เมต้า (Meta) ยักษ์ใหญ่โซเชียลมีเดีย จับมือ EssilorLuxottica ราชาธุรกิจแว่นตาโลก พร้อมส่ง "แว่นตา AI" รุ่นใหม่ลุยตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ จุดพลุเป้าหมายย้ายเทคโนโลยีและระบบปัญญาประดิษฐ์ (Meta AI) เข้ามาสวมใส่บนใบหน้าอย่างไร้รอยต่อ เคาะราคาเริ่ม 16,290-20,390 บาท ยืนยันรักษาความเป็นส่วนตัวเต็มที่ด้วยไฟแอลอีดีที่จะกระพริบชัดเจนเมื่อมีการถ่ายภาพทั้งวิดีโอและภาพนิ่ง ชี้หากมีการปกปิดดัดแปลงใดๆ ระบบบันทึกภาพจะไม่ทำงาน
แทนที่จะยกสมาร์ทโฟนขึ้นมาถ่ายภาพ ฟังเพลง หรือค้นหาข้อมูล ทั้งแว่น Oakley Meta และ Ray-Ban Meta จะทำให้ผู้สวมใส่สามารถถ่ายภาพ บันทึกวิดีโอ ฟังเพลง โทรออก/รับสาย และโต้ตอบกับ AI ผู้ช่วยส่วนตัวได้โดยไม่ต้องยกมือถือหรือใช้มือจับ เรียกว่าทลายข้อจำกัดในการเก็บบันทึกช่วงเวลาสำคัญ เช่น ก้าวแรกของลูกน้อย หรือพฤติกรรมน่ารักของสัตว์เลี้ยงที่เกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที
แว่นนี้ยังยกระดับการวิดีโอคอลแบบเห็นมุมมองเดียวกับผู้ใส่ (POV) บน Instagram, Facebook, WhatsApp และ Messenger ให้คนปลายทางได้เห็นสิ่งที่ผู้สวมใส่กำลังมองอยู่โดยตรงด้วย
***เจาะราคาไทย 16,290 บาท
ศุภชัย อาชีวระงับโรค ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท EssilorLuxottica ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่าแว่นตา Meta AI ที่จะวางจำหน่ายในไทยวันที่ 20 ตุลาคม 2026 นั้นเป็นการจับมือร่วมกันระหว่างยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีอย่าง Meta และ EssilorLuxottica ผู้นำด้านแว่นตาระดับโลกที่ซุ่มพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกันมานานกว่า 6 ปี โดยนำเสนอแว่นตาอัจฉริยะใน 2 แบรนด์ คือ Ray-Ban ที่เป็นสายแฟชั่นไลฟ์สไตล์ และ Oakley สายสปอร์ตประสิทธิภาพสูง เพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตคนไทยในยุคที่ทุกคนใช้งาน AI ในชีวิตประจำวัน
โครงสร้างราคาจำหน่ายแว่น Meta AI อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ซึ่งเปิดตัวครบทั้งสายสปอร์ตประสิทธิภาพสูงและสายแฟชั่นไอคอน สามารถแบ่งได้เป็น 4 รุ่น รุ่นที่ราคาสบายกระเป๋าที่สุดคือ Oakley Meta HSTN (Gen 2) 16,290 บาท ซึ่งผู้ใช้จะได้กล้อง 3K Ultra HD, ลำโพง Open-Ear, กันน้ำ IPX4, เลนส์ PRIZM
ที่เหนือขึ้นมาคือ Ray-Ban Meta (Gen 3) ราคา 16,690 บาท แบตเตอรี่ 9 ชั่วโมง, กล้องขนาดเล็กแนบเนียน, 6 ไมค์, มีให้เลือกทรง Wayfarer, Aviator, Zena, Skyler และ Headliner
อีกรุ่นคือ Ray-Ban Meta Optics (Gen 2) ราคา 17,490 บาท ผู้สวมจะได้เห็นบานพับสปริงยืดหยุ่น, รองรับเลนส์สายตา และรุ่นราคาสูงที่สุดคือ Oakley Meta Vanguard (Gen 2) เคาะที่ 20,390 บาท ตัวแว่นมีกล้อง Ultra-Wide 12MP ให้มุมมอง 122°, กันน้ำและฝุ่น IP67, ตัดเสียงลม, เชื่อมต่อ Garmin รวมถึง Strava ได้นวลเนียน
เมื่อพิจารณาในมุมมองความคุ้มค่า ฟังก์ชันของแว่นตา AI เพียงเรือนเดียวสามารถทดแทนอุปกรณ์หลายชิ้นรวมกัน ทั้งหูฟังบลูทูธ, กล้องบันทึกวิดีโอแบบ POV ความละเอียดสูง, นาฬิกาฟิตเนสโค้ชเสียงเรียลไทม์ และผู้ช่วย AI แปลภาษาแบบทันที ในระดับราคาที่ใกล้เคียงกับสมาร์ทโฟนระดับกลางหรือหูฟังพรีเมียม
สำหรับผู้ที่รักการออกกำลังกายและเล่นกีฬา Oakley Meta อาจถูกใจผู้ใช้หลายคน ตัว Oakley Meta HSTN (Gen 2) นั้นออกแบบมาสำหรับผู้ที่ชื่นชอบแฟชั่นสปอร์ต หรือการออกกำลังกายทั่วไป เช่น วิ่ง หรือเข้ายิม มาพร้อมกล้องความละเอียด 3K Ultra HD บันทึกภาพกิจกรรมแบบแฮนด์ฟรี ลำโพงแบบเปิดหู (Open-Ear) มาตรฐานกันน้ำ IPX4 และตัวเลือกเลนส์ Oakley PRIZM ที่ช่วยเพิ่มความคมชัดของแสงและสี
ขณะที่ Oakley Meta Vanguard (Gen 2) นั้น ตัวแว่นตามาพร้อม AI ระดับท็อปสุด สวมใส่จริงโดยนักกีฬาระดับโลกอย่าง Kylian Mbappé ถูกออกแบบมาเพื่อสาย Extreme เช่น วิ่งเทรล ปั่นจักรยาน หรือสกี โดดเด่นด้วยกล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 12MP มุมมองกว้างถึง 122°, ระบบลดเสียงลมขั้นสูง, ทนทานต่อสภาพแวดล้อมด้วยมาตรฐานกันน้ำและฝุ่น IP67 และสวมใส่ร่วมกับหมวกกันน็อกได้สบาย
ความเด็ดขาดของ Oakley Meta คือการทำหน้าที่เป็นโค้ชส่วนตัว ผ่านการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันสายสุขภาพระดับโลกอย่าง Garmin และ Strava ช่วยรายงานสถิติการออกกำลังกาย เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ และสมรรถนะร่างกายให้ผู้สวมใส่ฟังทางเสียงแบบ Real-time โดยไม่ต้องละสายตาลงมามองนาฬิกาข้อมือแต่อย่างใด
ฝั่ง Ray-Ban Meta จะเน้นฝั่งไลฟ์สไตล์และแฟชั่น โดย Ray-Ban Meta (Gen 3) มีปรับปรุงตัวกรอบให้เพรียวบางยิ่งขึ้น แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 9 ชั่วโมง กล้องมีขนาดเล็กลง ใช้ไมโครโฟนรอบทิศทางถึง 6 ตัวเพื่อจับเสียงสั่งการและตัดเสียงรบกวน
ส่วน Ray-Ban Meta Optics (Gen 2) นั้นมีรุ่นหลักคือ Blayzer Optics ที่สวมใส่โดย เจนนี่ BLACKPINK และ Scriber Optics ที่ออกแบบมาสำหรับผู้ใส่แว่นสายตาโดยเฉพาะ มีบานพับสปริงยืดหยุ่น แป้นรองจมูกปรับได้ รองรับทั้งเลนส์สายตาสั้น สายตายาว เลนส์ Progressive และเลนส์เปลี่ยนสี Transitions
***Meta AI ภาษาไทย - อุ่นใจไม่ถูกแอบถ่าย
นอกจากฮาร์ดแวร์ที่โดดเด่น ระบบซอฟต์แวร์ในแว่นยังรองรับการทำงานของ Meta AI ในภาษาไทย และการสั่งงานด้วยเสียง Hey Meta
เมื่อพูดว่า "เฮ้ เมต้า" ผู้สวมจะสามารถสอบถามข้อมูล สภาพอากาศ "Will it rain today?" หรือขอให้ AI แนะนำร้านอาหารใกล้เคียง, หรือถ่ายภาพป้ายและเมนูภาษาต่างประเทศเพื่อแปลภาษาออกมาให้อ่านได้ทันที
ในด้านระบบเสียง ลำโพงแบบ Open-Ear Spatial Audio ให้เสียงรอบทิศทางคล้ายการฟังลำโพงคุณภาพสูง โดยที่ผู้สวมใส่ยังคงได้ยินเสียงบรรยากาศรอบข้างเพื่อความปลอดภัย ทั้งหมดนี้ต้องชาร์จไฟผ่านเคสเก็บแว่นด้วยสาย USB-C ในลักษณะเดียวกับหูฟังไร้สาย
สำหรับความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว Meta และ EssilorLuxottica ย้ำว่าได้ออกแบบภายใต้หลักการ Privacy-First Design โดยติดตั้งไฟ LED แสดงสถานะอย่างชัดเจนขณะมีการบันทึกภาพหรือวิดีโอ เพื่อให้ผู้สวมใส่และคนรอบข้างรู้สึกอุ่นใจ
แพร ดำรงค์มงคลกุล Country Director ประจำ Facebook ประเทศไทย จาก Meta ย้ำว่าหากมีการดัดแปลงแว่น เพื่อให้ไฟแอลอีดีไม่แสดงตามปกติ กล้องก็จะไม่ทำงาน ทำให้ไม่มีโอกาสที่การบันทึกจะเกิดขึ้นโดยไม่มีการแจ้งเตือน
ในภาพรวม แว่นตา Oakley Meta และ Ray-Ban Meta อาจเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับคน 3 กลุ่ม กลุ่มแรกคือสายสปอร์ตและคนรักสุขภาพ ที่ได้ทั้งแว่นกันแดดกีฬาพรีเมียม เลนส์ และโค้ชส่วนตัวแบบ Real-time ที่เชื่อมต่อ Garmin หรือ Strava อีกกลุ่มคือคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ที่จะบันทึกวิดีโอ POV มุมมองจริงแบบ Hands-Free พร้อมไลฟ์สดและวิดีโอคอลได้ทันที
กลุ่มที่ 3 คือคนทำงานยุคใหม่ ที่จะได้แว่นสายตาแฟชั่นที่ทำหน้าที่เป็นหูฟังฟังเพลง, ไมค์คุยโทรศัพท์ และผู้ช่วย AI แปลภาษาในตัวเดียว
แว่นตา Meta AI ตระกูล Oakley และ Ray-Ban ทั้งหมดจะเริ่มวางจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศไทยในวันที่ 20 ตุลาคม 2026 เป็นต้นไป ณ ร้านตัวแทนจำหน่าย Ray-Ban และ Oakley ทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม กำหนดการขายแว่น AI ในไทยรอบนี้ไม่รวมแว่น Meta Adventurer LISA Edition ที่ลิซ่าสวมใส่จนเป็นกระแสทั่วโลก ซึ่งยังไม่มีการเผยว่าจะมีวางจำหน่ายในไทยหรือไม่.


