xs
xsm
sm
md
lg

สรุปภัย IoT แฮกเกอร์ป่วนตู้เย็นซูเปอร์ฯ ฝรั่งเศส อาหารเน่าเสียหาย ประกันไม่คุ้มครอง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพตู้เย็นว่างเปล่าที่แผงขายอาหารแช่แข็งในซูเปอร์มาร์เก็ต Intermarche ในปารีส หลังจากการโจมตีทางไซเบอร์มุ่งเป้าไปที่ระบบทำความเย็นที่เครือซูเปอร์มาร์เก็ตในฝรั่งเศส ทำให้เกิดการสูญเสียอาหารและไฟไหม้ที่ร้านค้าหลายแห่งในฝรั่งเศส วันที่ 13 ตุลาคม 2026
สรุปอัปเดทเหตุแฮกเกอร์ป่วนตู้เย็นซูเปอร์ฯ ฝรั่งเศส 350 สาขา ดันอุณหภูมิ 50 องศา ประกันไม่คุ้มครองอาหารเน่า สะท้อนช่องโหว่ IoT ที่ทุกอย่างเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

ถึงวันนี้ (16) หน่วยงานสอบสวนฝรั่งเศสยังคงตามล่าตัวแฮกเกอร์ที่เจาะเข้าควบคุมระบบทำความเย็นของซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างน้อย 350 แห่ง เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 11 ต.ค. ที่ผ่านมา จนอุณหภูมิตู้เย็นและตู้แช่แข็งพุ่งสูงถึง 50 องศาเซลเซียส (122 องศาฟาเรนไฮต์) ส่งผลให้อาหารเน่าเสียจำนวนมาก และมีรายงานเหตุเพลิงไหม้ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบ

สำหรับซูเปอร์มาร์เก็ตที่ได้รับผลกระทบมีทั้งคาร์ฟูร์ (Carrefour), อินเตอร์มาร์เช่ (Intermarché), โมโนพรี (Monoprix) และคูเปอราทีฟ ยู (Coopérative U) รวมถึงมีรายงานถึงอี.เลอแคลร์ (E.Leclerc) โดยในช่วงแรกคาร์ฟูร์แจ้งปัญหาใน 80 สาขา ส่วนเลส์ มุสเกอแตร์ (Les Mousquetaires) เจ้าของอินเตอร์มาร์เช่ ระบุว่าราว 150 สาขาถูกโจมตี ก่อนที่รอยเตอร์สจะรายงานตัวเลขรวมว่าไม่น้อยกว่า 350 สาขา

หลังถูกเจาะระบบ ตู้เย็นที่แผงขายอาหารแช่แข็งในซูเปอร์มาร์เก็ต Intermarche ในปารีส ยังคงว่างเปล่าไร้อาหาร
แม้จะเป็นเพียงส่วนน้อยของซูเปอร์มาร์เก็ตทั้งหมดในฝรั่งเศส แต่พนักงานในหลายสาขากลางกรุงปารีสต้องขนเนื้อสัตว์และอาหารแช่แข็งที่เน่าเสียไปทิ้งในถังขยะขนาดใหญ่ ไอศกรีมละลายไหลเลอะถนน ขณะที่อัยการฝรั่งเศสระบุว่ามีเหตุเพลิงไหม้เกี่ยวข้องกับการโจมตี แต่รายละเอียดความเสียหายยังมีจำกัด

***งงไม่มีใครอ้างตัว ไม่เรียกค่าไถ่

สำนักข่าวรอยเตอร์สมองว่าการที่ไม่มีทั้งกลุ่มก๊วนนักแฮกออกมาอ้างความรับผิดชอบ และไม่มีกลุ่มอาชญากรไซเบอร์เรียกค่าไถ่ข้อมูล ทำให้เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสงุนงงอย่างมาก เพราะโดยปกติแฮกเกอร์กลุ่มเหล่านี้มักรีบหาเงินจากการโจมตี หรือประกาศผลงานเพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมือง

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ 3 รายให้ความเห็นกับรอยเตอร์สว่า การโจมตีครั้งนี้ดูเหมือนทำได้ไม่ยาก เคน มุนโร (Ken Munro) หุ้นส่วนบริษัท Pen Test Partners ของอังกฤษ มองว่าเป็นเรื่องของ "สุขอนามัยไซเบอร์ขั้นพื้นฐาน" และเปรียบว่าแฮกเกอร์เพียงแค่ผลักประตูที่เปิดอยู่แล้ว ไม่ต่างจากฝีมือของเด็กวัยซนที่ลองผลักดู

ป้ายแจ้งข้อมูลสำคัญ ระบุว่าร้านค้าถูกแฮก และระบบทำความเย็นของร้านได้รับผลกระทบ
นอกจากนี้ หากเป็นการแฮกที่มีรัฐชาติอยู่เบื้องหลัง เชื่อว่าไม่น่าเลือกโจมตีเพียงตู้เย็นบางส่วนในฝรั่งเศส และการไม่เรียกค่าไถ่อาจสะท้อนว่าผู้โจมตีไม่ได้ประเมินความเสียหายเชิงพาณิชย์ไว้ล่วงหน้า

***ซอฟต์แวร์ล้าสมัย

สำนักงานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของฝรั่งเศสระบุว่า ตู้เย็นที่ถูกเจาะใช้ซอฟต์แวร์ของ แดนฟอสส์ (Danfoss) บริษัทวิศวกรรมสัญชาติเดนมาร์ก รวมถึงของ โคเพลนด์ (Copeland) และ ดิกเซลล์ (Dixell)

ฝั่งแดนฟอสส์ชี้แจงว่า อุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบจำนวนมากหมดอายุการสนับสนุนและไม่ได้รับการอัปเดตซอฟต์แวร์หรือความปลอดภัยอีกต่อไป หรือยังใช้เฟิร์มแวร์เวอร์ชันเก่า และเคยแนะนำให้ลูกค้าอัปเดตระบบ พร้อมย้ายจากระบบรุ่นเก่าไปใช้รุ่นปัจจุบัน

ด้านโคเพลนด์ผู้เป็นเจ้าของดิกเซลล์ ยอมรับว่ามี "ช่องโหว่" และกำลังทำงานร่วมกับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบเพื่อลดความเสี่ยง พร้อมเสริมมาตรการด้านความปลอดภัยไซเบอร์

พนักงานเติมกล่องสินค้าที่เน่าเสีย บริเวณนอกซูเปอร์มาร์เก็ต Intermarche ในปารีส
ช่องโหว่ร้ายแรงในเฟิร์มแวร์รุ่นเก่าของแดนฟอสส์เป็นที่รับรู้กันมานานหลายเดือนแล้ว โดยเมื่อวันที่ 9 ส.ค. บริษัท Claroty เปิดเผยจุดอ่อนในตัวควบคุม Danfoss AK-SM 800A ซึ่งอาจเปิดทางให้ผู้บุกรุกข้ามขั้นตอนยืนยันตัวตนและรันโค้ดบนอุปกรณ์ได้ แม้ปัจจุบันจะมีแพตช์แก้ไขแล้ว อย่างไรก็ตาม กลไกที่แฮกเกอร์ใช้เจาะระบบในครั้งนี้ยังไม่ได้รับการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ

***ปัญหายังไม่จบ ตู้เย็นนับพันยังออนไลน์

สำนักข่าวรอยเตอร์ส ได้ใช้บริการสแกนอินเทอร์เน็ต Shodan พบหน้าควบคุมของแดนฟอสส์อย่างน้อย 4,500 แห่งที่ยังเปิดให้เข้าถึงผ่านอินเทอร์เน็ตได้เมื่อวันอังคาร (13) แม้ไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีกี่เครื่องที่ใช้ซอฟต์แวร์ที่มีช่องโหว่ แต่ Onyphe บริษัทสแกนอินเทอร์เน็ตของฝรั่งเศส ระบุว่ามีเพียงส่วนน้อยที่ใช้ซอฟต์แวร์เวอร์ชันล่าสุด ส่วนเวอร์ชันเก่าและมีช่องโหว่ยังพบได้อย่างแพร่หลาย

อาหารแช่แข็งที่ได้รับความเสียหาย
สำหรับมูลค่าความเสียหายรวมจากการแฮกรอบนี้ อาจสูงถึงหลักสิบล้านยูโร และหลายแบรนด์เตรียมต่อสู้ในชั้นศาลเพื่อหาผู้รับผิดชอบต่อความสูญเสีย จุดนี้มีความเป็นไปได้ว่าเม็ดเงินส่วนใหญ่อาจต้องแบกรับไว้เอง โดยนายหน้าประกันภัย 4 รายให้ข้อมูลตรงกันว่า กรมธรรม์ประกันภัยไซเบอร์โดยทั่วไปไม่คุ้มครองความเสียหายทางกายภาพจากการโจมตี และอาจกระทบการเคลมหากองค์กรไม่ได้อัปเดตซอฟต์แวร์ล่าสุด

แม้ผู้ประกันบางรายระบุว่า ซอฟต์แวร์ที่ล้าสมัยโดยตัวมันเองมักไม่ใช่เหตุผลให้ปฏิเสธการจ่ายสินไหม ขึ้นอยู่กับรายละเอียดในสัญญา ส่วนนี้มีบางบริษัทยืนยันกับสำนักข่าว AFP แล้วว่าประกันของบริษัทไม่คุ้มครองเหตุลักษณะนี้

อีกประเด็นที่ซับซ้อนคือ หากพบว่ารัฐชาติอยู่เบื้องหลัง การเคลมประกันอาจยุ่งยากขึ้น เพราะกรมธรรม์ไซเบอร์มักไม่คุ้มครองการกระทำที่เข้าข่ายสงคราม นอกจากเบี้ยประกันที่ส่อแววขยับขึ้น ภาวะนี้ยังส่งให้ธุรกิจค้าปลีกต่างมองหาประกันไซเบอร์ที่คุ้มครองความเสียหายทางกายภาพมากขึ้น โดยในบางอุตสาหกรรม เช่น ค้าปลีกและเวชภัณฑ์ หลายบริษัทได้ทำความคุ้มครองสินค้าเน่าเสียง่ายเพิ่มเติม ซึ่งรูปแบบนี้มีใช้อยู่แล้วในภาคพลังงาน ขนส่งสินค้าทางทะเล และกลาโหม

เหตุการณ์นี้ตอกย้ำว่าหากเครื่องจักรใดถูกเชื่อมต่อเครือข่าย การเจาะเข้าระบบดิจิทัลสามารถสร้างความเสียหายทางกายภาพได้ทันที
จากสถานการณ์นี้ มีความเป็นไปได้ที่เบี้ยประกันในกลุ่มค้าปลีกยุโรป "จะมีโอกาสสูงขึ้นอย่างแน่นอน" หลังเหตุโจมตีค้าปลีกในอังกฤษและฝรั่งเศสที่ผ่านมา ซึ่งบางเสียงมองว่าเหตุการณ์นี้อาจเป็นเสียงเตือนสำหรับผู้ที่ประเมินผลกระทบทางกายภาพของภัยไซเบอร์ต่ำเกินไป

ทั้งนี้ สถาบันนายหน้าประกัน Howden ประเมินว่า ระหว่างปี 2020-2025 การโจมตีไซเบอร์ใน 4 ประเทศใหญ่ของยุโรป ได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และสเปน สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจรวมกว่า 3 แสนล้านยูโร

ที่สุดแล้ว เหตุการณ์นี้ตอกย้ำว่าหากเครื่องจักรใดถูกเชื่อมต่อเครือข่าย การเจาะเข้าระบบดิจิทัลสามารถสร้างความเสียหายทางกายภาพได้ทันที และหากองค์กรปล่อยอุปกรณ์เก่าที่ไร้การอัปเดตให้เปิดออนไลน์ ต้นทุนที่ต้องจ่ายอาจไปไกลกว่าค่าอาหารที่ต้องทิ้ง เพราะรวมถึงความเสี่ยงด้านประกันและความรับผิดทางกฎหมายที่ตามมาด้วย.