'ดีอี' ไล่บี้ Meta ปมไลฟ์อนาจารหลุด 8 ชั่วโมง คนเห็นเกินล้าน ชี้คำแจงอัลกอริทึมโดนหลอกยังฟังไม่ขึ้น เร่งยกเครื่องกฎคุมแพลตฟอร์มให้ปิดเนื้อหาผิดกฎหมายทันที
เมื่อวันที่ 25 พ.ค.69 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)เปิดเผยว่า กระทรวงดีอีไม่ได้นิ่งนอนใจต่อกรณีที่มีการเผยแพร่ไลฟ์สดเนื้อหาอนาจารบนแพลตฟอร์ม Facebook เป็นเวลานานหลายชั่วโมง โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 23 พ.ค.69 ที่ผ่านมา พบการเผยแพร่ผ่านบัญชีผู้ใช้งานจำนวน 3 บัญชี และต่อมาในวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ค.69 พบเหตุลักษณะเดียวกันอีก 2 บัญชี ขณะที่เนื้อหาดังกล่าวมีประชาชนเข้าถึงมากกว่า 1 ล้านคน ภายในระยะเวลาประมาณ 6-8 ชั่วโมง และเกิดขึ้นซ้ำหลายครั้ง จึงถือเป็นกรณีที่กระทรวงดีอีต้องเร่งตรวจสอบและดำเนินมาตรการอย่างจริงจัง
นายไชยชนก กล่าวว่า ในขั้นตอนเร่งด่วน กระทรวงดีอี สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA และ Meta บริษัทแม่ของ Facebook นำโดย คลาร่า โคห์ (Clara Koh) ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตอนกลางและอาเซียน ได้ร่วมหารือกัน โดย Meta รับที่จะนำปัญหาดังกล่าวกลับไปปรับปรุงกระบวนการปิดกั้นเนื้อหาผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกัน กระทรวงดีอีได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทั้งหมด และส่งต่อให้กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) รวมถึงกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป
ทั้งนี้ Meta ได้ชี้แจงเบื้องต้นต่อกระทรวงดีอีว่า ผู้เผยแพร่คลิปอาจใช้วิธีนำคอนเทนต์ที่ถูกต้องตามกฎระเบียบของแพลตฟอร์มแทรกเข้ามาระหว่างการไลฟ์สด หรือ Benign content คือเนื้อหาที่ดูปลอดภัย ไม่รุนแรง ไม่ผิดกฎหมาย ไม่ลามก ไม่หลอกลวง และไม่ละเมิดนโยบายของ Facebook ระบบจึงปล่อยให้แสดงผลได้ตามปกติ ทำให้ระบบอัลกอริทึมที่ใช้ตรวจสอบเข้าใจว่าเป็นเนื้อหาที่ไม่ผิดกฎ โดยเบื้องต้นคาดว่าอาจเป็นการตัดสลับภาพ เช่น ภาพบุคคลนั่งสนทนา หรือภาพผู้หญิงสวมหน้ากาก ซึ่งทำให้ระบบตรวจจับใบหน้าหรือเนื้อหาผิดปกติไม่สามารถตรวจพบได้อย่างแม่นยำ
"คำชี้แจงดังกล่าวยังไม่เพียงพอและยังฟังไม่ขึ้น เนื่องจากการเผยแพร่เนื้อหาดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมง หากระบบตรวจสอบของแพลตฟอร์มถูกหลอกได้นานถึง 6-8 ชั่วโมง ย่อมสะท้อนว่ากระบวนการตรวจจับและปิดกั้นเนื้อหาผิดกฎหมายยังมีช่องโหว่สำคัญ ดังนั้น กระทรวงดีอีจึงขอให้ Meta ส่งรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำงานของระบบ อัลกอริทึม และมาตรการป้องกันที่ใช้ในการตรวจจับเนื้อหาลักษณะดังกล่าว เพื่อให้ ETDA ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด" นายไชยชนก กล่าว
นายไชยชนก กล่าวว่า ภายใต้กฎหมายไทย แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียมีหน้าที่ต้องดำเนินการปิดกั้นหรือลบเนื้อหาที่เข้าข่ายผิดกฎหมายภายใน 24 ชั่วโมง หลังได้รับแจ้ง ตามประกาศกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 หรือ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ดังนั้น Meta จึงต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าได้ดำเนินการตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ รวมถึงต้องแสดงให้เห็นว่ามีมาตรการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการตรวจจับและปิดกั้นเนื้อหาผิดกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพจริงหรือไม่
สำหรับคำชี้แจงของ Meta ที่ระบุว่า ระบบ AI ของบริษัทสามารถตรวจจับและปิดกั้นเนื้อหาผิดกฎหมายได้ประมาณ 95% ส่วนที่เหลืออีก 5% เป็นกรณีที่เกิดขึ้นน้อยมากนั้น กระทรวงดีอีเห็นว่ายังต้องมีการตรวจสอบเชิงลึกต่อไป เนื่องจากแม้จะเป็นสัดส่วนเพียง 5% แต่หากเป็นเนื้อหาที่กระทบต่อประชาชนจำนวนมาก และสามารถเผยแพร่ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมง ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะเมื่อมีผู้เข้าถึงเนื้อหาเกินกว่า 1 ล้านคน
นอกจากนี้ ETDA ได้ให้ Meta ชี้แจงและส่งหลักฐานการดำเนินการทั้งหมดมาเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการแล้ว ขณะเดียวกัน กระทรวงดีอีจะร่วมหารือกับผู้บริหารระดับสูงของ Meta อีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (26 พ.ค.69) เพื่อเร่งหามาตรการแก้ไขปัญหา ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันซ้ำ และกำหนดแนวทางการยกระดับความรับผิดชอบของแพลตฟอร์มต่อเนื้อหาผิดกฎหมายที่ถูกเผยแพร่ผ่านระบบของตนเอง
นายไชยชนก กล่าวว่า กระทรวงดีอีเห็นว่ากฎเกณฑ์เดิมที่เปิดเวลาให้แพลตฟอร์มดำเนินการปิดกั้นเนื้อหาผิดกฎหมายภายใน 24 ชั่วโมง อาจไม่สอดคล้องกับสภาพปัญหาในปัจจุบัน เนื่องจากเนื้อหาบนโซเชียลมีเดียสามารถแพร่กระจายได้รวดเร็วมาก ภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็อาจมีผู้เข้าถึงเป็นจำนวนมหาศาล ดังนั้น กระทรวงดีอีจึงเตรียมเร่งปรับปรุงพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 หลักเกณฑ์กำกับดูแลแพลตฟอร์มใหม่ เพื่อให้แพลตฟอร์มต้องดำเนินการปิดกั้นเนื้อหาผิดกฎหมายทันที แทนแนวทางเดิมที่กำหนดให้ดำเนินการโดยเร็วที่สุดและไม่เกิน 24 ชั่วโมง นับตั้งแต่แพลตฟอร์มได้รับข้อร้องเรียน
ขณะเดียวกัน หลักเกณฑ์ใหม่จะกำหนดให้แพลตฟอร์มต้องมีส่วนรับผิดชอบมากขึ้น หากตรวจพบว่ามีการโพสต์หรือเผยแพร่เนื้อหาที่เข้าข่ายกระทำความผิดอย่างชัดแจ้ง แต่แพลตฟอร์มไม่เร่งดำเนินการแก้ไขหรือปิดกั้นอย่างทันท่วงที กรณีดังกล่าวอาจถือได้ว่าแพลตฟอร์มเข้าข่ายมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด และอาจต้องร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย
สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ การกดไลก์หรือคอมเมนต์ของประชาชนระหว่างที่มีการเผยแพร่เนื้อหาดังกล่าว ยังไม่ถือเป็นความผิดโดยตรง เนื่องจากยังไม่เข้าข่ายเป็นการเผยแพร่เนื้อหาด้วยตนเอง แต่หากเป็นการแชร์ ส่งต่อ หรือครอบครองเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย อาจเข้าข่ายมีความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน กระทรวงดีอีเตรียมพิจารณาประเด็นการมีปฏิสัมพันธ์กับเนื้อหาผิดกฎหมายในการปรับปรุงหลักเกณฑ์ใหม่ เนื่องจากการกดไลก์หรือแสดงความคิดเห็น แม้ไม่ได้เป็นการเผยแพร่โดยตรง แต่อาจส่งผลให้อัลกอริทึมของแพลตฟอร์มขยายการมองเห็น และผลักดันให้เนื้อหาดังกล่าวถูกส่งต่อไปยังผู้ใช้งานจำนวนมากขึ้น
ดังนั้น กระทรวงดีอีจึงขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการมีปฏิสัมพันธ์กับเนื้อหาที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการกดไลก์ การคอมเมนต์ หรือการแสดงความคิดเห็นในลักษณะใดก็ตาม แม้ภายใต้กฎหมายปัจจุบัน พฤติกรรมดังกล่าวอาจยังไม่ถือเป็นความผิดในกรณีนี้โดยตรง แต่ในทางปฏิบัติ การมีส่วนร่วมกับเนื้อหาเหล่านี้อาจทำให้อัลกอริทึมของแพลตฟอร์มขยายการมองเห็น และผลักดันให้เนื้อหาผิดกฎหมายถูกเผยแพร่ไปในวงกว้าง
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบของ บก.ปอท. ยังพบพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายดำเนินการเป็นขบวนการผ่านเว็บฟิชชิ่ง (Phishing Web) เพื่อหลอกเก็บข้อมูลของผู้เข้าชม ก่อนนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในทางมิชอบหรือแสวงหาประโยชน์โดยผิดกฎหมายต่อไป
"กระทรวงดีอีจะติดตามการดำเนินการในทุกส่วนอย่างจริงจัง ทั้งการเร่งรัดดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง การตรวจสอบความรับผิดชอบของแพลตฟอร์ม การปรับปรุงหลักเกณฑ์กำกับดูแลแพลตฟอร์มให้ทันต่อสถานการณ์ รวมถึงการป้องกันและปราบปรามข่าวปลอม หรือเฟกนิวส์ เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการใช้งานดิจิทัล และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนสามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป" นายไชยชนกกล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:Meta แถลง 'ลบเนื้อหาละเมิดชุมชน' แล้ว เร่งตรวจสอบอยู่


