xs
xsm
sm
md
lg

เบื้องหลัง HUAWEI WATCH GT 7 ซีรีส์ ช่วยคัดกรองเสี่ยงหัวใจ-เบาหวาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หัวเว่ย (Huawei) ย้ำภาพผู้นำตลาดอุปกรณ์สวมใส่เพื่อสุขภาพ พร้อมผ่านการรับรองมาตรฐานเครื่องมือแพทย์ในกว่า 46 ประเทศทั่วโลก เปิดตัวสมาร์ทวอทช์ HUAWEI WATCH GT 7 Series สอดรับการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตคนเมืองที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น บนแนวทางสำคัญคือ ‘ป้องกันดีกว่ารักษา’

Freddie Xie ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมสุขภาพและกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ กลุ่มธุรกิจอุปกรณ์สวมใส่ HUAWEI ให้ข้อมูลว่า จากการที่หัวเว่ยพัฒนาสถาปัตยกรรมเซนเซอร์ออปติคัล TruSeen มานานกว่า 10 ปี จนก้าวสู่เวอร์ชัน TruSeen 6.0 ที่รองรับการตรวจวัดสัญญาณชีพแม่นยำระดับการแพทย์ ทั้งคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG), อัตราการเต้นของหัวใจ, ระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2) และการหายใจ


ในเวอร์ชันล่าสุดสามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์สุขภาพเชิงลึกแบบ "Point-Line-Dimension" ครอบคลุมตั้งแต่การบันทึกข้อมูล ณ จุดปัจจุบัน (Point) การติดตามแนวโน้มระยะยาว (Line) ไปจนถึงการประมวลผลข้อมูลหลายมิติที่เชื่อมโยงกัน ผสานเข้ากับระบบ AI นการประเมินความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ ความดันโลหิต และการประเมินอายุทางชีวภาพ (Biological Age)

โดยที่ผ่านมามีผลงานวิจัยร่วมกับโรงพยาบาล Fuwei ในประเทศจีน ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ระดับโลกอย่าง BMJ ยืนยันว่าการติดตามข้อมูลสุขภาพผ่านสมาร์ทวอทช์สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ (ASCVD) ได้จริง ควบคู่กับโครงการความร่วมมือในสหราชอาณาจักร ดูไบ มาเลเซีย รวมถึงประเทศไทย

วิกฤตสุขภาพไทยโรคหัวใจเสียชีวิตชั่วโมงละ 1 คน – เบาหวานพุ่ง 4 เท่า

สำหรับสถานการณ์ด้านสาธารณสุขในประเทศไทย นพ.อนุวัตร์ รินทรวิฑูรย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านภารกิจสุขภาพดิจิทัล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและหัตถการปฏิบัติการรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ระบุว่า สถิติผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจในไทยเฉลี่ยอยู่ที่ชั่วโมงละ 1 คน หรือคิดเป็นอัตราการเสียชีวิตราว 17% ต่อปี

ขณะที่โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราชต้องทำการสวนหัวใจรักษาผู้ป่วยสูงถึง 3,600 รายต่อปี หรือเฉลี่ยวันละ 10 ราย จากปัจจัยเสี่ยงด้านอายุ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือด และพฤติกรรมการใช้ชีวิต แม้การฉีดสีสวนหัวใจจะเป็นมาตรฐานหลักที่มีความแม่นยำ 100% แต่ผู้ป่วยจำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลและทำการเจาะหลอดเลือด ส่วนการตรวจด้วย CT Scan หรือการวิ่งสายพานยังมีข้อจำกัดเรื่องค่าใช้จ่าย


ด้วยเหตุนี้ การร่วมมือกับหัวเว่ยในการนำเทคโนโลยีเซนเซอร์ PPG (Photoplethysmography) ที่ตรวจจับการไหลเวียนเลือดผ่านข้อมือด้วยแสงสีเขียว ควบคู่กับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG), SpO2 และพฤติกรรมการนอนหลับ มาพัฒนาต่อยอดจากงานวิจัยในจีนที่มีความจำเพาะสูงถึง 88% จึงถูกนำมาใช้ทดสอบกับผู้ป่วยอายุ 40 ปีขึ้นไปที่โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช เพื่อเปรียบเทียบกับผลการสวนหัวใจจริง มุ่งฝึกฝนระบบ AI ให้สามารถคัดกรองความเสี่ยงโรคหัวใจขาดเลือดได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ขณะที่พญ.วรรณวิพุธ สรรพสิทธิ์วงศ์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ป้องกันและเวชศาสตร์วิถีชีวิต จาก VitalLife ระบุถึงสถานการณ์โรคเบาหวานว่า ตัวเลขผู้ป่วยเบาหวานในไทยขยายตัวจาก 1.5 ล้านคนในปี 2000 สู่ระดับ 6.4 ล้านคนในปัจจุบัน หรือเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าตัวภายในระยะเวลา 20 ปี

สิ่งที่น่ากังวลคือมีคนไทยราว 33% – 46% ที่เป็นเบาหวานโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากระยะแรกมักไม่แสดงอาการ ประกอบกับสถิติประชากรไทย 1 ใน 2 คนมีภาวะน้ำหนักเกิน โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่มีสัดส่วนเกิน 50% ตลอดจนพฤติกรรมเนือยนิ่งและการนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพ

การวิจัยร่วมกับหัวเว่ยจึงเน้นการนำข้อมูลเชิงลึก เช่น คุณภาพการนอน ความเครียด และระดับกิจกรรม มาพัฒนาแอปพลิเคชันวิจัยเพื่อประเมินความเสี่ยงภาวะเบาหวานและภาวะดื้อต่ออินซูลิน (HOMA-IR) เทียบกับการตรวจเลือดตามมาตรฐาน ช่วยให้ผู้ใช้งานรับรู้ความเสี่ยงล่วงหน้าเพื่อปรับพฤติกรรมก่อนนำไปสู่โรคเรื้อรัง


ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องย้ำเตือนสำหรับนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ไม่ใช่อุปกรณ์ทางการแพทย์ การเก็บข้อมูลต่างๆ จะถูกนำไปใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น และการศึกษาคัดกรองความเสี่ยงโรคหัวใจ และเบาหวานยังอยู่ในระยะของโครงการศึกษาทดลองในไทยอยู่

เปิดสเปกเรือนท็อป GT 7 Pro เจาะกลุ่มไลฟ์สไตล์-สายสปอร์ต

สำหรับการอัปเกรดของ HUAWEI WATCH GT 7 Pro ได้รับการยกระดับวัสดุสู่มาตรฐานระดับสูง ประกอบด้วยกรอบเซรามิกนาโนคริสตัล ผสานตัวเรือนไทเทเนียมอัลลอยเกรดอากาศยาน และกระจกหน้าปัดแซฟไฟร์ มีให้เลือกทั้งขนาด 41 มม. และ 46 มม.

ตัวจอแสดงผลให้ความสว่างสูงสุด 3,000 nits สู้แสงแดดกลางแจ้ง พร้อมสาย EasyCross Strap ดีไซน์ใหม่ มีให้เลือก 3 เฉดสี ได้แก่ เขียว (Cedar Frost Green), เหลือง (Eucalyptus Glow Yellow) และดำ (Polar Rock Black)


ในส่วนของฟังก์ชันสุขภาพ ได้เพิ่มระบบประเมินความพร้อมของร่างกายในแต่ละวัน (Physical Readiness Score) คำนวณจาก 5 ดัชนีชี้วัด ได้แก่ การนอน, อัตราการเต้นของหัวใจขณะพัก, ความแปรปรวนของอัตราการเต้นหัวใจ (HRV), ความเครียด และปริมาณแคลอรี่

พร้อมรองรับโครงการวิจัยโรคหลอดเลือดหัวใจขาดเลือด (Coronary Heart Disease Study), โครงการวิจัยโรคเบาหวาน (Diabetic Study), การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG Analysis), ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Pulse Wave Arrhythmia), การตรวจวัดอารมณ์ (Emotional Wellbeing) และการนอนหลับ

สำหรับกลุ่มผู้ใช้งานด้านการออกกำลังกาย ตัวเครื่องติดตั้งระบบระบุตำแหน่ง Sunflower Positioning System ที่เพิ่มความแม่นยำด้วย AI รองรับแผนที่ภูมิประเทศแบบออฟไลน์สำหรับการวิ่งเทรล (Trail Run) พร้อมบอกระดับความสูงและความชัน, โหมดกีฬากอล์ฟระดับโปรพร้อมแผนที่สนามกอล์ฟทั่วโลกและในไทย แสดงระยะอุปสรรคและกรีนแบบ 3 มิติ, ระบบ Climb Route Planning สำหรับจักรยานพร้อมระบบแจ้งเตือนทางโค้งหักศอก (Sharp Curve Alert), ตลอดจนการวัดแรง G-Force ในกีฬาสกี และการนับจำนวนสโตรกในกีฬาแร็กเก็ต


ทั้งนี้ HUAWEI WATCH GT 7 Series สามารถใช้งานร่วมกับระบบปฏิบัติการ iOS และ Android โดยมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด 21 วันในรุ่น GT 7 Pro และ GT 7 ขนาด 46 มม. ส่วนรุ่น GT 7 ขนาด 41 มม. ใช้งานได้นานสูงสุด 16 วัน พร้อมรองรับฟังก์ชันสแกนจ่ายเงินและสะสมแต้มผ่าน QR Code ของร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ได้โดยตรงจากตัวเรือน