xs
xsm
sm
md
lg

ศาลสั่งจำคุก 5 ปี หมอดังฉีดยาชา-ร้อยไหมไฮโซวัย 72 ปี ดับคาคลินิก

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


 น.ส.อนิชา ประชาเสรี ลูกสาวผู้ตายมาฟังคำพิพากษา
ศาลอาญาสั่งจำคุก 4 ปี 12 เดือน หมอชื่อดังฉีดยาชาก่อนร้อยไหมให้ไฮโซวัย 72 ปี ดับคาคลินิก ชี้ประมาทไม่ซักประวัติผู้ป่วย-ปั๊มหัวใจพลาด

เมื่อเวลา 09.30 น. วันนี้ (23 ธ.ค.) ที่ห้องพิจารณา 708 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.2810/2562 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ฟ้อง นพ.ธนพล ทองประเสริฐ อายุ 51 ปี เจ้าของคลินิกเสริมความงามชื่อดัง ย่านทาวน์อินทาวน์ เป็นจำเลย ในความผิดฐานกระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตาม ป.อาญา ม.291, ประกอบการและดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล

อัยการโจทก์ระบุฟ้องความผิดสรุปได้ว่า จำเลยได้จัดตั้งคลินิกเพื่อเสริมสวย ทำศัลยกรรมเสริมความงามโดยมิได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย โดยจำเลยได้ฉีดยาชาไซโคเคนผสมอาดีนาลีน จำนวน 12 ซีซี เพื่อเสริมความงามโดยวิธีร้อยไหมให้กับ นางณัฐมล ประชาเสรี อายุ 72 ปี ไฮโซสูงวัย โดยปราศจากความระมัดระวัง ไม่ได้ทำการทดสอบว่านางณัฐมล มีอาการแพ้ยาหรือไม่ ด้วยความประมาทของจำเลยดังกล่าว เป็นเหตุให้นางณัฐมล มีอาการแพ้ยา ริมฝีปาก และนิ้วมือสีเขียว จากนั้นจำเลยได้ปั๊มหัวใจนางณัฐมล ซึ่งขณะนั้นมีอายุ 72 ปีแล้วด้วยความรุนแรงต่อเนื่อง จนกระดูกซี่โครงหัก ตับฉีกขาด เลือดออกในช่องท้อง เป็นเหตุให้นางณัฐมลถึงแก่ความตาย

คดีนี้จำเลยให้การปฏิเสธ ข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย กับให้การรับสารภาพ ข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล และได้รับการประกันตัว วันนี้จำเลยนั่งรถเข็นเดินทางมาศาล ขณะที่ญาติผู้เสียหายในฐานะโจทก์ร่วมก็เดินทางมาศาล

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์จำเลยแล้ว จำเลยให้การรับสารภาพในความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล ไม่มีเหตุสงสัย ฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องฐานนี้ ส่วนความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายหรือไม่ โจทก์มีผู้ช่วยจำเลยเป็นประจักษ์พยาน เบิกความเกี่ยวกับการที่ผู้ตายมาทำการร้อยไหม จำเลยฉีดยาชาให้ผู้ตายแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ ต่อมาผู้ตายมีอาการตัวเขียว ผู้ช่วยจำเลยวิ่งไปตาม และจำเลยได้ปั๊มหัวใจผู้ตาย

โจทก์มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นพยานโจทก์เบิกความ เกี่ยวกับก่อนทำหัตถการ ต้องซักประวัติผู้ป่วยทุกครั้ง การร้อยไหมเป็นการศัลยกรรม ซึ่งผู้มีอายุมากมีความเสี่ยง แพทย์พยาบาลต้องอยู่กับคนไข้ตลอด ต้องมีการซักประวัติคนไข้บันทึกในเวชระเบียน การต้องให้ยาชากับผู้ป่วยอายุมากเสี่ยงมีโรคประจำตัว ต้องใช้ความระมัดระวังไม่ให้ผิดพลาด วันเกิดเหตุจำเลยไม่ซักประวัติผู้ตาย ไม่บันทึกประวัติผู้ตาย อีกทั้งพยานโจทก์เบิกความเกี่ยวกับยาที่ใช้เป็นยาอันตราย ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง ผู้ตายมีโรคความดันโลหิตสูง

จำเลยจบแพทยศาสตร์ย่อมทราบยาที่ใช้เป็นยาอันตราย ควรระวังในการใช้กับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจทั้งก่อนและหลังฉีด จำเลยละเลยการซักประวัติก่อนเริ่มฉีดยา และไม่อยู่ในที่เกิดเหตุ ไม่ติดตั้งตัวแจ้งเตือนสัญญาณชีพถือว่าประมาท การที่ผู้ตายตัวเขียวเป็นผลจากการที่จำเลยฉีดยาไม่ระมัดระวัง ส่วนที่พยานจำเลยนำสืบเชื่อว่าผู้ตายมีสุขภาพดี พยานจำเลยไม่ใช่ผู้รักษาผู้ตาย พยานจำเลยไม่หักล้างพยานโจทก์

ส่วนที่ผู้ตายตับฉีก โจทก์มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยเป็นประจักษ์พยาน ก่อนปั๊มหัวใจเห็นว่าหน้าอกของผู้ตายยุบลงผิดสภาพ รู้สึกได้ว่ากระดูกซี่โครงรวบลง มีเสียงดังกรอบแกรบเพราะกระดูกหัก น่าจะเกิดจากการปั๊มหัวใจไม่ถูกต้อง เหตุที่ซี่โครงหักเกิดจากการปั๊มหัวใจของจำเลยก่อนเจ้าหน้าที่กู้ภัยเดินทางมาถึง เป็นผลให้ตับฉีก การปั๊มหัวใจของจำเลยไม่ระมัดระวัง ไม่ตรวจสอบตำแหน่งวางมือตามหลักการแพทย์ ถือเป็นความผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตามโจทก์ฟ้อง

พิพากษาว่า จำเลยกระทำความผิดฐานกระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตาม ป.อาญา ม.291 จำคุก 4 ปี, ประกอบการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี ดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพข้อหาความผิด ตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล ลดโทษกึ่งหนึ่งฐานประกอบการสถานพยาบาลฯ 6 เดือนและดำเนินการสถานพยาบาลฯ 6 เดือน รวมจำคุกจำเลยเป็นเวลา 4 ปี 12 เดือน

ด้าน น.ส.อนิชา ประชาเสรี ลูกสาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยภายหลังฟังคำพิพากษาว่า ส่วนตัวแล้วไม่มีความพอใจ สิ่งที่เราต้องการคือความจริงและความยุติธรรม ที่จริงไม่อยากสร้างเวรสร้างกรรม แต่เมื่อเราไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ต้องดำเนินการทางคดี โดยหลังจากเกิดเรื่อง อีกฝ่ายไม่เคยมีการมาขอโทษหรือเจรจาไกล่เกลี่ยเลย สำหรับการฟ้องในคดีแพ่งนั้น ต้องรอผลคำตัดสินของคดีอาญา โดยเรียกค่าเสียหาย 200 ล้านบาท

ต่อมาเมื่อเวลา 15.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ญาติของ นพ.ธนพล จำเลยได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวด้วยหลักทรัพย์ มูลค่า 500,000 บาท พิเคราะห์คำพิพากษาแล้วเห็นว่าหากผู้ขอประกันชั่วคราวจำเลยในระหว่างอุทธรณ์ ให้เสนอหลักทรัพย์เข้ามาไม่น้อยกว่า 800,000 บาท จึงให้คืนกลักทรัพย์

อย่างไรก็ตามล่าสุดญาติยื่นคำร้องและหลักทรัพย์ได้ครบตามที่กำหนด ทันเวลา 16.30 น.ศาลพิจารณาแล้วจึงอนุญาตให้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์สู้คดีต่อไป