เสียวหมี่ (Xiaomi) ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ทำรายรับรวมแตะ 108.9 พันล้านหยวน เติบโต 9.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้รายได้รวมกลับมาทะลุระดับแสนล้านหยวนได้อีกครั้ง ขณะที่กำไรสุทธิยู่ที่ 6.2 พันล้านหยวน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนถึงความแข็งแกร่งในการบริหารจัดการเพื่อรับมือกับแรงกดดันจากต้นทุนชิ้นส่วนสำคัญและหน่วยความจำ ที่ปรับตัวสูงขึ้น
ทั้งนี้ การเติบโตดังกล่าวยังเป็นผลมาจากการเดินหน้าขับเคลื่อนระบบนิเวศ "Human × Car × Home" อย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มธุรกิจสมาร์ทโฟนและ AIoT สร้างรายรับรวม 84.0 พันล้านหยวน แบ่งเป็นรายรับจากธุรกิจสมาร์ทโฟน 42.1 พันล้านหยวน ด้วยยอดส่งมอบทั่วโลก 31.2 ล้านเครื่อง
จากรายงานของ Omdia ระบุว่า เสียวหมี่ยังคงรักษาตำแหน่งผู้จัดส่งสมาร์ทโฟนระดับท็อป 3 ของโลกต่อเนื่องยาวนานถึง 24 ไตรมาสติดต่อกัน พร้อมติดอันดับ 1 ใน 3 ใน 53 ประเทศ และครองอันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ละตินอเมริกา และตะวันออกกลาง
อย่างไรก็ตาม เสียวหมี่ได้ใช้กลยุทธ์ปรับโครงสร้างผลิตภัณฑ์และยกระดับสู่ตลาดระดับพรีเมียม เพื่อลดผลกระทบจากต้นทุนการผลิต ส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยของสมาร์ทโฟนเสียวหมี่ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 25.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,351 หยวน
ขณะที่ตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ มียอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนระดับราคาตั้งแต่ 3,000 หยวนขึ้นไป คิดเป็นสัดส่วน 32.1% ของยอดจำหน่ายทั้งหมด โดยเฉพาะการเปิดตัว Xiaomi 17T Series ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งช่วยเพิ่มสัดส่วนการส่งมอบสมาร์ทโฟนพรีเมียมในตลาดต่างประเทศได้อย่างชัดเจน
4 ธุรกิจขับเคลื่อนระบบนิเวศอัจฉริยะ
กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ (EV), AI และธุรกิจใหม่ ทำรายรับรวม 24.9 พันล้านหยวน เติบโต 17.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเป็นรายรับจากกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ 23.9 พันล้านหยวน ด้วยยอดส่งมอบ 104,199 คัน พุ่งขึ้น 28.2% ทั้งนี้ ข้อมูลจาก BitAuto ระบุว่า Xiaomi SU7 Series ครองอันดับ 1 ตลาดยานยนต์ซีดานไฟฟ้าล้วนราคา 200,000 หยวนขึ้นไปในจีน
นอกจากนี้ บริษัทยังรุกตลาด SUV แบบ Extended-Range ด้วยรุ่น Xiaomi SkyNomad N90 Max แบตเตอรี่ Armor Scale ขนาด 76 kWh รองรับระยะทางการขับขี่รวมสูงสุด 1,705 กิโลเมตร (มาตรฐาน CLTC) และรุ่น Xiaomi YU7 ที่ได้รับการรับรองความปลอดภัยระดับ 5 ดาวพลัส จาก C-NCAP
กลุ่มผลิตภัณฑ์ IoT และไลฟ์สไตล์ ทำรายได้ 31.3 พันล้านหยวน เติบโต 26.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า มีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 20.1% โดยตลาดต่างประเทศเป็นฟันเฟืองสำคัญ ทั้งนี้ Omdia รายงานว่ายอดจัดส่งแท็บเล็ตของเสียวหมี่อยู่ในอันดับ 4 ของโลก ขณะที่หูฟังไร้สาย TWS และสายรัดข้อมืออัจฉริยะครองอันดับ 2 ของโลก ปัจจุบันมีอุปกรณ์เชื่อมต่อบนแพลตฟอร์ม AIoT (ไม่รวมสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต) รวมกว่า 1,160.8 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 17.4%
ธุรกิจบริการอินเทอร์เน็ต (Internet Services) รายรับแตะ 9.0 พันล้านหยวน รักษาอัตรากำไรขั้นต้นในระดับสูงถึง 76.8% เพิ่มขึ้น 1.4 จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า พร้อมสร้างสถิติจำนวนผู้ใช้งานรายเดือน (Monthly Active Users: MAU) ทั่วโลกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 766.5 ล้านราย ขณะที่ MAU ในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่อยู่ที่ 197.7 ล้านราย
การลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) และนวัตกรรม AI ในช่วงครึ่งปีแรก เสียวหมี่ทุ่มงบวิจัยและพัฒนาไปแล้วกว่า 18.2 พันล้านหยวน โดยในไตรมาส 2 ใช้จ่าย 9.2 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 18.9% ส่งผลให้โมเดล AI ขนาดใหญ่ (Large Model) Xiaomi MiMo-V2.5 มียอดการใช้งานบน OpenRouter สูงถึง 10.5 ล้านล้านโทเคนต่อสัปดาห์ รวมถึงการพัฒนาโมเดลหุ่นยนต์ Xiaomi-Robotics ที่นำไปปฏิบัติงานจริงในโรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้า และการเปิดตัวระบบปฏิบัติการ Xiaomi HyperOS 4 เวอร์ชันเบต้าเพื่อยกระดับการทำงานร่วมกันของอุปกรณ์อย่างไร้รอยต่อ


