xs
xsm
sm
md
lg

เปิดตัว แอป “ หมอชนะ” ตัวช่วยระบุความเสี่ยงโควิด-19

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กระทรวงดีอีเอส ชวน ดาวน์โหลดแอป “หมอชนะ” เพื่อการระวังภัยโควิด-19 ลดความเสี่ยงบุคลากรทางการแพทย์ในภารกิจพิชิตไวรัสร้าย เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบและประเมินระดับความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 จากสถานที่ต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง อีกทั้งยังสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ในการวิเคราะห์ระดับความเสี่ยงในการติดเชื้อของประชาชนที่เข้ารับการรักษาพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และทำให้สังคมกลับมาสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ย้ำไม่มีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า ด้วยบุคลากรทางแพทย์ที่มีจำกัด ทำงานหนัก และมีความเสี่ยงในการรักษาหากไม่สามารถรู้ข้อมูลที่ถูกต้องและแม่นยำว่าผู้ป่วยอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ จึงเป็นปัญหาสำคัญของการรักษาอย่างทันท่วงที และบุคลากรอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อ


ดังนั้นกระทรวงดีอีเอส จึงทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสาธารณสุข, การศึกษา, รัฐ, วิสาหกิจ, ภาคเอกชน, สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ในการเปิดตัว แอปพลิเคชัน “หมอชนะ” แอปพลิเคชันเพื่อการระวังภัยโควิด-19 ลดความเสี่ยงบุคลากรทางการแพทย์ในภารกิจพิชิตไวรัสร้าย ซึ่งใช้เวลาในการพัฒนาประมาณ 2-3 สัปดาห์

แอปพลิเคชัน “หมอชนะ” คือระบบเก็บข้อมูลการเดินทางของประชาชน เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบและประเมินระดับความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 จากสถานที่ต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง อีกทั้งยังสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ในการวิเคราะห์ระดับความเสี่ยงในการติดเชื้อของประชาชนที่เข้ารับการรักษาพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ เสริมมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ให้มีประสิทธิภาพและวัดผลได้ โดยคนไทยทุกคนสามารถลดการระบาดได้อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยวิธีง่าย ๆ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “หมอชนะ” และเช็คอินด้วยแอปนี้เมื่อเข้าสู่อาคารสถานที่ต่าง ๆ ตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. 2563 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ แอปพลิเคชันดังกล่าวยังเป็นประโยชน์ต่อการคัดกรองของเจ้าหน้า เช่น ตำรวจ ในการคัดกรองการเดินทางของประชาชนข้ามจังหวัด ตลอดจนหากเศรษฐกิจของประเทศต้องเดินหน้า ประชาชนต้องเดินหน้าเปิดกิจการ ร้านค้า ก็ไม่ต้องระแวงกันเองว่าแต่ละคนมีภาวะเสี่ยงหรือไม่ ด้วยการโชว์แอปพลิเคชันดังกล่าว ซึ่งรูปแบบนี้ที่ อู่ฮั่น ประเทศจีน มีการให้ประชาชนกรอกข้อมูล เช้า กลางวัน เย็น ทุกวัน เพื่อทราบข้อมูลว่าแต่ละคนอยู่ในภาวะเสี่ยงหรือยัง ดังนั้นหากประชาชนคนไทยร่วมมือกันดาวน์โหลดก็จะทำให้เราฝ่าวิกฤติครั้งนี้ได้

“ยืนยันว่าแอปพลิเคชันนี้ ไม่ได้มีใครเป็นเจ้าของ มีการตั้งคณะกรรมการร่วมกันทุกภาคส่วน ไม่มีการเผยแพรข้อมูล ไม่เช่นนั้น จะผิด พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562“



ด้านนายอนุชิต อนุชิตานุกูล ตัวแทนทีมพัฒนาร่วมประชาชน เอกชนและภาครัฐ ผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน กล่าวถึงที่มาของการพัฒนาแอป “หมอชนะ” ว่า “ตลอดช่วงเวลา 2 – 3 เดือนที่ผ่านมา คนไทยทุกคนได้เห็นถึงความเสียสละของบุคลากรทางการแพทย์ที่เสี่ยงทำงานอยู่ด่านหน้า ต้องเหน็ดเหนื่อย ต้องทิ้งบ้านทิ้งครอบครัวมาทำงานเพื่อชาติอย่างโดดเดี่ยว พวกเราอาสาสมัครจากทั้งภาครัฐและเอกชน จึงช่วยระดมทักษะความรู้ด้านการเขียนโปรแกรม การวิเคราะห์ข้อมูล หรือทรัพยากรต่าง ๆ ที่แต่ละคนมี มาสร้างเป็นแอป “หมอชนะ” ที่เราเชื่อว่าจะทำให้ทัพหน้าทางการแพทย์ของเราสามารถสู้รบกับโรคนี้ได้ดีขึ้น

ปัญหาหนึ่งที่พบว่าเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน และคุกคามชีวิตบุคลากรทางการแพทย์อย่างมาก คือการปกปิดข้อมูลของประชาชนในกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งหลายครั้งทำให้แพทย์และพยาบาลต้องหยุดการทำงานทีละเป็นกลุ่มใหญ่เพื่อกักตัวเองหรือแม้กระทั่งล้มป่วย เมื่อพบในภายหลังว่าผู้มารับบริการติดเชื้อโควิด-19


แอป “หมอชนะ” จะแก้ปัญหานี้ โดยอาศัยเทคโนโลยี GPS และ Bluetooth ติดตามตำแหน่งของผู้ใช้แอปและแสดงให้เห็นว่าผู้ใช้แอปได้ผ่านพื้นที่ที่เป็นพื้นที่เสี่ยงมาหรือไม่ ทำให้เมื่อผู้มารับบริการทางการแพทย์แสดงข้อมูลในแอป บุคลากรทางการแพทย์ก็จะสามารถจัดลำดับความเร่งด่วนและวางมาตรการในการรักษาหรือส่งตรวจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

นอกจากนั้น สำหรับผู้ใช้แอปทั่วไปที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ก็สามารถตรวจดูแอปเพื่อประเมินได้ว่าพื้นที่ใดเป็นพื้นที่เสี่ยง แล้วปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางหรือบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม ซึ่งย่อมจะทำให้ทุกคนสามารถเว้นระยะห่างทางสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย

แอป “หมอชนะ” ได้รับการออกแบบให้ใช้งานง่าย และมุ่งประสิทธิผลในการคัดกรองความเสี่ยง โดยไม่ให้กระทบต่อสิทธิเสรีภาพและข้อมูลส่วนบุคคล ดังนั้น การลงทะเบียนใช้แอปจึงเป็นแบบไม่ระบุตัวตน (Anonymous) ยิ่งกว่านั้น คณะรวมอาสาสมัครยังได้ร่วมกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล จัดตั้งกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบกระบวนการจัดการข้อมูลให้เป็นไปตามพ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เมื่อผ่านวิกฤตการณ์โควิด-19 แล้ว ข้อมูลทั้งหมดจะถูกทำลายทิ้งทันที อีกทั้งการโค้ดแอปยังมีลักษณะเป็น ‘โอเพ่นซอร์ส (Open Source)’ เพื่อให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และง่ายต่อการส่งต่อไปยังระบบอื่น ๆ เพื่อขยายผลต่อไปอีกด้วย

ทั้งนี้ หัวใจการทำงานของแอปอยู่ที่การรายงานผลเป็นค่าสีต่าง ๆ ตามระดับความเสี่ยง แบ่งเป็น
· สีเขียว สำหรับบุคคลที่มีความเสี่ยงต่ำมาก ซึ่งเป็นคนที่ไม่มีอาการ ไม่มีประวัติไปต่างประเทศ หรือใกล้ชิดผู้มีความเสี่ยงในช่วง 14 วันที่ผ่านมา
· สีเหลือง สำหรับบุคคลที่มีความเสี่ยงน้อย ซึ่งอาจจะมีอาการไข้หวัด แต่ไม่มีประวัติไปต่างประเทศ หรือใกล้ชิดผู้มีความเสี่ยงในช่วง 14 วันที่ผ่านมา
· สีส้ม สำหรับบุคคลที่มีความเสี่ยง เพราะเป็นคนที่มีประวัติไปต่างประเทศ หรือใกล้ชิดผู้มีความเสี่ยงในช่วง 14 วันที่ผ่านมา แต่ไม่แสดงอาการ หรือมีอาการไม่เด่นชัด คนในกลุ่มนี้ต้องกักตัวอยู่กับบ้านจนครบ 14 วัน พร้อมทั้งเฝ้าระวัง ถ้ามีอาการควรรีบไปโรงพยาบาลทันที
· สีแดง สำหรับบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงมาก เพราะทั้งมีอาการ และมีประวัติไปต่างประเทศ หรือใกล้ชิดผู้มีความเสี่ยงในช่วง 14 วันที่ผ่านมา จะต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที

นอกจากนี้ ในอนาคต เมื่อมีฐานข้อมูลเพียงพอ ค่าสียังมีการเปลี่ยนแปลงอัพเดตแบบเรียลไทม์ตามข้อมูลการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ ทำให้ทุกครั้งที่มีการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่และระบบพบว่าผู้ใช้งานมีประวัติการเดินทางเข้าใกล้ผู้ติดเชื้อรายใหม่นั้นในช่วงที่ผ่านมา แอปจะเตือนผู้ใช้งานให้รับรู้ถึงความเสี่ยงที่เปลี่ยนไปด้วยค่าสีใหม่ ซึ่งจะนำไปสู่ความระมัดระวังและการปรับพฤติกรรมของผู้ใช้ได้อย่างดีขึ้น




Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...