รู้จัก “พชร อนันตศิลป์” ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) อีกตัวอย่างของข้าราชการที่พร้อมปรับตัวและนำพาประเทศก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างมั่นคง
ด้วยประสบการณ์อันโชกโชนจากกระทรวงการคลัง ปลัดพชรได้รับแต่งตั้งเป็นปลัดดีอีเมื่อ 1 ตุลาคม 2568 และในเวลานี้ (มิถุนายน 2569) กำลังเป็นหัวหอกสำคัญในการผลักดันโครงการใหญ่ที่คนไทยให้ความสนใจอย่างยิ่ง เช่น ThaiLLM และ TH-AI Passport ซึ่งสัญญาว่าจะนำ AI มาสู่ประชาชนทุกคนในราคาที่เอื้อมถึง
***เกิดปี 2514 อายุ 54 ปี
นายพชร สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีบริหารธุรกิจบัณฑิต (การเงิน) มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ปริญญาโท MBA จาก Shenandoah University สหรัฐฯ และปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง
นายพชรยังผ่านหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงมากมาย ทั้งจากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ วิทยาการตลาดทุน และหลักสูตรด้านการจัดการระดับนานาชาติ ทำให้ปลัดพชรมีทั้งความรู้ด้านการเงินและการบริหารองค์กรที่แข็งแกร่ง
นายพชร เริ่มต้นราชการที่กรมบัญชีกลาง และก้าวขึ้นตำแหน่งสำคัญอย่างรวดเร็วในยุครัฐบาล คสช. ปลัดเพชรคนนี้เคยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมธนารักษ์ (2560-2561) อธิบดีกรมสรรพสามิต (2561-2563) อธิบดีกรมศุลกากร (2563-2566) และผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (2566-2568) ผลงานเด่นคือการจัดเก็บรายได้เกินเป้าและบริหารจัดการหนี้สาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เป็นดาวรุ่งที่หลายคนจับตามอง แม้เคยเป็นแคนดิเดตปลัดคลังมาก่อน
การข้ามห้วยมาสู่กระทรวงดีอีในปี 2568 จึงเป็นการพิสูจน์ฝีมือครั้งสำคัญ จากผู้เชี่ยวชาญการเงินสู่ผู้กำกับนโยบายดิจิทัลที่ประเทศต้องการที่สุดในยุคนี้
***ผลักดัน AI สัญชาติไทยและปราบเฟคนิวส์
ภายใต้การนำของนายพชร กระทรวงดีอีเร่งขับเคลื่อน ThaiLLM โครงการพัฒนา Large Language Model สำหรับภาษาไทย เพื่อสร้างอธิปไตยทางเทคโนโลยี ลดการพึ่งพาต่างชาติ และนำไปใช้ในสุขภาพ เศรษฐกิจ และบริการสาธารณะ
ปลัดพชรคนนี้ย้ำเสมอว่า AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องพัฒนาให้ครอบคลุมและน่าเชื่อถือ โดยคาดว่าเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital GDP) จะเติบโตต่อเนื่องในปี 2569
อีกภารกิจที่คนไทยให้ความสนใจคือ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (AFNC) ซึ่งแจ้งเตือนประชาชนไปแล้วกว่า 864 ล้านครั้ง โดยนายพชร เปิดอบรมยกระดับการปราบเฟคนิวส์และสแกมเมอร์อย่างต่อเนื่อง มีการวางแผนนำ AI มาช่วยสแกนข่าวบิดเบือนแบบเรียลไทม์ เพื่อปกป้องประชาชนจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังที่กระทบปากท้องและความเชื่อมั่นในสังคมไทยโดยตรง
ล่าสุด 11 มิถุนายน 2569 นายพชร เป็นหัวหอกเปิดเวทีรับฟังความเห็นโครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1,600 ล้านบาท ซึ่งมุ่งให้ประชาชน 5 ล้านคนเข้าถึง AI Pro/Premium ในราคาถูก (เฉลี่ย 27 บาท/คน/เดือน) พร้อมหลักสูตรพัฒนาทักษะกว่า 130 หลักสูตร ปลัดพชรชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาว่าโครงการเกิดจากความต้องการลดช่องว่างดิจิทัล โปร่งใสตามระเบียบราชการ และพร้อมปรับเงื่อนไขเป็น “ใช้เท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น” เพื่อความคุ้มค่าและลดความเสี่ยงให้รัฐ หากมีข้อครหา ปลัดพชรยืนยันพร้อมตรวจสอบและยกเลิกหากพบทุจริต.


