xs
xsm
sm
md
lg

ผบช.ก.เผยยึดทรัพย์ "สมีโชติ" ทะลุ 300 ล้าน ลุยต่อเฟส 2-3 ยันยังไม่ถึงคิวเซียนพระ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - ผบช.ก.เผยยึดทรัพย์ “สมีโชติ”ยอดรวมกว่า 300 ล้าน ส่ง ปปง.สอบเส้นทางเงิน-จ่อขยายผลเฟส 2-3 ยันยังไม่มีหมายเรียกเซียนพระหรือบุคคลอื่นเพิ่มเติม

วันนี้ (15 ก.ย.) ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.กล่าวถึงความคืบหน้าคดี นายอติโชติ ทันประเสริฐ หรือ “สมีโชติ” อดีตพระวชิรญาณ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง และนางสาวปุณยวีร์ รุ่งเรือง หรือ “สีกาเอ๋” ว่า จากพฤติการณ์และพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบ มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการนำเงินเข้ามาในมูลนิธิฯ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน และพบลักษณะบางประการที่มีความคล้ายคลึงกับการดำเนินงานของวัดพระบาทน้ำพุ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามพยานหลักฐานอย่างตรงไปตรงมา ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาฟอกเงินไปแล้ว และส่งข้อมูลทั้งหมดให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด เนื่องจาก ปปง. มีอำนาจในการตรวจสอบธุรกรรมและเส้นทางการเงินครอบคลุมมากกว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อนำมาประกอบการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าต่อว่า ตำรวจเตรียมขยายผลการดำเนินคดีในระยะที่ 2 และระยะที่ 3 ต่อไป ส่วนทรัพย์สินที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดเพิ่มเติม พบเงินในบัญชีอีกเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ยอดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับคดีขณะนี้มีมูลค่ารวมสูงกว่า 300 ล้านบาท

ส่วนกระแสข่าวว่าเจ้าหน้าที่เตรียมเรียกสอบปากคำกลุ่มเซียนพระหรือบุคคลอื่นที่อาจเกี่ยวข้องกับคดีนั้น ผบช.ก.กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายเรียกหรือหมายจับบุคคลเพิ่มเติม แต่มีบุคคลทยอยเข้ามาให้ข้อมูลและเบาะแสกับเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งพนักงานสอบสวนพร้อมรับข้อมูลทั้งหมดไว้พิจารณาตามพยานหลักฐาน

ผบช.ก.ยังกล่าวถึงกรณีที่ปรากฏชื่อ “วัดจุฬามณี” จ.สมุทรสงคราม ในสื่อสังคมออนไลน์ จนทำให้เกิดความหวั่นไหวต่อศรัทธาของประชาชนว่า บช.ก. ยึดหลักการตรวจสอบตามข้อร้องเรียน หากพบพยานหลักฐานชัดเจนเช่นเดียวกับกรณีวัดพุทไธศวรรย์ ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที แต่หากเรื่องยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและยังไม่พบหลักฐานการกระทำผิดกฎหมาย ตำรวจจะไม่เร่งรีบเปิดเผยข้อมูลที่อาจส่งผลกระทบต่อความศรัทธาของประชาชน

นอกจากนี้ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ยังขอให้สังคมแยกแยะระหว่างพระพุทธศาสนา วัด และพฤติกรรมของบุคคล โดยตำรวจจะมุ่งดำเนินคดีอาญาเฉพาะกรณีที่พบการกระทำผิด โดยเฉพาะการเบียดบังทรัพย์สินของวัด ส่วนวัดอื่นๆ ที่มีกระแสข่าวในขณะนี้ เบื้องต้นยังไม่มีข้อมูลความผิดปกติส่งเข้ามาให้ตำรวจตรวจสอบ

นอกจากนี้ กรณี “วัดป่าภูผาสูง” อ.เนินสูง จ.นครราชสีมา พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องร้องเรียนมาตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา และได้รวบรวมพยานหลักฐานก่อนส่งต่อให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาแล้ว ดังนั้น รายละเอียดในสำนวนจึงอยู่ในความรับผิดชอบของ ป.ป.ช.

ส่วนกระแสข่าวว่ามีการประชุมเพื่อเปิดคดีเกี่ยวกับวัดแห่งใหม่ในวันนี้ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง และขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือก่อนส่งต่อ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดหรือกระทบต่อความศรัทธาโดยไม่จำเป็น