xs
xsm
sm
md
lg

คดี “ส.ว.อุปกิต” ตำรวจ-อัยการ อาจแพ้คาศาล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


นายอุปกิต ปาจรียางกูร (แฟ้มภาพ)
คดีพลิกแพ้หมดรูป-ผิดพลาดเสียฟอร์มอย่างมาก สำหรับพนักงานอัยการ และทีมตำรวจ ชุดพนักงานสืบสวนสอบสวน ที่ทำคดี “ตุน มิน ลัต กับ ลูกเขย ส.ว.อุปกิต ปาจรียางกูร” หลังศาลอาญายกฟ้องคดีเมื่อ 30 มกราคม ที่ผ่านมา


เป็นคดีดังที่ อัยการคดียาเสพติด ยื่นฟ้องจำเลยข้อหาฉกรรจ์ เช่น ความผิดฐานร่วมกันสนับสนุนการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เป็นองค์กรอาชญากรรม

ซึ่งศาลเห็นว่า จำเลยในคดีทั้ง 4 คน และหนึ่งบริษัท ในฐานะนิติบุคคล คือ นายตุน มิน ลัต นักธุรกิจชาวเมียนมา, นายดีน ยัง จุลธุระ ลูกเขย ส.ว.อุปกิต, น.ส.น้ำหอม, น.ส.ปิยะดา และ บริษัท อัลลัวร์ กรุ๊ป จำกัด ไม่มีความผิดตามคำฟ้อง จึงยกฟ้อง

การยกฟ้องดังกล่าว ทำให้ ตำรวจและอัยการที่เกี่ยวกับคดี ต้องสะดุ้งนั่งนอนหนาวๆ ร้อนๆ เพราะเสี่ยงจะโดนจำเลย โดยเฉพาะ ตุน มินลัต และลูกเขย ส.ว.อุปกิต ฟ้องกลับ หลังถูกจับกุมดำเนินคดี ไม่มีการให้ประกันตัว ต้องสูญเสียอิสรภาพหนึ่งปีสี่เดือนเศษ แต่คาดว่า การฟ้องกลับดังกล่าว คงรอหลังคดีถึงที่สุดก่อน

ขณะที่ คดีของ นายอุปกิต ที่ตอนนี้ตกเป็นจำเลยที่ศาลอาญา ในคดีลักษณะใกล้เคียงกัน โดยรูปคดี เชื่อมโยงมาจากคดี ตุน มินลัต ก็เริ่มถูกมองว่า มีโอกาสสูงที่ นายอุปกิต น่าจะชนะคดี

เพราะในเมื่อคดีหลัก คือ คดี ตุน มินลัต ศาลอาญา ยังยกฟ้องไปแล้ว กรณีของ นายอุปกิต ซึ่งได้ขายหุ้นของบริษัท อัลลัวร์ กรุ๊ป ไปหลายปี และไม่ได้มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่คนทำคดีมีความพยายามเชื่อมโยงไปให้ถึง เพื่อดำเนินคดีกับอุปกิตให้ได้ ก็ยิ่งมีโอกาสจะชนะคดีมากขึ้น

ยิ่งหากดูจากคำตัดสินของศาลอาญาที่ยกฟ้องคดี ตุน มินลัต ก็จะยิ่งเห็นชัดว่า พฤติการณ์การทำสำนวนคดีดังกล่าว ใช้วิธีการทำคดีแบบอุปโลกน์พยานหลักฐาน-พยานบุคคลขึ้นมาเอง เพื่อหวังเอาผิด จำเลยทั้งห้า ในคดี ตุน มินลัต ให้ได้

รวมถึงเพื่อหวังต่อจิ๊กซอว์ไปถึง อุปกิต จนปั้นพยานขึ้นมา เพื่อหวังให้เบิกความปรักปรำจำเลย เช่น เอาตัวจำเลยในกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดมาเป็นพยานในคดี แต่สุดท้ายก็หน้าแหก เพราะพยานโจทก์กลุ่มนี้ต่างให้การว่า ไม่เคยรู้จักกับจำเลยทั้ง 5 มาก่อน

ทำให้แทนที่ พยานเหล่านี้ที่วางแผนมาจะให้เป็นพยานปากเอกมัดกลุ่มตุน มินลัต แต่กลับมาเบิกความทำลายน้ำหนักฝ่ายอัยการเสียเอง

เมื่อผลคำตัดสินออกมาแบบนี้ ในทางรูปคดี จึงทำให้การสู้คดีของ ส.ว.อุปกิต ทวีความน่าสนใจมากขึ้น เพราะทีมทนายอุปกิต คงนำผลคำตัดสินดังกล่าว มาต่อยอด เป็นประเด็นในการสู้คดีในชั้นศาลต่อไป

คดีของ ส.ว.อุปกิต จะมีการนัดตรวจพยานหลักฐานทั้งฝ่ายอัยการและฝ่ายนายอุปกิต ในวันที่ 4 มี.ค.นี้ โดย นายอุปกิต ได้ขอเลื่อนจากเดิมที่ศาลเคยนัด 13 พ.ค. ก็เพราะต้องการให้คดีจบเร็ว

หลัง เจ้าตัวบอกเองว่า ชีวิตที่ผ่านมาหนึ่งปีกว่า หลังตกเป็นข่าวเรื่องนี้ เหมือนตกนรกทั้งเป็น จึงต้องการให้เรื่องนี้จบโดยเร็ว เพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเอง

ข่าวว่า ตัวอุปกิตและทีมทนายความ มั่นใจมากในพยานหลักฐานต่างๆ ที่จะชนกับอัยการ ในห้องพิจารณาคดี เพราะที่ผ่านมา มีความพยายามจัดฉากกลั่นแกล้งสารพัด เช่น มีข่าวว่าชุดทำคดี ตุน มินลัต และคดี นายอุปกิต ไปหว่านล้อม จำเลยคดีตุน มินลัต ในช่วงถูกคุมขังที่เรือนจำ ด้วยที่เห็นว่าจำเลยคนดังกล่าวเป็น กรรมการบริษัทอัลลัวร์ กรุ๊ปแล้ว และเคยเป็นเลขานุการส่วนตัวของนายอุปกิตอีกด้วย

การสร้างพยานใส่ร้าย ส.ว.อุปกิต มีการยื่นเงื่อนไขว่า ขอให้จำเลยให้การในทางที่เป็นโทษกับนายอุปกิต เช่น บอกว่า นายอุปกิต เกี่ยวข้องเชื่อมโยงอย่างไรกับการทำผิดกฎหมายของตุน มินลัต และขอให้พูดว่า นายอุปกิต เป็นคนดูแลควบคุมเรื่องระบบคอมพิวเตอร์เกี่ยวกับธุรกิจของอัลลัวร์ โดยเฉพาะธุรกิจเว็บการพนันที่ทำอยู่ฝั่งเมียนมา ถ้าทำตามเงื่อนไขนี้ ก็จะไม่ดำเนินคดี และจะกันตัวเป็นพยาน

แต่จำเลย ปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือ และบอกกับทีมที่ไปพูดคุยถึงในคุก ว่า ไม่สามารถทำได้ เพราะตัว นายอุปกิต ไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับธุรกิจของ บริษัท อัลลัวร์ กรุ๊ป มานานแล้วนับแต่ขายหุ้นออกไป อีกทั้ง นายอุปกิต ไม่มีความรู้ และทักษะเรื่องเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เว็บพนันอะไรทั้งสิ้น

สิ่งนี้ แสดงให้เห็นถึงความผิดปกติในการทำคดี ของทีมชุดสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าว และข่าวว่า ข้อมูลนี้ จะถูกนำไปใช้ในการสู้คดีของ ส.ว.อุปกิต ในชั้นศาลด้วย


กำลังโหลดความคิดเห็น