xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวลึกปมลับ : 3 ทหารเสือ "สมคิด-อุตตม-วิรไท" นำทัพรัฐบาลสามทหารกู้วิกฤต

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



รายการ “ข่าวลึก ปมลับ” ออกอากาศทาง NEWS1 ล้วงปมลึก คลายปมลับ ตีแผ่ประเด็นร้อน กับ นพรัฐ พรวนสุข บก.ข่าวการเมือง และกระบวนการยุติธรรม วันพุธที่ 8 เมษายน 2563 ตอน 3 ทหารเสือ "สมคิด-อุตตม-วิรไท" นำทัพรัฐบาลสามทหารกู้วิกฤต   



มาตรการรับมือผลกระทบจากไวรัสโควิด - 19 มติคณะรัฐมนตรีเมื่อ วันอังคารที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา ที่มีการเห็นชอบ การออกพระราชกำหนดสามฉบับที่รัฐบาลโดยทีมเศรษฐกิจภายใต้การนำของ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ที่ผลักดัน ออกนโยบายและมาตราการต่างๆ ออกมา

เพื่อต้องการดูแลช่วยเหลือประชาชน ผู้เดือดร้อน ได้รับผลกระทบจากวิกฤตไวรัสโควิด 19 รวมถึงเพื่อรับมือไม่ให้โครงสร้างเศรษฐกิจประเทศไทย ทั้งผู้ประกอบการ นักลงทุน ได้รับความเดือดร้อน จนเกิดไฟลามทุ่ง ด้วยการออกมาตรการต่างๆ เพื่อผ่อนหนักให้เป็นเบา

ถึงตอนนี้ กระแสเสียง ทัศนะ ที่ออกมาจากฝ่ายต่างๆ ไม่ค่อยมีเสียงคัดค้าน โจมตี ออกมามากนัก ต่อการที่รัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทยโดยการนำของ วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศ หรือแบงค์ชาติ ที่ร่วมผลักดันกับ สมคิด และอุตตม สาวนายน รมว.คลัง

จน “สมคิด อุตตม วิรไท” กลายเป็น สามทหารเสือ ในแผงกองหน้า ฝ่ายอำนาจรัฐ ที่คอยรับมือไม่ให้วิกฤตเศรษฐกิจลุกลาม บานปลาย สาหัสไปกว่านี้

นับเป็นการทิ้งไพ่ใบสำคัญ สำหรับการออก พระราชกำหนด จำนวน3 ฉบับ ที่เป็นการใช้อำนาจฝ่ายบริหาร ครม. ตามที่รัฐธรรมนูญ เปิดช่องให้ทำได้ กรณีหากมีความจำเป็นเร่งด่วน ประเทศ เข้าสู่ภาวะหน้าสิ่วหน้าขวาน

มาดู ร่างพรก.สามฉบับ คือ
1. ร่างพรก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. ...ที่ก็คือร่าง พ.ร.ก. กู้เงินฯไม่เกินหนึ่งล้านล้านบาท ( 1,000,000 ล้านบาท)

โดย เงินจำนวน หนึ่งล้านล้านบาทดังกล่าว จะแบ่งออกเป็นสองก้อน

ก้อนแรก 600,000 ล้านบาท นำไปใช้เพื่อช่วยเหลือ และเยียวยาประชาชน ตลอดจนนำไปใช้ในด้านการแพทย์และสาธารณสุข ด้วยอีกส่วนหนึ่ง

ส่วนที่เหลืออีกก้อน จำนวน 400,000 ล้านบาท เน้นไปที่ ดูแลเศรษฐกิจภายในประเทศในภาพรวม เช่น กระตุ้นการลงทุนต่างๆ ของภาคเอกชน แต่ยังไม่มีรายละเอียดแผนงานออกมาอย่างชัดเจนว่าจะใช้ผ่านมาตราการอะไรบ้าง

2. ร่างพรก.ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา พ.ศ. ....หรือร่าง พ.ร.ก. soft loan 500,000 ล้านบาท สำหรับช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME

3.ร่างพรก.สนับสนุนสภาพคล่องเพื่อดูแลเสถียรภาพตราสารหนี้ ภาคเอกชน พ.ศ. .... ที่ให้ตั้งกองทุนเสริมสภาพคล่องเพื่อลดความเสี่ยงของการระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนหรือหุ้นกู้ ที่มีการกันเงินไว้การนี้เพื่อ ดูแลเสถียรภาพการเงินจำนวน 400,000 แสนล้านบาท

รัฐบาล ยังเห็นชอบ จะให้มีการออกพรบ.โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่ไปตัดมาจากกระทรวงต่างๆ มาเป็นกองกลาง ใส่เพิ่มเข้าไปในงบกลาง ที่ใช้สำหรับกรณีฉุกเฉิน ที่รัฐบาลจะกันออกมาให้ได้ วงเงิน 80,000 – 100,000 ล้านบาท

ทั้งสองมาตรการ หากทำตามนี้ ก็จะทำให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรัฐบาล มีงบ อยู่ในหน้าตัก คร่าว ๆสำหรับช่วยเหลือประชาชน ประมาณ 1 ล้าน 1 แสนล้านล้านบาท

ขณะที่ หากรวม soft loan 500,000 ล้านบาท และงบจากกองทุนฯ BSF ตามพรก.ฉบับที่สาม ของแบงค์ชาติ เท่ากับ รัฐบาลจะมีงบเพื่อการนี้ ประมาณ 2 ล้านล้านบาท

แต่หากนับจากแค่ พรก.สามฉบับก่อน ไม่นับ ร่างพรบ.โอนงบฯ ก็เท่ากับอยู่ที่ 1.9 ล้านล้านบาท

โดยขั้นตอนทั้งหมด จะเริ่มกดปุ่มนับหนึ่งได้ ก็ต่อเมื่อ นายกรัฐมนตรี นำร่างพรก.ทั้งสามฉบับฯ ขึ้นทูลเกล้าฯ และมีการโปรดเกล้าฯลงมา มีข่าวว่า รัฐบาลอาจจะทำเสร็จทุกขั้นตอน เพื่อให้มีการนำขึ้นทูลเกล้าฯได้ในช่วงหลังสงกรานต์

หลังจากมีการประกาศใช้พรก.ทั้งสามฉบับออกมาแล้ว แต่เมื่อมีการเปิดสมัยประชุมรัฐสภา เดือนพ.ค.นี้ รัฐบาลต้องส่งพรก.ทั้งสามฉบับ ให้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา รับรองอีกรอบ

เรื่องนี้ คงไม่มีปัญหา เพราะรัฐบาลตอนนี้มีเสียงข้างมากในสภาฯแบบหายห่วง ยังไง ก็ผ่านฉลุย เช่นเดียวกับ วุฒิสภา ก็เครือข่ายคนกันเองกับพลเอกประยุทธ์แบะรัฐบาลอยู่แล้ว

ดังนั้น ทุกอย่าง ผ่านฉลุยแบบชัวร์ๆ

ขณะที่มาตรการเยียวยาต่างๆ ที่จะออกมา ดูเหมือนคนพอใจไปแล้วกับ การขยายเวลาแจกเงิน เดือนละ 5 พันบาท จากสามเดือนรับ 15000 บาท โดยเพิ่มเป็นเท่าตัว คือ 6 เดือนรับไป 30000 บาท ที่จะมีคนได้สิทธิ์ 9 ล้านคน ทำให้เรียกคะแนนนิยมให้รัฐบาลไปเต็มๆ

ยังมีมาตรการแจกเงินที่จะตามมาอีกหลายโปรโมชั่น ต้องรอดูว่า สามทหารเสือ สมคิด อุตตม วิรไท ที่รับผิดชอบการออกนโยบาย มาตรการในการช่วยประชาชนและแก้ปัญหาเศรษฐกิจ จะมีทีเด็ดอะไรอีก

ซึ่งมี สมคิด เป็นคนที่ดูภาพรวม พิมพ์เขียวนโยบายทั้งหมด อุตตม รับผิดชอบ การวางรายละเอียดทางการคลัง และงบประมาณที่ใช้ในการเดินหน้าแผนงาน

และ วิรไท ผู้ว่าแบงค์ชาติ กับภารกิจ ขับเคลื่อนภาพรวมตลาดเงินตลาดทุน ของประเทศ ให้เดินหน้าต่อไปได้ ป้องกันเครื่องยนต์ไม่ดับสนิทกลางทาง

หลายกระบวนท่าต่อจากนี้ สามทหารเสือ ในยุครัฐบาลสามทหาร หลังจากนี้ สามทหารเสือทั้งสามคน จะมีไม้เด็ดอะไรออกมาอีก เป็นเรื่องที่น่าติดตาม


กำลังโหลดความคิดเห็น...