จับชีพจรยักษ์ใหญ่ด้านคลาวด์ระดับโลก "Amazon Web Services" (AWS) หลังผ่าน 4 ปีแรกของแผนลงทุนไทย 15 ปี 5 พันล้านดอลล์ ชี้ความตื่นตัวด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในภาคธุรกิจไทยกำลังก้าวข้ามจากการทดลองสู่การใช้งานจริงเพื่อสร้างผลกำไรและลดต้นทุน ล่าสุดเปิดตัวทัพเครื่องมือ AI ใหม่ย้ำเทรนด์ปี 2026 ที่กำลังเปลี่ยนจากผู้ช่วยถาม-ตอบ ไปสู่ Agentic AI หรือ Frontier Agent ที่สามารถทำงานซับซ้อนยาวนานเป็นชั่วโมงโดยไม่ต้องมีมนุษย์คอยควบคุม
นายวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย AWS ประเทศไทย กล่าวถึงความคืบหน้าของเมกะโปรเจกต์การลงทุนในไทย ว่าความผันผวนของเศรษฐกิจโลกไม่มีผลเปลี่ยนแปลงแผนที่บริษัทได้ประกาศลงทุนด้วยเม็ดเงินมหาศาล 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในระยะเวลา 15 ปี (ตั้งแต่ปี 2022)ซึ่งคาดว่าจะสร้างงานได้ถึง 11,000 ตำแหน่งต่อปี โดยที่ผ่านมา AWS ได้เปิดให้บริการ Thailand Region อย่างเป็นทางการแล้ว ปัจจุบันมีการนำบริการเข้ามาให้ลูกค้าชาวไทยใช้งานกว่า 120 บริการ ครอบคลุมความต้องการของลูกค้าถึง 80-90%
"การเปิด Data Center ในไทยส่งผลให้กลุ่มลูกค้าระดับองค์กรขนาดใหญ่ เริ่มทยอยย้ายระบบกลับมาอยู่เมืองไทยเป็นจำนวนมาก เนื่องจากได้ประโยชน์หลัก 3 ส่วน คือ 1. ข้อมูลถูกจัดเก็บอยู่ในประเทศ 2. ความหน่วง (Latency) ลดลงถึง 4-6 เท่า ทำให้ระบบรวดเร็วขึ้น และ 3. ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าการใช้บริการในต่างประเทศถึง 10% นอกจากนี้ AWS ยังมีการปรับลดราคาบริการอย่างต่อเนื่องมาแล้วกว่า 151 ครั้งจากประสิทธิภาพของสเกลการทำงานที่ใหญ่ขึ้น"
AWS ย้ำว่าเป้าหมายสำคัญของการลงทุนครั้งนี้ยังไม่เปลี่ยนแปลง นั่นคือการตั้งเป้าผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง AI Hub และเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญสำหรับอนาคตของประเทศ โดย AWS ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรอย่างจริงจัง ตั้งแต่ปี 2017 มีการอบรมทักษะด้านคลาวด์และ AI ขั้นสูงให้คนไทยไปแล้วกว่า 100,000 คน ผ่านโครงการอย่าง "Tech for Digital Future" ที่ร่วมกับสถานศึกษาในต่างจังหวัด และโครงการ "Skills to Job" ที่ร่วมกับกระทรวง อว. และภาคเอกชน รวมถึงการจับมือกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เพื่อสร้างศูนย์ Data Center ระดับโลกให้เป็นแหล่งเรียนรู้
วัตสันย้ำว่าวันนี้องค์กรไทยตื่นตัวกับ Enterprise AI หรือการนำ AI ไปฝังในกระบวนการทำงานขององค์กรไทย นั้นเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด ผลสำรวจพบว่าการประยุกต์ใช้ Enterprise AI จาก 24% ในปี 2024 พุ่งขึ้นเป็น 32% ในปี 2025 ซึ่งการเติบโต 33% นี้สะท้อนให้เห็นว่าในทุกๆ 3 นาที จะมีบริษัทที่นำ AI ไปใช้ฝังในระบบแบบจริงจัง 1 ราย โดยมีตัวเลขว่าการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับองค์กรได้สูงถึง 81%
วัตสันมองว่าภาพสะท้อนความสำเร็จของการใช้ AI เริ่มชัดเจนขึ้นในอุตสาหกรรมหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ การเงิน (FSI), ค้าปลีก (Retail), และการศึกษา ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยาที่นำ AI มาช่วยตรวจจับบัญชีม้าร่วมกับภาครัฐ และใช้ Computer Vision ประเมินราคาสินทรัพย์เพื่อลดเวลาทำงานจากหลายวันเหลือเพียงหลักนาที
ยังมีบริษัทอสังหาฯอย่าง แสนสิริ ที่นำ AI มาสร้างเป็นคลังความรู้ เพื่อใช้ตอบคำถามลูกบ้านกว่า 500 โครงการ และใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ภาพรุ่นใหม่ในการอ่านใบแจ้งหนี้ที่มีความแม่นยำสูงถึง 89-90% ช่วยประหยัดต้นทุนลงได้มาก
ขณะที่ ปตท. นำ AI มาช่วยในการย้ายระบบ .NET บนฐาน Windows มาสู่ Open Source ซึ่งประหยัดต้นทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานไปได้ถึง 76% และเพิ่มประสิทธิภาพได้อีก 13%
นอกจากนี้ ในกลุ่มอุตสาหกรรมการเงินยุคใหม่ โดยเฉพาะ Virtual Bank หรือธนาคารไร้สาขา AWS เผยว่าได้เข้าไปช่วยวางระบบคลาวด์เพื่อลด "ต้นทุนการให้บริการ" (Cost to Serve) ให้ต่ำที่สุด เพื่อให้สามารถตอบโจทย์กลุ่มผู้ที่เข้าถึงบริการทางการเงินได้น้อย และเร่งรัดการพัฒนาระบบให้ทันตามกรอบเวลาประเมินของธนาคารแห่งประเทศไทย
***หมดยุคแชตบอต สู่ยุค Frontier Agent ที่คิดและทำแทนมนุษย์
เพื่อตอบเทรนด์ของ AI ในปี 2026 ที่กำลังเปลี่ยนจากเพียงผู้ช่วยถาม-ตอบ ไปสู่ Agentic AI หรือที่ AWS เรียกว่า Frontier Agent ล่าสุด AWS ได้เปิดตัวเครื่องมือใหม่มากมาย โดยหนึ่งในไฮไลท์ที่สร้างความฮือฮาคือการเปิดตัวเครื่องมือ AWS Transform ที่ช่วยปรับปรุงระบบเก่าให้ทันสมัย ทำให้ AWS สามารถนำ AI ตัวนี้มาใช้อัปเกรดแอปพลิเคชันนับพันตัว จากเดิมที่วิศวกรประเมินว่าต้องใช้เวลาทำถึง 4,500 ปี แต่ AI สามารถทำงานเสร็จได้ในระดับเดือน ช่วยประหยัดต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานได้ถึง 260 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ
นายฉัตรชัย กำลังเดช ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายสถาปัตยกรรมโซลูชั่นส์ AWS ประเทศไทย กล่าวว่า AWS ได้เปิดให้บริการ Frontier Agent ที่มีความสามารถสูง หนึ่งในนั้นคือ Kiro Autonomous Agent (คิโร่) นักพัฒนาเสมือนจริงขององค์กร สามารถตรวจสอบและคัดกรองบั๊ก รวมถึงปรับปรุงการทดสอบระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
"Kiro Autonomous Agent เป็น Frontier Agent ที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานของนักพัฒนาและทีมในการสร้างซอฟต์แวร์ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างสรรค์ของทีมพัฒนาได้มาก"
นอกจากนี้คือ AWS Security Agent ที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยที่เข้าใจโครงสร้างพื้นฐานขององค์กร สามารถให้คำแนะนำด้านความปลอดภัยที่นำไปปฏิบัติได้โดยตรงจากภายในเวิร์กโฟลว์ของนักพัฒนา ช่วยฝังความปลอดภัยไว้ตั้งแต่เริ่มต้น สามารถสแกนโค้ดเพื่อค้นหาช่องโหว่
รวมถึง AWS DevOps Agent ทีมปฏิบัติการที่พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง สามารถตรวจจับปัญหาอย่างรวดเร็ว ค้นหาสาเหตุหลัก และช่วยแก้ไขเหตุการณ์ต่าง ๆ พร้อมทั้งลดภาระงานด้านปฏิบัติการ สามารถสืบสวนเหตุการณ์และระบุจุดที่ควรปรับปรุงการดำเนินงานได้เหมือนกับวิศวกร DevOps ที่มีประสบการณ์
สำหรับไฮไลท์ที่สร้างความฮือฮาอย่าง AWS Transform ระบบสามารถช่วยแปลงภาษาจาก Mainframe มาเป็น Java หรือจากระบบ Commercial มาเป็น Open Source กรณีศึกษาที่ชัดเจนที่สุดคือ ระบบภายในของ Amazon.com ที่นำ AI ตัวนี้มาใช้อัปเกรดแอปพลิเคชันนับพันตัว จากเดิมที่วิศวกรประเมินว่าต้องใช้เวลาทำถึง 4,500 ปี แต่ AI สามารถทำงานเสร็จได้ในหลักเดือน
AWS ยังเปิดตัวโมเดลใหม่ในตระกูล Amazon Nova เช่น Nova Act ที่สามารถควบคุมเว็บเบราว์เซอร์อัตโนมัติแทนมนุษย์ได้แม่นยำถึง 90% และ Nova Forge ที่เปิดให้องค์กรนำข้อมูลเฉพาะทางของตนเองไปเทรนเป็นโมเดลส่วนตัว (Custom Model) ตั้งแต่ระดับเริ่มต้น
***AI เก่งเทียบชั้นพนักงาน "จูเนียร์"
AWS มองว่าการเข้ามาของ Frontier Agent โดยเฉพาะในด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ ทำให้เกิดรูปแบบการทำงานใหม่ที่ผู้ใช้งานฝั่งธุรกิจสามารถสั่งความต้องการด้วยภาษาพูดทั่วไป เพื่อให้ AI แปลงเป็น Requirement ทางเทคนิคและเขียนโค้ดออกมาเป็นแอปพลิเคชันได้ทันที
"สิ่งนี้ทำให้นักพัฒนา จะต้องยกระดับตัวเองขึ้นเป็น Developer User ที่มีหน้าที่ควบคุมและตรวจสอบผลงานของ AI มากขึ้น"
ผู้บริหารมองว่าปัจจุบัน ความสามารถของ AI ในการเขียนโปรแกรมนั้นเทียบเท่ากับ "Junior Developer" เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกำลังเก่งขึ้นเรื่อยๆ ปรากฏการณ์นี้กำลังเป็นแรงบีบคั้นสำคัญให้พนักงานระดับเริ่มต้น (Junior) ต้องเร่งยกระดับทักษะ (Upskill) ตัวเองให้มีความรู้ในระดับซีเนียร์อย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้ถูก AI แย่งงานในอนาคตอันใกล้
ก้าวต่อไปของ AWS และภาคธุรกิจไทย จึงไม่ใช่แค่การตั้งคำถามว่าจะใช้คลาวด์หรือ AI หรือไม่ แต่คือการเตรียมโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับพาร์ทเนอร์ และเร่งสร้างทักษะของคนไทย เพื่อให้สามารถควบคุมและสร้างประโยชน์สูงสุดจากเทคโนโลยี Frontier Agent ที่กำลังจะกลายเป็นฟันเฟืองหลักของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศนั่นเอง.


