ฟังเสียงคนดังในวงการเทคฯ-คริปโตไทย จากกรณี "จอม" หรือนายกัมปนาท วิมลโนท อดีตผู้บริหารระดับสูงที่เคยนั่งตำแหน่ง Managing Director ของ KXVC กองทุน Venture Capital ในเครือธนาคารกสิกรไทย ที่โฟกัสการลงทุนใน Web3, Crypto และ AI ก่อนจะถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงหรือหลอกลวงนักลงทุนในวงการคริปโตและสตาร์ทอัป ผ่านการเสนอดีลลงทุนพิเศษที่เป็นของปลอม ทำให้เกิดความเสียหายหลักร้อยล้านบาท จากผู้เสียหายหลายรายทั้งในไทยและต่างประเทศ
"ยอด ชินสุภัคกุล" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai และ "การดี เลียวไพโรจน์" อดีตกรรมการผู้จัดการ C-ASEAN ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กเปิดเผยข้อมูลในมุมผู้สัมผัสวงการลงทุนสตาร์ทอัปไทยตัวจริง โดยยอดฉายภาพถึงเคสอื่นที่เกิดขึ้นในวงการเพื่อสร้างความตระหนักรู้สังคม ขณะที่ ดร.อ้อ ยกเคสนี้เปรียบเทียบกับเคสฉ้อโกงระดับโลก พร้อมเรียกร้องให้เกิดระบบกำกับดูแลจริงจัง
***หน้าตา-บุคลิกดี จนเกิด halo effect
ยอดเล่าว่าเคยพบเจอ จอม กัมปนาท มาบ้างตอนที่จอมยังดูแลกองทุนสตาร์ทอัป ก่อนจะหันไปโฟกัสคริปโตเต็มตัว แต่กองทุนที่จอมอยู่ ไม่เคยลงทุนในบริษัทของยอดเลย แม้จะเคยใกล้เคียงกันบ้าง จอมก็ไม่เคยชวนยอดลงทุนอะไร เพราะอาจไม่สนิท หรือยอดไม่ได้สนใจคริปโตมาก
แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนหลงเชื่อและลงทุนกับจอมได้ง่าย คือ ความหน้าตาดี บุคลิกดี พูดจาฉลาด น่าเชื่อถือมาก จนเกิด 'halo effect' ปัญหาคลาสสิกที่ความดูดีและพูดเก่งของคน ทำให้มักรู้สึกว่าคนนี้น่าจะไว้ใจได้ทั้งหมด ซึ่งยอดยอมรับว่า ถ้าจอมชวนจริงๆ ยอดก็อาจไม่รู้ทันตั้งแต่แรก เพราะดูออกยากมาก
ยอดยอมรับว่ารู้เรื่องนี้มานาน จากคนในวงการเล่าให้ฟังหลายคน และได้รับเสียงเชียร์มาตลอดให้ออกมาพูดแบบสาธารณะ เพื่อเปิดโปงและป้องกันไม่ให้มีเหยื่อเพิ่ม ซึ่งยอดได้ชื่นชมสื่อและคนที่ให้ข้อมูลออกมา เพราะตอนนี้เรื่องนี้ถึงจุดที่คนพูดได้แล้ว
นอกจากกรณีจอมแล้ว ยอดยังเล่าถึงเคสล่อลวงหรือ scam อื่นๆ ในวงการสตาร์ทอัปเทคฯ ไทยที่ได้ยินเรื่องราวมา ซึ่งแม้บางกรณีจะไม่มีข้อมูลครบถ้วน แต่เชื่อว่าน่าจะมีมูลจริง
หนึ่งในแคสนั้นคือสตาร์ทอัปด้านระบบอีคอมเมิร์ซ (e-commerce enabler) ที่ CEO โกงจนบริษัทล้ม มีหนี้สิน และทำให้พนักงานคนหนึ่งเครียดจนจบชีวิตตัวเอง CEO คนนี้โกงหลายรอบแต่ยังลอยนวล ยังมีสตาร์ทอัปด้านระบบเก็บคะแนนสะสมสมาชิก (loyalty points) ที่ mint พอยต์ตัวเองไม่จำกัด ทำให้พาร์ทเนอร์ใหญ่เสียหายหลายร้อยล้าน
ยังมีสตาร์ทอัปด้านระบบตรวจจับกระแสบนโซเชียล (social monitoring) ยุคก่อนที่ใช้เงินบริษัทกับเรื่องส่วนตัว จนนักลงทุนเข็ดขยาด รวมถึงบริษัทรับชำระเงินบางเจ้า ที่รับชำระจากเว็บพนันผิดกฎหมาย ซึ่งเมื่อขายบริษัทไป ผู้ซื้อตรวจพบเจอภายหลังจนต้องฟ้องกันวุ่นวาย
แม้จะยังมีอีกหลายเคสทั้งการกู้ยืมแปลกๆ หรือผู้ก่อตั้งเบี้ยวหุ้นแฟนเก่า แต่ยอดเชื่อว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในทุกประเทศ โดยจากที่อยู่วงการมา 15 ปี และช่วงพีคมีสตาร์ทอัป-บริษัทกลุ่มทุน VC จำนวนนับร้อย ดังนั้นกรณีลักษณะนี้มักมีทุกวงการ ทุกประเทศ เนื่องจากที่ไหนมีเงินลงทุนเข้า ก็ย่อมมีความเสี่ยงทั้งเรื่องธุรกิจและตัวบุคคล
สิ่งที่ยอดอยากชวนทุกคนทำ คือส่งเสริมวัฒนธรรม "whistleblowing" หรือการแจ้งเบาะแสอย่างเปิดเผย โดยเฉพาะใครที่เป็นผู้เสียหายและมีข้อมูลจริง สำหรับปัจจุบัน ยอดเชื่อว่าผู้ล่อลวงในวงการสตาร์ทอัปไทยเหลือน้อยลงมาก เพราะวงการไม่ได้ฟูเหมือน 5-10 ปีที่แล้ว และผู้ที่รอดมาได้ ส่วนใหญ่ตั้งใจทำงานจริง
***Elite Fraud โกงมีระดับ
ด้าน ดร.อ้อ การดี เลียวไพโรจน์ ได้โพสต์เรียกกรณีการฉ้อโกงลักษณะนี้ว่า Elite Fraud หรือการฉ้อโกงระดับสูง จากคนมีตำแหน่ง เครดิตดี เครือข่ายวงใน ไม่ใช่สแกมแบบ call center ทั่วไป แต่ใช้ความเชื่อใจเป็นอาวุธหลัก
ดร.อ้อ เล่าว่าเคยพบเจอ "จอม" บ่อยครั้งเรื่องการลงทุนด้านคริปโต และเกือบลงทุนกับจอมที่ได้นำเสนอเอกสารชี้ชวน Pitch deck ที่ดูดีมาก มืออาชีพ และมีข้อมูล insider วงในบอกว่า "KXVC จะลง มี allocation เหลือน้อย ขอ wallet ERC20 จูงใจด้วย return สูงๆ 10x-30x เร็วๆ"
ดร. อ้อเตือนว่าการลงทุนดีต้องตรวจสอบได้ ไม่ใช่เชื่อแค่คนชวนดูน่าเชื่อถือ โดยบอกว่าประวัติศาสตร์โลกมีตัวอย่างชัดทั้ง Bernie Madoff, Elizabeth Holmes, Sam Bankman-Fried ซึ่งกรณีจอมนั้นมีส่วนคล้าย และผู้ที่โดนหลอกลวงคือคนในวงการที่เข้าใจเทคและการลงทุนดีแทบทั้งนั้น
โพสต์ของ ดร.อ้อ เรียกร้องให้มีการยกระดับความรู้เท่าทันด้านการเงินหรือ Financial Literacy ของคนไทย โดยเชื่อว่าประเทศไทยควรมีระบบกำกับดูแลการลงทุนยุคใหม่ โดยเฉพาะสินทรัพย์ดิจิทัลและการลงทุนเอกชนที่ซับซ้อนสูง ซึ่งต้องมีคู่กันระหว่างสนับสนุนนวัตกรรม และปกป้องความเชื่อมั่นระบบเศรษฐกิจ
ที่สุดแล้ว กรณีเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องเตือนใจสำหรับทุกคนในวงการเทคฯ ที่ต้องไม่ลงทุนเพราะเชื่อใจคนอย่างเดียว แต่ควรตรวจสอบให้ถี่ถ้วน และหากมีเบาะแสหรือเป็นเหยื่อ ก็ควรกล้าพูดออกมา เพื่อให้วงการสตาร์ทอัปไทยใสสะอาด และพัฒนาต่อไปได้.


