24 กันยายน 2569 ดาวรุ่งวงการปัญญาประดิษฐ์ "โอเพ่นเอไอ" (OpenAI) ประกาศเปิดตัวบริการโฆษณา ChatGPT Ads ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ บอกใบ้ว่าต่อไปนี้เวลาใครพิมพ์คุยกับ AI อาจจะมีโฆษณาโผล่ขึ้นมาใต้คำตอบ
หลายคนเริ่มกังวลว่าแบบนี้แชตส่วนตัวของผู้ใช้จะถูกแอบดูหรือไม่? ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้จะหลุดหรือเปล่า?' แม้ว่า Openai จะชี้แจงนโยบายความเป็นส่วนตัวหรือ Privacy Policy ได้อย่างดีดูมืออาชีพ แต่ก็ยังมีผู้ใช้จำนวนไม่น้อยที่ต้องการมองหาช่องป้องกันตัวเองจากโฆษณา ซึ่งเบื้องต้นพบว่ามีอย่างน้อย 3 ขั้นตอนที่ผู้ใช้ทุกคนสามารถทำได้ เพื่อปกป้องประวัติการแชตให้ปลอดภัยจากโฆษณาที่อาจทำให้รู้สึกถึงการถูกละเมิดความเป็นส่วนตัวได้
***ใครใช้ ChatGPT เวอร์ชันฟรี หรือแพ็กเกจ Go เจอโฆษณาแน่
ก่อนจะไปถึงวิธีปกป้องประวัติการแชตให้ปลอดภัยจากโฆษณา ChatGPT Ads ผู้ใช้ทุกคนควรตรวจสอบตัวเองก่อนว่าเป็นผู้ใช้งานกลุ่มใด หากเป็นผู้ที่ใช้ ChatGPT เวอร์ชันฟรี (Free) หรือแพ็กเกจ Go กลุ่มนี้จะเริ่มเห็นโฆษณาแน่นอน
ส่วนใครที่จ่ายเงินรายเดือน ไม่ว่าจะเป็น Plus, Pro, Team หรือ Enterprise สบายใจได้ เพราะไม่มีโฆษณา 100% เหมือนเดิม
ถามว่าโฆษณาจะน่ารำคาญหรือไม่? จากข้อมูลของ OpenAI ย้ำถึงความนวลเนียนที่โฆษณาจะไม่ได้เด้งมาขัดจังหวะ หรือแทรกในข้อความที่ AI กำลังพิมพ์ แต่จะแสดงผลเป็นช่อง หรือ "การ์ดโฆษณา" แยกต่างหากอยู่ใต้คำตอบ และมีป้ายกำกับชัดเจนว่า Sponsored หรือได้รับการสนับสนุน
OpenAI ยังย้ำว่าความลับของผู้ใช้ยังเป็นความลับอยู่ ทุกอย่างยังปลอดภัย โดยในกฎความเป็นส่วนตัวฉบับอัปเดต OpenAI ล็อคสเปคไว้ชัดเจน 3 ข้อหลัก คือ 1. ไม่ขายแชทให้คนอื่น โดยเฉพาะข้อความบทสนทนา ประวัติการแชต หรือความจำ (Memories) ที่เกี่ยวกับผู้ใช้เฉพาะราย จะไม่มีการส่งต่อหรือขายให้ผู้ลงโฆษณาเด็ดขาด และฝั่งแบรนด์จะเห็นแค่ตัวเลขรวม เช่น มีคนคลิกโฆษณากี่คนเท่านั้น
2. AI ไม่ลำเอียงเพราะเงิน โดยแบรนด์จ่ายเงินซื้อพื้นที่ใต้คำตอบได้ แต่ไม่สามารถจ่ายเงินเพื่อให้ ChatGPT พูดเชียร์สินค้าในบทสนทนาได้ และ AI จะยังตอบคำถามเป็นกลางตามจริงเสมอ
และ 3. ห้ามโฆษณาเรื่องอ่อนไหว ส่วนนี้มีการกำหนดว่าบทสนทนาที่เกี่ยวกับสุขภาพ, สุขภาพจิต และการเมือง จะถูกบล็อก ไม่ให้มีโฆษณาขึ้นมาแทรกเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้
***ระวังระบบ Targeting
สิ่งที่ผู้ใช้ทุกคนต้องระวังและรู้เท่าทันคือระบบมุ่งเป้า (Targeting) หรือการเลือกโฆษณามาแสดงแก่กลุ่มเป้าหมาย ซึ่งโดยหลักแล้วจะมี 2 แบบ คือโฆษณาแบบตามบริบท (Contextual) เช่น หากพิมพ์ถามสูตรทำส้มตำ ใต้คำตอบก็อาจจะมีโฆษณาน้ำปลาร้าโผล่ขึ้นมา อันนี้ระบบจะดูจากสิ่งที่ผู้ใช้พิมพ์ ณ ตอนนั้น
แบบที่ 2 นี่เองที่ต้องระวัง คือโฆษณาแบบปรับแต่งเฉพาะบุคคล (Personalized Advertising) ถ้าระบบนี้ทำงาน บริการ ChatGPT Ads จะเอาประวัติการแชตเก่า หรือพฤติกรรมในอดีตมาวิเคราะห์เพื่อยิงโฆษณาให้ตรงใจที่สุด ซึ่งบางคนอาจจะรู้สึกว่า "โดนดักฟัง" จนให้ความรู้สึกหลอนเกินไป
วิธีรับมือและตั้งค่าควบคุมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความรู้สึกไม่สบายใจที่ AI จะมารู้ใจเช่นนั้น สามารถปิดได้ตาม 3 ขั้นตอนนี้
1. กดเข้าไปที่ Settings หรือการตั้งค่า ใน ChatGPT
2. ไปที่เมนู Data Controls หรือการควบคุมข้อมูล
3. มองหาหัวข้อ Marketing privacy จากนั้นคลิกที่ Personalized Advertising แล้วกด ปิด (Toggle Off) ได้ทันที
เพียงเท่านี้ AI ก็จะแสดงโฆษณาเฉพาะจากเรื่องที่เราพิมพ์คุยปัจจุบันเท่านั้น ไม่ย้อนไปขุดประวัติเก่า ๆ มาใช้อีกต่อไป
ในมุมหนึ่ง การมาของ ChatGPT Ads ในไทยครั้งนี้ ถือว่าเป็นการแลกกับการที่ทำให้ผู้ใช้ยังได้ใช้ AI ตัวเก่งแบบนี้ได้ฟรีต่อไป และในแง่ความเป็นส่วนตัว ก็นับว่าทำออกมาได้รัดกุมและให้สิทธิ์ผู้ใช้ในการควบคุมค่อนข้างดี แต่ทั้งหมดนี้อยู่ที่ตัวผู้ใช้เองด้วย ที่ต้องหมั่นตรวจสอบการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวอยู่เสมอ.


