นายอาร์ม (9arm) หรือ ดร.ธนานนท์ ปฏิญญาศักดิกุล อินฟลูเอนเซอร์สายไอทีและวิศวกรซอฟต์แวร์ชาวไทยที่มีชื่อเสียง วิจารณ์หนักระบบไอทียุคใหม่ของสำนักงานประกันสังคม ชี้ไม่มีประเทศไหนทำ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นผิดวิสัยของผู้ที่มีความรู้ด้านไอที
นอกจากแจกแจงความผิดปกติของการบริหารจัดการระบบ นายอาร์มยังตั้งข้อสังเกตเรื่องค่าปรับซึ่งยังเป็นคำถามเรื่องความโปร่งใสของสำนักงานประกันสังคม เพราะระบบดั้งเดิมที่เป็นคอมพิวเตอร์ Mainframe นั้นมีค่าดูแลรักษาสูงถึงปีละ 250 ล้านบาท และเมื่อระบบใหม่ล่าช้า 2 ปี ทำให้ต้องเสียค่าดูแลรักษาระบบหรือ MA ระบบเก่าเพิ่มอีกรวมแล้วเกือบเท่ามูลค่าการสร้างระบบใหม่ทั้งระบบ ภาวะนี้ทำให้เงินสมทบของประชาชนได้สูญเปล่าไปหลายร้อยล้านเพราะโปรเจกต์ล่าช้า แต่สุดท้ายมีการปรับจริงเพียงประมาณ 150 วันเท่านั้น จากระยะเวลารวม 700 กว่าวันที่ล่าช้าไป
สำหรับเหตุระบบล่มตั้งแต่วันแรกที่แอปพลิเคชัน SSO Plus เปิดใช้บริการ 5 มกราคม 2569 นายอาร์มชี้ว่าน่าผิดหวัง โดยเฉพาะการโยงต้นเหตุว่าเนื่องจาก API Gateway รองรับงานไม่ไหว แต่สาเหตุสำคัญคือไม่ได้ทดสอบระบบใหม่เมื่อนำไปต่อกับ API Gateway ตัวเดิม
***ไม่มีประเทศไหนทำ
นายอาร์ม นั้นเป็นที่รู้จักจากการอธิบายเทคโนโลยีที่เข้าใจยากให้เป็นเรื่องย่อยง่ายผ่านช่อง YouTube ชื่อ castby9arm ล่าสุด นายอาร์มได้ลงคลิปชื่อ "ระบบไอที 850 ล้านของประกันสังคม" โดยเล่าถึงการประชุมกับทีมประกันสังคมก้าวหน้า ซึ่งเคยมีการเชิญให้เข้าไปดูระบบไอทีใหม่ของสำนักงานประกันสังคมในช่วงปี 2568 และเวลานั้น นายอาร์มได้ทราบว่าสำนักงานประกันสังคม มีความต้องการนำระบบเดิมที่เป็นคอมพิวเตอร์ Mainframe มาใช้ในช่วงที่โปรเจกต์ล่าช้า ซึ่งการเต็มใจจ่ายค่าดูแลรักษาระบบหรือ Maintenance Agreement (MA) ที่สูงถึงปีละ 250 ล้านบาทนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีใครต้องการ
"ในวงการไอทีไม่มีใครอยากจ่ายค่า MA ค้างคาในราคาสูงขนาดนี้ หากระบบใหม่ที่ดีควรจะครอบคลุมและช่วยประหยัดงบประมาณได้แล้ว"
นอกจากนายอาร์มจะมองว่า ทีมประกันสังคมก้าวหน้ามีความพยายามอย่างมากที่จะจ่ายค่าดูแลรักษาระบบเดิมที่เป็น Mainframe ในราคาที่สูง ทีมประกันสังคมก้าวหน้ายังมีการบริหารจัดการโครงการและการปรับที่ "ใจดี" เกินไป เนื่องจากโครงการระบบไอทีใหม่มูลค่า 850 ล้านบาท นั้นเริ่มทำสัญญาปี 2564 และควรแล้วเสร็จปี 2566 แต่กลับเลื่อนมาจนถึงปี 2569
"ตามสัญญาต้องมีการปรับ 0.1% ต่อวัน (ประมาณวันละ 850,000 บาท) ซึ่งหากปรับตามจริง 700 กว่าวันที่ล่าช้า ค่าปรับจะสูงเกือบเท่ามูลค่าโครงการ แต่ประกันสังคมกลับใช้เวลาตรวจรับงานนานถึง 300 กว่าวัน ทำให้ค่าปรับในช่วงนั้นหายไป และสุดท้ายมีการปรับจริงเพียงประมาณ 150 วันเท่านั้น"
นายอาร์มยังชี้ว่า ระบบไอทีใหม่ของสำนักงานประกันสังคมเกิดความล้มเหลวทางเทคนิคที่พื้นฐานที่สุด เพราะการไม่ทดสอบการใช้งานปริมาณมากหรือ Scale Test และไม่ได้ทดสอบระบบใหม่เมื่อนำไปต่อกับ API Gateway ตัวเดิม ซึ่งทำให้ระบบล่มตั้งแต่วันแรกที่เปิดใช้งาน
นายอาร์มเผยว่าทีมประกันสังคมก้าวหน้าไม่เปิดเผยแบรนด์ API Gateway เกรด Enterprise ราคาแพงที่เลือกใช้และไม่ได้ซื้อบริการหลังการขายไว้ จนทำให้เมื่อระบบล่มในวันเปิดใช้งาน เจ้าหน้าที่จึงต้องพยายามหาทางแก้ไขกันเองโดยที่ผู้จำหน่ายหรือ Vendor แบรนด์ API Gateway ดั้งเดิมไม่รับสายโทรศัพท์ ทั้งหมดนี้สวนทางกับธนาคารในไทยที่ทำธุรกรรม Real-time แต่ยังใช้ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส (Open Source) แบบ Community Edition ที่ฟรีและมีราคาตั้งค่าระบบที่ต่ำกว่ามากแต่ประสิทธิภาพดีกว่า
สำหรับการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อการย้ายข้อมูล (Migration) ผิดพลาด ทำให้ข้อมูลผู้ประกันตนไม่ตรง เช่น เลขบัตรประชาชนผิด หรือวันเกิดไม่ถูกต้อง นายอาร์มชี้ว่าเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ต่างจังหวัดที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบแก้ไขส่วนกลางได้ ต้องใช้วิธีพิมพ์ไฟล์ข้อมูล (Text File) ออกมาเป็นกระดาษปึกใหญ่ แล้วใช้ไม้บรรทัดทาบขีดเส้นเพื่อหาข้อมูลทีละบรรทัด เป็นการทำงานด้วยมือหรือ Manual เหมือนระบบธนาคารในยุค 80
"การแก้แบบ Manual นี้คือหากพบที่ผิด เจ้าหน้าที่ส่วนกลางต้องเข้าไปแก้ไขทีละเคส โดยอ้างอิงจากข้อมูลเก่าที่ส่งออกหรือ Export ไว้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 ซึ่งหากข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลงหลังจากนั้น ข้อมูลจะหายไปทันที"
ท่ามกลางประเด็นอื่น ๆ นายอาร์มยังตั้งข้อสังเกตถึงประสิทธิภาพการทำงานที่สวนทางกับงบประมาณจ้างงานที่สูงลิ่ว โดยได้เปิดเผยข้อมูลงบประมาณจ้างงานในโครงการอื่น เช่น ศูนย์คอมพิวเตอร์ 65 ล้านบาท ที่มีอัตราเงินเดือนสูงมาก ทั้งตำแหน่ง Network Security Manager เงินเดือน 150,000 บาท หรือ Help Desk Support ที่รับปรึกษาแก้ปัญหา 62,000 บาท รวมถึง Cyber Security Tier 1 เงินเดือน 60,000 บาท ซึ่งด้วยงบประมาณการจ้างงานระดับนี้ ระบบควรจะมีประสิทธิภาพมากกว่าที่เป็นอยู่
สำหรับนายอาร์มนั้นเป็นผู้ที่ได้รับฉายาว่า "รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลและเวทมนตร์" โดยนายอาร์มจบการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยเทนเนสซี, น็อกซ์วิลล์ สหรัฐอเมริกา เคยทำงานเป็นวิศวกรซอฟต์แวร์อาวุโสในหลายบริษัท มีประวัติดูแลด้านหน่วยประมวลผล GPU สำหรับปัญญาประดิษฐ์และการคำนวณขั้นสูง (AI และ High Performance Computing หรือ HPC) และเคยมีส่วนร่วมในการสร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Frontier
สรุปแล้ว นายอาร์มมองว่าปัญหาทั้งหมดเรื่องระบบไอที 850 ล้านบาทของสำนักงานประกันสังคม นั้นไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยี เพราะประเทศไทยมีทั้งระบบธนาคารและตลาดหลักทรัพย์ที่ซับซ้อนกว่านี้มาก แต่เป็นปัญหาเรื่องการบริหารจัดการ ที่มีการตัดสินใจและชุดความคิดที่สร้างความเสียหายให้กับเงินงบประมาณที่มาจากผู้ประกันตน
ซึ่งไม่มีประเทศไหนเขาทำกัน.


