มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ซีอีโอ Meta สร้างเซอร์ไพรส์ประหลาดใจให้ชาวโลกด้วยการเปิดตัวอุปกรณ์พกพาขนาดเล็กชื่อ "เมต้าชาร์ม" (Meta Charm) ในงานอีเวนต์ประจำปีของบริษัทเมื่อวันพุธ 23 กันยายน 2026 โดยอุปกรณ์นี้ออกแบบมาเพื่อใช้งานร่วมกับผู้ช่วย AI ตัวใหม่ของ Meta ที่ชื่อ "มิวส์" (Muse)
Meta Charm มีขนาดใกล้เคียงกับเคสหูฟัง AirPods และมีกำหนดวางจำหน่ายในช่วงเทศกาลเดือนธันวาคมนี้ แม้บริษัทจะยังไม่เปิดเผยราคาก็ตาม
ในงานเดียวกัน Meta ยังเปิดตัวแว่น VR สำหรับใช้งานร่วมกับคอนโซล VR และแว่นอัจฉริยะแบบไร้กล้องสำหรับสวมใส่ในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นความพยายามคลายกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความเป็นส่วนตัวที่เพิ่มขึ้นต่ออุปกรณ์ AI ที่สามารถบันทึกภาพและวิดีโอของผู้คนโดยไม่ได้รับความยินยอม
***แว่น VR ราคา 43,500 บาท ท้าชน Apple Vision Pro
แว่น Meta VR Glasses ตั้งราคาไว้ที่ 1,299 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 43,451 บาท ถูกสื่อมวลชนนำมาเทียบชั้นความสามารถของคู่แข่งอย่าง Apple Vision Pro ที่มีขนาดใหญ่และราคาสูงกว่า โดยตัวแว่นมีน้ำหนักเพียงเท่ากับสำรับไพ่ ซึ่งทำได้ด้วยการย้ายแบตเตอรี่และหน่วยประมวลผลไปไว้ในอุปกรณ์แยกต่างหาก
แว่นรุ่นนี้มีดีไซน์คล้ายกรอบแว่นสีเข้มแบบโอบรอบใบหน้า รองรับการควบคุมด้วยสายตา เสียง และท่าทางมือ เบื้องต้นมีกำหนดวางจำหน่ายในฤดูใบไม้ผลิปี 2027
Meta เดิมพันว่าอุปกรณ์นี้จะช่วยผลักดันหมวดหมู่ VR ที่เคยถูกจำกัดด้วยราคาสูงและความไม่สบายในการสวมใส่เป็นเวลานาน ให้เข้าสู่ตลาดกลุ่มผู้ใช้ทั่วไปได้สำเร็จในที่สุด
***ขยายบทบาทผู้ช่วย AI "Muse" สู่แว่นไร้กล้อง
Meta ยังขยายความสามารถของผู้ช่วย AI ที่ชื่อ Muse ไปยังผลิตภัณฑ์แว่นอัจฉริยะทั้งหมดของบริษัท โดยเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ เช่น การควบคุมคอมพิวเตอร์ และการเชื่อมต่อกับร้านค้าและบริการต่างๆ อย่าง Walmart, Best Buy และ Gap โดย Muse จะกลายเป็นอินเทอร์เฟซหลักของแว่น ช่วยให้ผู้ใช้สามารถช้อปปิ้ง นัดหมาย และทำธุระต่างๆ ผ่านคำสั่งเสียงได้โดยตรง
สื่อใหญ่อย่างรอยเตอร์อ้างคำกล่าวของ Mark Zuckerberg ซีอีโอของ Meta ถึงความคาดหวังของบริษัทว่าจะสร้างรายได้จาก Muse โดยการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเล็กน้อยจากการทำธุรกรรมต่างๆ
ในงานนี้ Meta ยังเปิดตัว Ray-Ban Meta Audio แว่นไร้กล้อง ราคาย่อมเยากว่า แต่ยังมีข้อกังขาเรื่องความเป็นส่วนตัวอยู่
แว่นรุ่นใหม่ที่ชื่อ Ray-Ban Meta Audio นี้เป็นผลจากความร่วมมือกับ EssilorLuxottica จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม ในราคาเริ่มต้น 349 ดอลลาร์ (ราว 11,673 บาท) ถือว่าราคาถูกกว่าแว่น Ray-Ban รุ่นล่าสุดที่ยังมีกล้องอยู่ 100 ดอลลาร์ แว่นรุ่นนี้จะมาในดีไซน์ใหม่ 2 แบบ คือทรง Clubmaster และทรง Burbank
แม้จะตัดกล้องออกไป แต่แว่นรุ่นนี้ยังสามารถบันทึกเสียงได้ และไม่มีสัญญาณใดๆ แจ้งเตือนคนรอบข้างว่ากำลังมีการบันทึกอยู่ ต่างจากแว่นรุ่นที่มีกล้องซึ่งจะมีไฟกะพริบขณะถ่ายวิดีโอ ซึ่งนักวิจารณ์ระบุว่าการตัดกล้องออกเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะคลายความกังวลด้านความเป็นส่วนตัว
จิเทช อูบรานี ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยตลาดจากบริษัท IDC ให้ความเห็นกับ Reuters ว่า Meta ยังจำเป็นต้องหาวิธีแจ้งเตือนผู้ใช้ว่ากำลังถูกบันทึกเสียงอยู่ แม้จะเป็นเพียงเสียงเท่านั้นก็ตาม ขณะที่ลินดา ซุย ผู้ก่อตั้งบริษัท Smart Analytics Global ตั้งข้อสังเกตว่าผู้บริโภคอาจตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงต้องใช้แว่นอัจฉริยะ หากประสบการณ์หลักจำกัดอยู่แค่การโต้ตอบด้วยเสียง
ด้าน Meta ชี้แจงว่าการออกแบบแว่นแบบเน้นเสียงไม่ได้มีเหตุผลด้านความเป็นส่วนตัวเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีตลาดของผู้ใช้ที่ต้องการแว่นอัจฉริยะแบบไม่มีกล้องอยู่จริง โดยระบุว่าฟีเจอร์เสียงเป็นจุดขายยอดนิยมของแบรนด์มาตั้งแต่ต้น
ไม่ว่าอย่างไร การตัดกล้องออกยังทำให้ Meta สามารถผลิตแว่นที่บางที่สุดเท่าที่เคยมีมา น้ำหนักเบาเพียงเท่าลูกกอล์ฟ พร้อมเปิดทางให้ออกแบบทรงใหม่ๆ และที่สำคัญคือช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้ถึง 12 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง เพิ่มขึ้นจาก 9 ชั่วโมงในแว่น Ray-Ban รุ่นล่าสุด.


