xs
xsm
sm
md
lg

“กรมพินิจฯ” พบ 3 เยาวชน 1 จนท.ติดโควิดสั่งแยกกักตัว ส่วนผู้ป่วยสะสมรักษาหายหมดแล้ว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - อธิบดีกรมพินิจฯ แจงยอดผู้ติดโควิดในสังกัดทั้งหมดหายป่วยแล้ว ยังเร่งตรวจเชิงรุกล่าสุดพบเยาวชนและเจ้าหน้าที่ติดเชื้อเพิ่ม รวม 4 ราย สั่งเฝ้าระวังป้องกันกลับมาระบาด

วันนี้ (10 มิ.ย.) พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เปิดเผยว่า ตามที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้มีข้อสั่งการให้จัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ภายในสถานที่ควบคุมของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม โดยมี นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ เพื่อติดตามการป้องกันและแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดฯ ให้เป็นไปตามแนวทางและมาตรฐานเดียวกัน และสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วนั้น ทั้งนี้ กรมพินิจฯ ได้ปฏิบัติตามมาตรฐาน Standard Operating Procedure (SOP) ที่กระทรวงยุติธรรมกำหนดอย่างเคร่งครัด พร้อมสั่งการให้หน่วยงานในสังกัด ได้แก่ สถานพินิจฯ และศูนย์ฝึกและอบรมฯ ตลอดจนหน่วยบริการทั้งหมดทั่วประเทศดำเนินการตามมาตรฐานดังกล่าว

พ.ต.ท.วรรณพงษ์ เผยว่า เบื้องต้นจากการรายงานสถิติสถานการณ์ประจำวัน พบว่า จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมของกรมพินิจฯ ทั้งหมดรักษาหายแล้ว ซึ่งเป็นเด็กและเยาวชนและเจ้าหน้าที่จากศูนย์ฝึกและอบรมฯ ยะลา และสถานพินิจฯ นราธิวาส รวมทั้งสิ้น 87 ราย และขณะนี้อยู่ในระหว่างการกักตัวเพื่อเฝ้าระวังและสังเกตอาการต่อไป อย่างไรก็ตาม กรมพินิจฯ ได้ดำเนินการตรวจหาเชื้อ (SWAB) เชิงรุกเพิ่มเติม ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.64 พบเยาวชนติดเชื้อเพิ่ม 3 รายจากศูนย์ฝึกและอบรมฯ พระนครศรีอยุธยา และอีก 1 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ในส่วนกลาง ณ อาคารกระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ ทั้งนี้ ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและดำเนินการตามมาตรฐาน SOP แล้ว

“กรมพินิจฯ ได้มีการจัดตั้ง ‘ศูนย์ D-HUB’ ขึ้น เพื่อเป็นศูนย์ให้คำปรึกษาในการรับเรื่องราวและประสานส่งต่อการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ประสบปัญหาภายหลังปล่อยตัว รวมถึงได้ทำการชี้แจงสร้างความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ในเรื่องการบริหารจัดการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรค ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมทั้งได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกคนดูแลตัวเองและบุคคลใกล้ชิดในครอบครัวให้รักษาวินัยในตนเองโดยเฉพาะการเว้นระยะห่างทางสังคม และการเดินทางออกนอกสถานที่ไปยังพื้นที่เสี่ยงต่างๆ ตลอดจนเน้นย้ำให้ทุกหน่วยเดินหน้าตรวจหาเชื้อทั้งเด็กและเยาวชน รวมถึงเจ้าหน้าที่ให้ครบทุกหน่วยและรายงานผลมายังกรมทุกวัน พร้อมเก็บสถิติการฉีดวัคซีนของเจ้าหน้าที่ทุกคนเพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในสถานที่ควบคุมต่อไป” พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าว




กำลังโหลดความคิดเห็น...