xs
xsm
sm
md
lg

กลุ่มผู้เสียหายกว่า 20 ราย ถูกแฮกเงินในบัญชีสูญเงินกว่า 1 ล้านบาท รวมตัวแจ้งความ ตร.สอท.ช่วย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม




ทีมงานสายไหมต้องรอด พากลุ่มผู้เสียหาย 20 ราย ถูกแฮกเกอร์ดูดเงินในบัญชีธนาคารผ่านแอป สูญร่วมกว่า 1 ล้านบาท ไปร้องทุกข์กับ ผบช.สอท.


วันที่ 17 ม.ค. 66 เวลา 13.30 น. ที่ตึก 30 ชั้น บช.สอท. เมืองทองธานี นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ และทีมงานสายไหมต้องรอด พากลุ่มผู้เสียหาย 20 คน ที่ถูกแฮกเกอร์ดูดเงินในบัญชีธนาคารผ่านแอปฯ ไปร้องทุกข์กับ ผบช.สอท. จากกรณี ถูกดูดเงินเกลี้ยงบัญชี วันนี้ (15 ม.ค.66) นายบุรินทร์ บัวผัน และนายกิตติกร จันทร์แก้ว ร้องขอความช่วยเหลือผ่านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด โดยระบุว่าถูกกลุ่มมิจฉาชีพแฮ็กข้อมูลโทรศัพท์ โอนเงินออกไปจากบัญชีธนาคารมีผู้เสียหายมากกว่า 20 คน ความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท

นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กล่าวว่า สำหรับวันนี้เนื่องจากมีผู้เสียเป็นจำนวนมาก การรวบรวมทางเพจสายไหมต้องรอดมีผู้เสียหายนับ100รายแล้ว ก็คืออยู่ๆเงินที่อยู่ในแอปธนาคารซึ่งอยู่ในโทรศัพท์มือถือของเขาถูกโอนย้ายไปบัญชีนึ่งเป็นบัญชีของมิจฉาชีพโดยที่ไม่ทราบสาเหตุ หลายท่านก็ตั้งคำถามว่าไปกดลิ้งค์อะไรไหม ลิ้งค์อะไรรึป่าว ณ ขณะนี้ที่อยู่ด้านหลังยังยืนยันว่าไม่มีใครได้กดลิ้งค์อะไรเลยไม่มีโหลดแอปไม่ทีกดลิ้งค์ไม่มีการทำการใดๆกับโทรศัพท์ แต่ถูกโอนเงินไปแล้วล่าสุดมีพี่คนนึ่งโดนแม้กระทั่งว่าปกติในแอปธนาคารถูกกำหนดว่าวันนึ่งโอนได้แค่2 หมื่น ปรากฎว่ามิจฉาชีพแฮกเข้าไปเปลี่ยนการโอนวงเงินเขาอีก แล้วพอส่ง OTP เข้ามาพี่เขาก็ไม่ได้เปิดดูข้อความพอเปลี่ยนเสร็จปุบก็ส่ง OTP มาก็เอารหัส OTP ไปเปลี่ยนวงเงินเขาจนโอนเงินเขาไปจนหมดบัญชีเลย แล้วล่าสุดก็เจอในระบบ ios Iphon แล้วไม่ใช่แค่แอนดรอยด์ อย่างเดียว

นาย พิทักษ์ ปั้นรูป พนักงานบริษัท(ผู้เสียหาย) กล่าวว่า เหตุการณ์เกิดเมื่อวันที่ 4 ม.ค.66 เวลา 21.00น. ตนไม่ได้เข้าไปทำรายการอะไรในแอปธนาคาร 21.05 น. มีข้อความsms otp เข้ามาว่ามีการปรับเปลี่ยนวงเงินตอนนั้นตนไม่ได้เปิด จนตนมาทราบเรื่องอีกทีคือวันที่ 9 ม.ค.66 ซึ่งมันมีการธนาคารหักผ่านบัญชีเป็นค่าประกันชีวิต ตนก็เลยเข้าไปดู พอเข้าไปดูในแบงค์หนึ่งมันมีการเชื่อมบัญชีออหไปต่างธนาคารช่วงเวลา 3 ทุ่ม ตนก็เลยเข้าไปเช็คอีกบัญชีหนึ่งช่วงระยะเวลาหากันเพียง 5 นาทีเงินหายออกจากบัญชีทั้งหมด

ก็เลยมาไล่ย้อนหลังว่าเราไม่ได้เข้าไปทำธุระกรรมเงินหายไป 2 รอบ ในระยะเวลาห่างกัน 4 นาที หักค่าประกันชีวิตทางธนาคารหักวันที่3 แต่มีใบเสร็จถูกต้องอันนี้ไม่เกี่ยว แล้วตนเข้าไปดูวันที่ 4 แบงค์แรกเวลา 3ทุ่มตรงก็เงินหายออกไป แล้วอีก แบงค์นึ่ง 3-5 นาที เงินหายหมดเลย ซึ่งแบงค์แรก โดนไป 6239 บาท และอีกแบงค์ โอนไป 239000 บาท

พล.ต.ต.กานตพงศ์ ชัยรุ่งเรือง ผบก.ตอท กล่าวว่า ก่อนอื่นจำเป็นที่จะต้องสอบปากคำผู้เสียหายก่อนเคสแบบนี้เราไม่เคยเจอมาก่อน ทางไซเบอร์ของเราสามารถที่จะตรวจสอบโทรศัพท์ได้ ตามที่ผู้เสียหายได้แจ้งมา และตรวจในเรื่องที่เกี่ยวข้อง ก็ขอแนะนำว่าบัญชีเงินฝากของเราไม่ควรไปผูกกับ e-banking ไว้ เราควรที่จะแบ่งเงินออกมาว่าก้อนไหนที่เราจะต้องใช้ประจำ ส่วนเงินที่เราไม่ได้ใช้เราก็ต้องแจ้งทาง ธนาคารไปว่าจะไม่ผูกทาง อินเตอร์เน็ตแบงค์กิ้งทุกกรณีเงินมันก็จะออกไปไม่ได้ เบื้องต้นก็จะประสานงานกับธนาคารแต่ว่ายังไงก็แล้วแต่ก็จะตรวจสอบว่าเกิดจากอะไร พฤติกรรมของคนร้ายก็จะมีการพัฒนาของเขาไปเรื่อยๆ และเราก็ต้องตามเขาให้ทันทำการจับกุมเบื่องต้นเรามั่นใจว่าเราทำได้

นางสาว ณภัทรศนัน รังสีมาหริวงศ์ (ผู้เสียหาย) กล่าวว่า เขาส่งทางช่องทาง SMS คือทั้ง 3 บัญชีไม่เคยมีเงินออกไปเยอะๆ ไม่เคยโอนออกไปเยอะ ส่วนใหญ่โอนหลักพันแค่ในบัญชีกันเอง พอโทรไปแจ้งธนาคารทางธนาคารก็บอกว่าคุณเป็นคนโอนออกเอง ตนก็บอกว่าจะโอนออกเองได้ยังไงเพราะไม่มีความสำคัญที่จะทำธุระกรรมอะไร ยอดที่โดนไปทั้งหมด 4 แสนกว่าบาท






กำลังโหลดความคิดเห็น