรั่งเศส ร่วมกับ Hugging Face
อย่างไรก็ตาม การสาธิตไม่ราบรื่นนัก เมื่อหวงสั่งให้ "งีบหลับ" หุ่นสามตัวล้มลงทันที ส่วนตัวที่สี่ต้องใช้เวลาโน้มน้าวเพิ่ม
นอกจากนี้ บริษัท Agile Robots จากเยอรมนียังวางแผนผลิตหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ขนาดเล็ก 1,000-2,000 ตัวในปีหน้า โดยร่วมมือกับ Nvidia ตามที่ซีอีโอ จ้าวเผิง เฉิน (Zhaopeng Chen) ให้สัมภาษณ์กับ Reuters
Nvidia ยังเปิดตัวดีไซน์ DSX POD สำหรับโมดูลดาต้าเซนเตอร์ที่สร้างจากโรงงาน บนแพลตฟอร์ม Vera Rubin เบื้องต้นบริษัทระบุว่าได้ลงทุนในระบบนิเวศเทคโนโลยียุโรปแล้วเกือบ 10,000 ล้านดอลลาร์
สำหรับโมดูลดาต้าเซนเตอร์แบบใหม่ นั้นติดตั้งได้เร็วสุดภายในสองสัปดาห์ จากเดิมราว 6 เดือน
ในภาพใหญ่ หวงเรียกร้องให้ยุโรปเป็นผู้ผลิต AI ไม่ใช่แค่ผู้ใช้ เพื่อมีบทบาทในเศรษฐกิจ AI อย่างเต็มที่ ท่ามกลางข้อเท็จจริงที่ว่ายุโรปยังไม่มีผู้เล่นรายใหญ่ที่มีขนาดเทียบ Nvidia, Anthropic หรือ OpenAI เลย
***บิ๊กเทคจีน ByteDance, Alibaba, Tencent สั่งชิป RTX PRO 5500 เกิน 3 ล้านชิ้น
ไบต์แดนซ์ (ByteDance), อาลีบาบา (Alibaba) และเท็นเซนต์ (Tencent) สามยักษ์เทคจีนกลายเป็นประเด็นร้อนเมื่อแหล่งข่าว Reuters เผยว่าทั้ง 3 บริษัทได้สั่งซื้อการ์ดจอเวิร์กสเตชัน RTX PRO 5500 รวมกันมากกว่า 3 ล้านชิ้น ราคาตั้งชิ้นละราว 11,400 ดอลลาร์ รวมมูลค่ากว่า 35,000 ล้านดอลลาร์ และยอดสั่งซื้อรวมจากลูกค้าในจีนทั้งหมดเกิน 6 ล้านชิ้น
ข่าวความเคลื่อนไหวในตลาดจีนนี้ถือว่าน่าสนใจมากภายใต้มาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ รายงานจากรอยเตอร์สระบุว่าชิป RTX PRO 5500 ออกแบบให้เป็นไปตามกฎส่งออกของสหรัฐฯ แม้จะด้อยกว่า B300 ซึ่งห้ามขายให้จีน และ H200 ซึ่งต้องขออนุมัติเป็นรายกรณี แต่ยังเป็นหนึ่งในชิปที่ทรงพลังที่สุดที่ลูกค้าจีนซื้อได้
รายงานระบุว่าบริษัทจีนจะใช้งานหลักเพื่ออินเฟอเรนซ์ หรือการรันโมเดลที่เทรนแล้วเพื่อตอบแชทบอท ซึ่งใช้พลังประมวลผลน้อยกว่าการเทรนโมเดล
ในภาพรวม มีการประเมินว่าความต้องการชิปพุ่งขึ้นในจีนเพราะกำลังประมวลผล AI ในจีนขาดแคลน ขณะที่ความหวังว่าฝั่งสหรัฐอเมริกาจะผ่อนปรนกฎจางลง โดยชิปรุ่นก่อนหน้าอย่าง RTX 6000D ที่เคยถูกมองว่าแพงเกินคุณภาพ จึงถูกเลิกผลิตและราคาในตลาดจีนเพิ่มเป็นสองเท่า
ในส่วนนี้ Nvidia แจ้งพันธมิตรว่าไม่รับประกันการส่งมอบ และลูกค้าอาจได้เพียง 5-10% ของที่สั่ง ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่า Nvidia ผลิตได้ไม่เกิน 3 ล้านชิ้นทั่วโลกในปี 2570 เพราะจะเทกำลังการผลิตที่ TSMC ให้แพลตฟอร์ม Rubin เป็นหลัก ตัวอย่างชิปเริ่มส่งเดือนธันวาคม และส่งมอบเชิงพาณิชย์ไตรมาสแรกปี 2570
ตัวเลขนี้ชี้ว่า Nvidia ยังมีตลาดจีนขนาดใหญ่ผ่านสินค้ารุ่นที่ขายได้ตามกฎ แม้หวงเคยกล่าวว่ากฎควบคุมทำให้ส่วนแบ่งตลาดชิปดาต้าเซนเตอร์ AI ของบริษัทในจีนเหลือเกือบศูนย์ ส่วนบริษัทจีนได้ชิปมาเร่งพัฒนาและใช้งาน AI ในอุตสาหกรรม ขณะที่ Huawei และผู้ผลิตในประเทศได้ส่วนแบ่งเพิ่ม แต่ยังตามชิปอเมริกันชั้นนำไม่ทัน
***Nscale เจรจา Anthropic ดีลใหม่ 45,000 ล้านดอลล์
เอ็นสเกล (Nscale) ผู้พัฒนาดาต้าเซนเตอร์ที่ Nvidia หนุนหลัง และ Anthropic ผู้พัฒนา Claude ถูกระบุในรายงานของ Reuters ว่า Nscale อยู่ระหว่างเจรจาขายพลังประมวลผล AI ให้ Anthropic มูลค่าราว 45,000 ล้านดอลลาร์ สำหรับอาคารหลังที่สองของ Monarch ต่อจากดีลมูลค่าเท่ากันที่ทั้งสองฝ่ายทำไว้เมื่อเดือนสิงหาคม ซึ่งทั้งหมดนี้ Anthropic ยังไม่ออกมาแสดงความเห็นใด
ศูนย์ข้อมูล Monarch นั้นตั้งอยู่ในรัฐเวสต์เวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา รายงานระบุว่าอาคารหลังที่สองจะให้กำลังประมวลผล 460 เมกะวัตต์ ด้วยชิป Vera Rubin ของ Nvidia หากดีลนี้เกิดขึ้น Anthropic ได้ทรัพยากรประมวลผลระดับใหญ่ล็อกไว้ล่วงหน้า ส่วน Nscale จะมีลูกค้ารายใหญ่รองรับ ทำให้บริษัทเติบโตเร็วมาก โดยมูลค่าสัญญารวมเพิ่มจาก 100 ล้านดอลลาร์เป็นกว่า 103,000 ล้านดอลลาร์ใน 2 ปีครึ่ง
ข่าวเรื่องดีลยักษ์นี้ถูกพูดถึงในช่วงที่ตลาดกังวลเรื่องหนี้ของธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน AI ตัวแย่างเช่นหุ้นของบริษัท CoreWeave ร่วงจากความกังวลหนี้ 50,000 ล้านดอลลาร์ และ Microsoft ถอนตัวจากดีลดาต้าเซนเตอร์เรือธงของ Nscale เพราะการเชื่อมไฟฟ้าล่าช้า ทำให้กำหนดส่งมอบเลื่อนไปถึงช่วงปี 2030
ในอีกด้าน Bloomberg ยังรายงานด้วยว่า กลุ่มนักลงทุนเรียกร้องให้ Anthropic ลดเป้ามูลค่า IPO ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนเพิ่มขึ้นในอนาคตอันใกล้.


