MGR Online - ตำรวจทางหลวงทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ “Highway Scam Hunter EP.4” รวบ “อาเว่ย” บอสใหญ่จีนเทาคุมลูกน้องฝั่งไทยถอนเงินสด-กว้านซื้อทอง-แปลง USDT ส่งกลับปอยเปต ยอดเสียหาย 4,000 ล้าน
วันนี้ ( 16 ก.ย.) ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. พ.ต.อ.แมน แม่นแย้ม รอง ผบก.ทล. พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล. และ พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.ร่วมแถลงผลการปฏิบัติการ “Highway Scam Hunter EP.4” ขยายผลกวาดล้างเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ ซึ่งสร้างความเสียหายแก่ประชาชนรวมกว่า 4,000 ล้านบาท
พล.ต.ต.พรศักดิ์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากกรณีเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือข้าราชการบำนาญรายหนึ่ง ซึ่งถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกจนสูญเงินกว่า 1.4 ล้านบาท ทางศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. สั่งการให้สืบสวนสอบสวนก่อนนำไปสู่การแกะรอยเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่การทลายเครือข่ายบัญชีม้า “นางสาวตูน” ซึ่งใช้รถตู้ตระเวนถอนเงินสดใน EP1 ต่อด้วยการทลายเครือข่ายฟอกเงินผ่านแอปพลิเคชันเทรดหุ้นและโรงเรียนสอนภาษาใน EP2 และการจับกุม “นายเฟรม” ผู้ควบคุมบัญชีม้าฝั่งไทยใน EP3 จนพบความเชื่อมโยงไปถึง “อาเทา” ชาวจีน ซึ่งถูกระบุว่าอยู่เบื้องหลังการฟอกเงินข้ามชาติ
พ.ต.อ.ภคพล กล่าวว่า จากการขยายผล เจ้าหน้าที่สามารถรวบรวมพยานหลักฐานจนออกหมายจับ “อาเทา” และ “เหล่าฉาง” ผู้ต้องหาชาวจีน รวมถึง ร.ต.อ.นพ โสเปรียะ (Nov Sopheak) เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชา จากการสืบสวนยังพบว่าเครือข่ายดังกล่าวมีการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน โดยส่วนหนึ่งทำหน้าที่เป็นคอลเซ็นเตอร์ หลอกให้เหยื่อโอนเงิน ขณะที่อีกส่วนทำหน้าที่จัดหาบัญชีม้าและฟอกเงิน โดยพบรูปแบบการเคลื่อนย้ายเงินอย่างน้อย 3 วิธี ได้แก่ การถอนเงินสด การนำเงินไปซื้อทองคำ และการโอนเงินเข้าบัญชีม้าของกลุ่มอาเทาในเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา ก่อนแปลงเงินเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลประเภท USDT และส่งกลับไปยังเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์
พ.ต.อ.ภคพล กล่าวต่อว่า สำหรับปฏิบัติการ EP4 เจ้าหน้าที่ได้แกะรอยเส้นทางการเงินจนพบว่า เงินของผู้เสียหายถูกโอนผ่านบัญชีม้าหลายทอด ก่อนเชื่อมโยงไปยัง “อาเว่ย” หรือ นายเว่ย หวง ผู้ต้องหาชาวจีน ซึ่งมีหน้าที่นำเหรียญ USDT มาขายให้กับกลุ่มอาเทา เพื่อเปลี่ยนเงินที่ได้จากการหลอกลวงเหยื่อให้กลายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล
จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบความเชื่อมโยงกับคดีหลอกลวงออนไลน์ไม่น้อยกว่า 16 คดี มีมูลค่าการหมุนเวียนรวมกว่า 7.2 ล้าน USDT คิดเป็นเงินไทยกว่า 238 ล้านบาท
พ.ต.อ.ภคพล กล่าวอีกว่า ต่อมาเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่เข้าจับกุม นายเว่ย หวง ได้ที่บ้านพักใน จ.เชียงใหม่ พร้อมตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย เงินในบัญชีธนาคารจำนวน 1,047,999 บาท เงินสด 181,000 บาท รถกระบะ Ford Ranger Raptor และนาฬิกา Audemars Piguet รุ่น Royal Oak ก่อนส่งให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ดำเนินการขยายผลเกี่ยวกับทรัพย์สินต่อไป
เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหานายเว่ย ในความผิดฐาน “ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน” และขยายผลเส้นทางการเงินและความเชื่อมโยงของเครือข่ายเพิ่มเติม เพื่อดำเนินคดีกับผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงติดตามทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


