xs
xsm
sm
md
lg

อดีตพยาบาลสาว 2 ราย เข้าพบปวีณา ให้ข้อมูลระหว่างถูก “ฮารุ” กักขัง 3 ปี ถูกทุบตีทรมาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



อดีตพยาบาลสาว 2 ราย เข้าพบ “ปวีณา” ให้ข้อมูลระหว่างถูก “ฮารุ” กักขัง 3 ปี บังคับหาเงินและทารุณกรรม น้ำร้อนลวกทั้งตัว เตารีดนาบขา ตบตี ใช้ไม้ตี กล้อนผม อดีตพยาบาลทั้ง 3 และให้แม่กล้อนผมลูก ตีลูกตัวเอง ขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยติดตามคดี และพาไปตรวจร่างกายสภาพจิตใจ และอยากขอกลับเข้าทำงานพยาบาล รวมทั้งดูแลความปลอดภัย “ปวีณา” พาเหยื่อและญาติไปพบ “บิ๊กโจ๊ก” ขอช่วยติดตามคดีให้ถึงที่สุด

วันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม 2565 เวลา 10.00 น. ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี นางสาวโบว์ อายุ 48 ปี และ นางสาวป๊อบ อายุ 34 ปี อดีตพยาบาล (ทั้งสองนามสมมติ) เข้าให้ข้อมูลต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กรณีตกเป็นเหยื่อ “ฮารุ-ตรีเพชรรัตน” 2 ผู้ต้องหา ลวงใช้หนี้ทิพย์ 140 ล้านบาท จากการอุปโลกน์ขายคอลลาเจน กักขังทำร้ายร่างกาย ทั้งโกนผมและนํ้าร้อนลวก อย่างทารุณนานกว่า 3 ปี เหตุเกิดในคอนโดหรูใจกลางกรุงเทพฯ

โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 65 แม่กับอดีตสามีได้ร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ ขณะเดียวกัน ก็ได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนนครบาล ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าจับกุม 2 ผู้ต้องหา และให้การช่วยเหลืออดีตพยาบาล 3 ราย กับลูก 2 คน อายุ 10 ปี กับ 7 ปี ซึ่ง 1 ในพยาบาล กับลูก 2 คน ได้รับบาดเจ็บต้องส่งตัวเข้ารักษาที่ รพ.ตำรวจ

*รายที่ 1 นางสาวโบว์ อายุ 48 ปี อดีตพยาบาล เล่าอย่างละเอียดว่า* เริ่มจากการแนะนำของเกดและจี ให้ได้รู้จักกับนายฮารุ ในชื่อหมอเคท (เพศหญิง เป็นลูกครึ่ง ญี่ปุ่น-เกาหลี) ซึ่งเป็นหมอทูต ประจำสถานทูตอเมริกา และทำงานดูแลชาวอเมริกันที่เจ็บป่วยและรักษาตัวที่ รพ.จุฬาฯ ในวันที่ 30 มิ.ย. 64 เข้ามาพบเพื่อพูดคุยชักชวนให้เข้ามาช่วยเป็นตัวแทนกระจายสินค้า ได้แก่ คอลลาเจนและเซรั่ม และต่อมาชักชวนให้เป็นหุ้นส่วนร่วมลงทุนโดยต้องนำเงินมาลงทุนและไม่ให้ถามเกดกับจีว่าลงทุนคนละเท่าไหร่ เพราะว่าเข้ามาทีหลังเป็นการมารับผลประโยชน์หลังจากติดต่อประสานงานเสร็จสิ้นแล้ว

โดยมีการระดมทุนจาก

- กรุงไทยธนวัฏ 4 แสนบาท
- สหกรณ์ออมทรัพย์วชิรพยาบาล 5 แสนบาท
- วงเงินสินเชื่อทีทีบี 1 แสนบาท
- วงเงินสด Speedy cash จำยอดไม่ได้
- วงเงินบัตรเครดิตกรุงศรีโฮมโปร จำยอดไม่ได้
- เวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิต 5-6 ฉบับ รวมประมาณ 2 แสนบาท
- ขายกองทุนรวม 3 กองทุน 5 หมื่นบาท

หลังจากนั้น มีการไปแนะนำตัวกับครอบครัว และเสนอตัวช่วยเหลือลูกน้องชายกับภรรยาชาวลาวให้กลับมาประเทศไทย หลังจากข้ามไปประเทศลาวแล้วกลับมาไม่ได้ เพราะปิดประเทศเนื่องจากโควิด-19 โดยเรียกค่าใช้จ่ายโดย
- นำบัตร ATM ของแม่มากดเงินสด รวม 3.5 แสนบาท
- รีไฟแนนซ์รถยนต์กระบะ อีซูซุ ดีแมคซ์ 1 แสนบาท ภายหลังแจ้งว่าต้องจ่ายเงินเพิ่ม จึงขอให้ขายฝากบ้านและที่ดิน ภายหลังได้ขายขาดรวมมูลค่าทรัพย์สินทั้ง 2 คือ 1 ล้านบาท แต่สุดท้ายอ้างว่าแม่เด็กให้เอกสารไม่ครบ ทำให้ไม่สามารถนำเด็กกลับมาได้ และต้องจ่ายค่าดำเนินการยกเลิกและการให้ข้อมูลเท็จทำให้ต้องซื้อของไปขอโทษผู้ใหญ่และได้นำเงินส่วนตัวจ่ายให้ไปก่อนแล้ว

โดย นายฮารุ ได้ชักชวนให้ย้ายมาอยู่ที่คอนโดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2564 เนื่องจากสะดวกต่อการคุยและประชุมงาน
- ต่อมาได้นำรถเก๋ง Mazda 2 ทะเบียน 4 กต 6154 กท (ซึ่งได้รีไฟแนนซ์ไปแล้ว 2 แสนบาท) นำไปจำนำ ต่ออีก 1 แสนบาท
- ในวันลอยกระทงปี 2564 ได้มีการทาบทามนายพีช (นายตรีเพชรรัตน) ซึ่งได้พบกันที่ถนนข้าวสาร เพื่อให้มาเป็นศิลปินในสังกัด
- ประมาณเดือนพฤศจิกายน 2564 นายฮารุ เริ่มพูดถึงการเสียค่าปรับจากการผิดสัญญากับลูกค้าที่จ้างรีวิวสินค้า และความผิดพลาดจากการไลฟ์สดในเพจ “เพริศพริ้งสลิดวล็อก” เริ่มมีการใช้ความรุนแรงโดยการตบหน้า ฉุดกระชากและให้หาทางหาเงินมาคืนโดยการขายบ้าน ที่ดิน ที่ราชบุรี และคอนโดที่เชียงใหม่ (ได้ทำการขายฝากไปตั้งแต่เดือนกันยายน-ตุลาคม 2564) แต่เนื่องจากปิดการขายไม่ได้จึงต้องขอยืมเงินมาเพื่อจ่ายค่าปรับ
- สรุปรายการขอยืมเงินญาติ พี่น้อง เพื่อน รวมโดยประมาณจนถึงปัจจุบัน 1.5-2 ล้านบาท
- สรุปการขายและขายฝากบ้าน ที่ดิน คอนโด ได้เงินมาทั้งสิ้น
- บ้านพร้อมที่ดิน 3 ไร่ 93 ตร.ว. ราคา 2.8 ล้านบาท (มูลค่าจริง 4 ล้านบาท)
- ที่นา 3 ไร่ 67 ตร.ว. ราคา 9 แสนบาท
- ขายฝากคอนโด 2.4 ล้านบาท

จากการที่ นายฮารุ แจ้งว่า การรับราชการทำให้พลาดโอกาสรับงานรีวิวสินค้าและการไปร่วมงานมิสยูนิเวิร์ส ทำให้พวกเรา 3 คน ตัดสินใจลาออกจากราชการในเดือนมกราคม 2565 โดยปุ๋มและจีทำงานครบ 25 ปี มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จบำนาญ นายฮารุ แจ้งให้รับเป็นเงินบำเหน็จเพื่อมาจ่ายหนี้สินใช้หมุนเวียนในการทำงานและเป็นการคืนเงินค่าปรับ โดยจีได้รับเงินจำนวน 1 ล้านบาทเศษ ตนได้รับเงิน 9 แสนบาทเศษ ทั้งหมดนายฮารุได้พาไปเบิกและรับไปทั้งหมดในเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2565

ผลิตภัณฑ์คอลลาเจนได้เริ่มมีการจำหน่ายตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565 และบังคับให้ทำยอดขายให้ได้ตามเป้าที่ตั้งให้ หากขายไม่ได้ต้องขอยืมเงินมาให้ได้ตามยอดขายที่ตั้งไว้ ตนทำความผิดโดยการขายคอลลาเจนไม่ตรงตามโปรโมชัน นายฮารุ อ้างว่า ทำให้มีลูกค้าจะไปฟ้อง สคบ.ทำให้บริษัทต้องเจรจาเพื่อไม่ให้แจ้ง สคบ.และสูญเสียเงินให้ลูกค้าจำนวนมากกว่า 10 คน รวมเป็นเงินมากกว่า 1 ล้านบาท

- การทำร้ายร่างกายโดยการทุบตี ตบหน้า และใช้วาจาด่าทอทวีความรุนแรงและบ่อยขึ้น ตั้งแต่เดือนเมษายน 2565
- ในเดือนมิถุนายน นายฮารุ กล่าวโทษว่า ตนไม่พยายามขายทรัพย์สินเพื่อมาจ่ายหนี้สินที่ทำให้นายฮารุต้องสูญเสียเงินในการลงทุนให้และการจ่ายค่าปรับ มีการทำร้ายร่างกายและตัดผมจนติดหนังศีรษะทั้ง 3 คน และห้ามไม่ให้ตนออกจากห้อง พูดจาให้เกดและจีโกรธเคืองและโทษว่าเป็นความผิดของตนคนเดียวที่ทำให้คอลลาเจนไม่สามารถขายได้อย่างที่ตั้งเป้าหมายไว้ มีการสั่งให้ทำร้ายร่างกายกันระหว่างตน เกด จี และพีช โดยตนโดนทำร้ายหนักที่สุด และมีการปรับเพจเฟซบุ๊กใหม่เป็น “สาวงามศรีสยาม” โดยมีเกดและจีเพียง 2 คน ที่ออกไปทำงานร่วมงานประกวดมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2565 โดยมีนายฮารุและนายพีชเป็นคนช่วยสนับสนุน

- เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2565 ตนถูกบังคับให้ยืมเงินและขายทรัพย์สินเพื่อเอาเงินมาจ่ายหนี้สินที่ทำให้ธุรกิจล้มเหลว มีเหตุการณ์ที่ญาติเป็นห่วงและเสนอตัวช่วยเพราะอยากให้กลับบ้าน และมีเพื่อนเป็นตำรวจ นายฮารุยึดเอาโทรศัพท์ไปอ่าน พอทราบเรื่องก็โมโหมากมีการทำร้ายร่างกายตน และพาเดินไปสถานีตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวัน รวมทั้งขู่ว่าได้ทำการแจ้งความเรื่องที่ตนหลอกลวงให้ลงทุนและสูญเสียทรัพย์สิน และกำหนดว่า ต้องหาเงินให้ได้ภายในวันที่ 15 สิงหาคม 2565 หลังจากนั้น ตนหาเงินไม่ได้ตามที่ได้ลงบันทึกประจำวันไว้จนตัดสินใจกินยาฆ่าตัวตาย แต่นายฮารุไม่เชื่อว่ากินยาจริง และพาเดินไปสถานีตำรวจบวรมงคล แต่ไปถึงไม่ได้เข้าไปแล้วพาเดินกลับมา

- ต้นเดือนกันยายน 2565 ตนถูกทำร้ายร่างกายโดยถูกเตารีดนาบขาทั้ง 2 ข้าง ต่อย ตบ ถีบ กระทืบ เนื่องจากยังขายคอนโดไม่ได้และหาเงินไม่ได้ หลังจากนั้นไม่กี่วัน ถูกทำร้ายร่ายกายและถูกราดน้ำร้อนบาดเจ็บบริเวณใบหน้า ลำคอ แขนทั้ง 2 ข้าง แผ่นหลังเกือบทั้งหมด ด้านหน้าบริเวณเต้านมทั้ง 2 ข้าง จนเกือบถึงบั้นเอว ไม่ได้มีการพาไปโรงพยาบาล แต่ช่วยทำแผลให้รวมทั้งซื้อยามาทำแผลให้และยาแก้อักเสบแก้ปวดมาให้กิน รวมทั้งดูแลเรื่องอาหารการปฏิบัติตัว ตนได้รับความทุกข์ทรมานมากจนถึงขั้นเคยคิดกระโดดตึกจากชั้น 7 ลงไปแต่ก็อดทน เพราะกลัวว่าจะทำให้ครอบครัวเดือดร้อน จนผ่านเหตุการณ์มาได้ ระหว่างนี้นายฮารุได้ยึดโทรศัพท์เพื่อไม่ให้สร้างปัญหาและให้รักษาตัวเพราะหายืมเงินไม่ได้แล้ว

- กันยายน-ตุลาคม 2565 นายฮารุกดดันจีและเกด เพื่อให้ขายของหาเงินมาเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายและจ่ายหนี้สิน มีการทำร้ายร่างกายเกดและจี โดยจีถูกนายพีชและนายฮารุทำร้ายบ่อยขึ้น เพราะนายฮารุอ้างว่าจีไม่ช่วยหาเงินและเนรคุณไม่คิดถึงสิ่งที่นายฮารุช่วยเหลือมาตั้งแต่เริ่มต้นรู้จักกัน

- วันที่ 10 ตุลาคม 2565 จีได้รับคำสั่งให้หายืมเงิน แต่ทำไม่ได้ และมีการพูดจาทำให้นายฮารุโกรธ จนถูกตบตี ชก ทำร้าย รวมทั้งราดน้ำร้อนบริเวณไหล่ซ้ายและให้โอกาสหาเงินต่อแทนการแจ้งความดำเนินคดีที่หลอกให้นายฮารุลงทุน
- คืนวันที่ 11 ตุลาคม นายฮารุมาให้ความหวังว่าจะช่วยสร้างอาชีพถ้าสามารถหาเงินได้จำนวน 6 หมื่นบาท ในวันที่ 12 ตุลาคม 2565

- เวลา 18.00 น. 12 ตุลาคม 2565 จีหาเงินไม่ได้ นายพีชได้พูดจาบังคับให้จีตบหน้าลูกสาวคนโตเพื่อต่อเวลาหาเงิน ต่อมาตอนกลางคืนมีการกดดันให้ใช้ปัตตาเลี่ยนไถผมลูกสาวคนโต

- 13 ตุลาคม 2565 มีการกดดันให้ตบหน้าลูกคนเล็กในตอนเย็นเพื่อขอโอกาสต่อเวลาหาเงินโดยเชื่อได้ว่านายฮารุได้สั่งการอยู่ผ่านหูฟังบลูทูธ และมาแสดงตัวเพื่อช่วยเหลือเด็กในภายหลัง

- 14-15 ตุลาคม นายฮารุสั่งให้พวกเราทั้ง 3 คน หาเงินคนละ 6 หมื่นบาท แต่หาได้ไม่ครบ นายฮารุมาให้ความหวังว่าจะช่วยสร้างอาชีพถ้าสามารถหาเงินได้จนครบตามจำนวน และให้เวลาเพิ่มอีก1วัน คือไม่เกิน 16.00 น. วันที่ 16 ตุลาคม 2565 โดยอ้างว่าต้องจ่ายเงินภาษีของบริษัทให้สรรพากรภายใน 16.30 น. ไม่อย่างนั้นเช้าวันที่ 17 ตุลาคม 2565 นายพีชจะต้องถูกดำเนินคดี

- 16 ตุลาคม 2565 เวลา 11 โมงโดยประมาณ มีตำรวจนำหมายค้นมาที่คอนโดห้อง 95 ที่พวกเราอาศัยอยู่ และได้ช่วยเหลือออกจากคอนโด
รายที่ 1 นางสาวโบว์ (อดีตพยาบาล) เล่าว่า รู้จักกับนายฮารุ ช่วง มิ.ย. 64 จากนั้น นายฮารุ ได้ชักชวนให้มาลงทุนเป็นตัวแทนกระจายสินค้าคอลลาเจนและเซรั่ม ระยะหลังนายฮารุ อ้างว่าสินค้าคอลลาเจนและเซรั่มขาดทุน พวกตนจะต้องรับผิดชอบหาเงินมาคืน จนตนต้องขายทรัพย์สินรถ บ้าน กู้เงินจากที่ต่างๆ เรื่อยมา เป็นจำนวนเงินกว่า 10,000,000 บาท จนหมดตัว และนายฮารุ ยังบังคับให้ทำงานในแต่ละวันต้องหายอดให้ได้ตามที่นายฮารุกำหนด หากไม่ได้ยอดก็จะทำร้าย ทุบตี ทารุณ โดยการใช้เตารีดนาบที่ขา

ล่าสุด ช่วงเดือน ส.ค. 65 ถูกเอาน้ำร้อนที่กำลังต้มเดือดราดที่ลำตัว ตนเคยคิดจะฆ่าตัวตายโดยการกระโดดตึกคอนโดฯ ลงมาจากชั้น 7 แต่เมื่อคิดถึงหน้าคนในครอบครัวก็กลัวว่าจะเดือดร้อน เพราะนายฮารุ ได้ข่มขู่เอาไว้ว่าให้ระวังจะเอาเรื่องกับญาติพี่น้องด้วย ตนจึงต้องจำทนอยู่อย่างทรมานมาหลายเดือน กระทั่งวันที่ 16 ต.ค. 65 มีเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าไปช่วยเหลือ เหมือนได้ชีวิตใหม่กลับมา แต่ขณะนั้นตนยังหวาดกลัวอิทธิพลของนายฮารุที่เคยข่มขู่ต่างๆ นานา จึงทำให้ตนไม่กล้าพูดความจริง ก่อนจะตัดสินใจร้องขอความชี่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ ขอให้ดำเนินคดีกับนายฮารุ และตรีเพชรรัตน ให้ถึงที่สุด

ส่วนรายที่ 2 นางสาวป๊อบ อายุ 34 ปี อดีตพยาบาล เล่าอย่างละเอียดว่า* ช่วงประมาณ ต.ค. 2563 รู้จักกันกับฮารุผ่านคุณจีรยา โดยจีรยา บอกว่า ฮารุบอกขายกางเกงกีฬาตัวนึง ซึ่งเราสนใจ และฮารุจะเอากางเกงมาให้เองที่รพ.ที่เราทำงานอยู่ พอฮารุมาถึงก็บอกว่าเขาดูดวงได้เป็นแบบไพ่ทาโร่ เราก็รู้สึกชอบตั้งแต่วันนั้น หลังจากนั้น เขาก็มาหาจีรยาที่ทำงานประมาณ 2-3 ครั้ง และชวนเราบอกว่า มาทำธุรกิจเปิดร้านกาแฟด้วยกันไหม เราเห็นว่าเป็นโอกาสจึงตอบตกลง และมีการคุยธุรกิจที่ห้างสรรพสินค้าอีก 2 ครั้ง แต่แผนธุรกิจไม่ชัดเจน และบอกอีกว่าเราต้องทำเพจช่องทางออนไลน์ด้วย ให้ส่งคลิปวิดีโอให้ฮารุทุกวัน

โดยเมื่อต้นเดือน ธ.ค. 2563 ฮารุจึงได้ชวนมาพักอาศัยอยู่คอนโดด้วยกัน เพื่อง่ายต่อการทำธุรกิจ โดยฮารุเช่าห้องให้เราอยู่ห้อง95 ส่วนจีรยาอยู่ห้อง209 หลังจากนั้น 2 สัปดาห์ ฮารุบอกว่าเราอาจจะยุ่งกันต้องหาพี่เลี้ยงลูกจีรยา เราจึงเสนอแม่ให้เป็นพี่เลี้ยง หลังจากนั้น ฮารุบอกว่าให้แม่มาอยู่ด้วยกันที่คอนโด

- ม.ค. 2564 ฮารุบอกกับแม่ว่า ลูกต้องลงทุนทำธุรกิจ ขอเงินสดแม่ให้ลูกทำทุน 2 แสน โดยที่ฮารุพาแม่เราไปกดเบิกเงินสดที่ธนาคาร พร้อมกันทำแอป และฮารุก็ทราบรหัสธนาคารในแอปของแม่ หลังจากนั้น ฮารุกดเงินออกมาเองรวมทั้งสิ้น 317,068 บาท แม่ทราบหลังจากได้มีการเอาสมุดบัญชีไปปรับได้ประมาณ 1 สัปดาห์
- เม.ย. 2564 ได้ไปร่วมงานแบบจริงจังครั้งแรก คือ ส่งอแมนด้ามิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยฮารุเป็นคนถือกล้องโทรศัพท์ถ่าย
- พ.ค. 2564 ได้บอกให้เรารีบเคลียร์เงินจากประกัน AIA ที่กำลังจะหมดกรรมธรรม์ เนื่องจากเศรษฐกิจกำลังจะแย่
- มิ.ย. 2564 จำนำรถซิตี้ 
- ก.ค. 2564 พี่ปุ๋มเข้ามา
- ส.ค. 2564 เอารถซิตี้ออกมา
- ก.ย. 2564 จำนำซิตี้ รอบ 2 ซีคอน
- ต.ค. 2564 สวนนงนุชแอนชิลี, ดาวน์รถแจ๊ซ
- พ.ย. 2564 เจอเพชร, ประกวด MU แอนชิลี
- ธ.ค. 2564 ขายฝากคอนโดพัทยา, ปีใหม่โดนตบ
- ม.ค. 2565 ลาออกจากราชการ, ขายฝากที่ดินอยุธยา
- ก.พ. 2565 ประกวดนางสาวไทย
- มี.ค.2565 ภริยาทูต
- ส.ค. 2565 ประกวดแอนนาเสือ

ต่อมาเวลา 13:00 น. นางปวีณา พาครอบครัวเหยื่อพยาบาลอีกราย ประชุมสหวิชาชีพกับนักสังคมสงเคราะห์ ศูนย์พึ่งได้ รพ.ตำรวจ ในเรื่องการดูแลสภาพจิตใจของ 3 แม่ลูก

ต่อมาเวลา 15.00 น. นางปวีณา พาอดีตพยาบาลสาว 2 ราย พร้อมทั้งแม่ของอดีตพยาบาลที่รักษาตัวอยู่ รพ.ตำรวจ เข้าพบ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ที่สโมสรตำรวจ ถ.วิภาวดีรังสิต ขอให้ช่วยติดตามคดีให้ถึงที่สุด

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กล่าวว่า จะเร่งให้การช่วยเหลือเร่งด่วนกับเหยื่อทั้ง 3 รายนี้ 1. ในเรื่องการรักษาตัว เนื่องจากมีแผลที่ถูกทำร้ายตามร่างกาย รวมทั้งเหยื่อ 2 ราย เริ่มป่วยเป็นโรคไต ขาบวม อ่อนเพลีย เครียด นอนไม่หลับ และต้องฟื้นฟูสภาพจิตใจ 2. กรณีที่เหยื่อถูกหลอกจนหมดตัวต้องเป็นหนี้สินจำนวนมาก ซึ่งจะประสานกับตำรวจในการติดตามทรัพย์สินจากผู้ต้องหามาดำเนินการ 3. จะประสานกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เพื่อให้เหยื่อได้รับเงินเยียวยา 4. มูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามคดีอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ผู้เสียหายให้ได้รับความเป็นธรรมต่อไป