xs
xsm
sm
md
lg

850 ล้านได้อะไร? ผ่าแอป SSO Plus สอบตกวิชาเปลี่ยนผ่านระบบไอทีภาครัฐ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ถือเป็นบทเรียนใหญ่ของการเปลี่ยนผ่านระบบไอทีขนาดใหญ่ในภาครัฐ สำหรับแอปพลิเคชัน SSO Plus ของสำนักงานประกันสังคม ที่งบประมาณสูง ผู้ใช้งานมหาศาล บนความคาดหวังท่วมท้น แต่การเตรียมความพร้อมเรื่องทดสอบการใช้งาน Load Testing และการโยกย้ายข้อมูล Data Migration อาจจะยังไม่เพียงพอ

*** ผ่าไทม์ไลน์ SSO Plus

ประเด็นร้อนแรงเรื่องแอปพลิเคชัน SSO Plus ของสำนักงานประกันสังคม หรือ สปส. นั้นถูกรายงานในสื่อหลักช่วงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 โดย SSO Plus เป็นระบบใหม่ที่ถูกคาดหวังว่าจะเปลี่ยนชีวิตการใช้งานบริการประกันสังคมของแรงงานไทยกว่า 20 ล้านคน ให้สะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ระบบ SSO Plus ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการใหญ่ นั่นคือโปรเจ็กต์ปรับเปลี่ยนระบบงานประกันสังคมจากเครื่องเมนเฟรมเป็น Web Application หรือ SSO Core ใช้งบประมาณราว 848-850 ล้านบาท เพื่อแทนที่ระบบเก่าอย่าง SAPIENS ที่ใช้งานมาตั้งแต่ปี 2534 หรือกว่า 30 ปี ซึ่งระบบเดิมเริ่มล้าสมัย เสี่ยงหยุดทำงาน และบำรุงรักษายากมาก

บริษัทที่ชนะการประมูลและพัฒนาระบบนี้คือ บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล รีเสริช คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ IRCP เริ่มพัฒนาตั้งแต่ปี 2564 เดิมกำหนดส่งมอบธันวาคม 2566 แต่มีรายงานว่าล่าช้าหลายเดือน จนตรวจรับอย่างเป็นทางการช่วงปลายปี 2568 พร้อมค่าปรับเบื้องต้นเกิน 100 ล้านบาท


จนในวันเปิดตัวแอปพลิเคชัน มีรายงานว่า วันที่ 1 ก.พ. 2569 เวลา 09.00 น. ระบบเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการผ่านแอป SSO Plus และเว็บ e-Self Service เวลานั้นปรากฏว่าผู้ใช้งานพุ่งทะลัก ในชั่วโมงแรกมีคนเข้าใช้งานเกิน 60,000 ราย เฉลี่ยเกิน 1,000 รายต่อนาที

ผลคือระบบล่ม บางรายพบหน้าค้าง ทำงานช้า และหลายคนเข้าใช้งานไม่ได้เลย บางคนเข้าได้แต่ข้อมูลไม่ขึ้นครบ โดยเฉพาะข้อมูลเงินสมทบ บางรายเห็นยอดเป็น 0 บาท ทั้งที่ส่งเงินสมทบมาตลอด

สำนักงานประกันสังคมจึงออกมาชี้แจงอย่างรวดเร็วว่า สาเหตุหลักมี 2 ส่วน ส่วนแรกคือ High Load หรือปัญหาผู้ใช้งานพร้อมกันเยอะเกินกว่าที่ระบบจะรองรับได้ในช่วงเปิดตัว และส่วนที่ 2 คือข้อมูลค้างท่อ ผลจากการปิดระบบช่วงปีใหม่ ทำให้ข้อมูลการจ่ายประโยชน์ทดแทน (โดยเฉพาะกรณีว่างงาน) ยังไม่เข้าใหม่ทั้งหมด

เสียงวิจารณ์ในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะในเพจเฟซบุ๊กของสำนักงานประกันสังคมนั้นถล่มทลาย มีทั้งตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของงบ 850 ล้าน ทำไมยังไม่พร้อม มีคนพูดถึง “เงินหลายล้านบาทต่อวัน” ที่ผู้ประกันตน โดยเฉพาะกลุ่มว่างงาน ไม่ได้รับเงินชดเชยตามกำหนด ซึ่งบางคนได้รับผลกระทบสูงสุดเดือนละประมาณ 9,000 บาท หรือวันละราว 300 บาท


ความผิดพลาดนี้ถูกมองว่าส่งผลถึงเศรษฐกิจวงกว้าง เนื่องจากหากมีผู้ว่างงานได้รับผลกระทบ 10,000 คน ย่อมเท่ากับเงินที่ควรหมุนในเศรษฐกิจชะงักราว 3 ล้านบาทต่อวัน และหากเป็น 50,000 คน ตัวเลขนี้จะเพิ่มเป็น 15 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งยังไม่รวมค่าเดินทาง ค่าเสียเวลา และความเครียดของผู้ประกันตนอีก

*** สปส. ทำอะไรเพื่อแก้ไขบ้าง?

สปส. ชี้แจงว่าได้ระดมเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางกว่า 100 คน ทำงานนอกเวลา เร่งคีย์ข้อมูลและอนุมัติสิทธิ ตั้งเป้าเคลียร์วันละประมาณ 35,000 ราย คาดว่าจะเคลียร์ข้อมูลค้างทั้งหมดภายใน 7-10 วัน หรือราววันที่ 7 ก.พ. 2569

สปส. ยังเตือนผู้ใช้ให้ใจเย็น เพราะข้อมูลจะทยอยโหลดขึ้นมาให้ครบ 100% ตามลำดับ ซึ่งล่าสุดจากการตลาดสอบวันที่ 2 ก.พ. พบว่าหลายคนใช้งานแอปพลิเคชันได้ดีไม่มีปัญหา

หากปัญหายังไม่คลี่คลายภายใน 1 สัปดาห์ สปส. ยังมีแผนสำรอง เช่น จัดซื้อฐานข้อมูล Oracle เพิ่ม หรือในกรณีสุดโต่งคือ Rollback กลับไปใช้ระบบเก่า SAPIENS ชั่วคราว ซึ่งมีข้อมูลว่าอาจต้องจ่ายค่าบำรุงรักษาระบบเก่าปีละหลายร้อยบาท


สรุปสถานการณ์ล่าสุด ณ วันที่ 2 ก.พ. 2569 คือแอป SSO Plus สามารถใช้งานได้ แต่อาจยังไม่สมบูรณ์ 100% ในบางราย ส่วนใหญ่สามารถตรวจสอบสิทธิ์ ตรวจเงินสมทบได้แล้ว แต่บางคนข้อมูลยังไม่ครบ โดยเฉพาะผู้ที่เคยทำงานหลายที่หรือช่วงลดเงินสมทบพิเศษ

สำหรับการยื่นเคลมหรือทำธุรกรรมอื่นๆ อาจยังทยอยเปิดให้ใช้ ถ้าต้องการใช้สิทธิ์ด่วน เช่น ทำฟัน สามารถไปที่หน่วยงานหรือคลินิกคู่สัญญาได้ตามปกติ เนื่องจากหลายที่เชื่อมข้อมูลแล้ว ไม่ต้องสำรองจ่าย ส่วนใครมีปัญหาสามารถโทรสายด่วน 1506 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สรุปแล้ว นี่คือบทเรียนใหญ่ของการเปลี่ยนผ่านระบบไอทีขนาดใหญ่ในภาครัฐจริงๆ.


กำลังโหลดความคิดเห็น