xs
xsm
sm
md
lg

โฆษกศาลยัน คดี “ตายายเก็บเห็ด” ยังไม่สิ้นสุด วอนสังคมอย่าด่วนสรุป

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม

นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม (แฟ้มภาพ)
MGR Online - โฆษกศาลยัน คดีสองตายายเก็บเห็ดในป่าสงวนยังไม่ถึงที่สุด ขอสังคมอย่าด่วนสรุป กระบวนการยุติธรรมตัดสินตามพยานหลักฐาน

วันนี้ (24 มี.ค.) นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า จากกรณีที่สังคมมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นโจทก์ฟ้องสองตายาย คือ นายอุดม ศิริสอน และ นางแดง ศิริสอน เป็นจําเลย ในความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้และความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ หลังสองตายายถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้จับกุมในขณะเข้าไปในป่าดงระแนง ตําบลหนองขาม อําเภอยางตลาดจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งมีเนื้อที่ 72 ไร่ และอยู่ในแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2553 โดยถูกกล่าวหาว่า บุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองและทําประโยชน์โดยการทําไม้ในป่าดังกล่าวและใช้เครื่องมือที่ไม่สามารถระบุได้ชัดเจนทําการตัดและโค่นไม้สัก ไม้กระยาเลย ที่เป็นไม้หวงห้าม โดยไม่ได้รับอนุญาต และมีไม้สัก ไม้กระยาเลย ที่ไม่มีรอยตราค่าภาคหลวง หรือรอยตรารัฐบาลขายจํานวน 1,148 ท่อน อยู่ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งจําเลยทั้งสองให้การรับสารภาพในวันฟ้องและศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ได้มีคําพิพากษาเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2554 ให้ลงโทษจําคุกคนละ 30 ปี แต่จําเลยทั้งสองให้การรับสารภาพจึงลดโทษ เหลือจําคุกคนละ 15 ปี พร้อมริบของกลาง และให้จําเลยทั้งสอง คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทน และบริวารของจําเลยทั้งสองออกจากป่าสงวนแห่งชาติที่เข้าไปครอบครอง

นายสืบพงษ์ เปิดเผยต่อว่า ต่อมาจําเลยทั้งสองได้อุทธรณ์ ว่า จําเลยทั้งสองไม่ได้กระทําผิดตามฟ้อง แต่ที่รับสารภาพเพราะหลงเชื่อบุคคลภายนอกว่าคดีดังกล่าวมีเพียงโทษปรับเท่านั้น และมีความบกพร่องทางการได้ยิน รวมทั้งการดําเนินการสอบสวนของพนักงานสอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลอุทธรณ์ลงโทษสถานเบา และรอการลงโทษให้แก่จําเลยทั้งสอง ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิเคราะห์แล้ว พิพากษาแก้ในส่วนของข้อกฎหมาย โดยให้ลงโทษจําคุกจําเลยทั้งสองคนละ 14 ปี 12 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคําพิพากษาศาลชั้นต้น เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2555 ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างฎีกา ซึ่งเดิมศาลชั้นต้นได้กําหนดนัดอ่านคําพิพากษาศาลฎีกาในวันที่ 20 เมษายน 2559 แต่ได้เลื่อนคดีไปเพื่อสืบเสาะและพินิจจําเลยทั้งสองก่อนตามคําสั่งของศาลฎีกาและจําเลยทั้งสองก็ได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างฎีกาแล้วในระหว่างนี้ขอให้สังคมอย่าด่วนวิพากษ์วิจารณ์ผลคดีว่าจําเลยทั้งสองจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะไม่ได้เจตนากระทําความผิดตามที่ถูกกล่าวหา

ขณะเดียวกัน ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนระมัดระวังการนําเสนอข่าวที่มีลักษณะชี้นํา บิดเบือน หรือทําให้สาธารณชนหลงผิด อันอาจมีผลกระทบต่อการดําเนินกระบวนพิจารณาของศาล และอาจทําให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริงที่ถูกต้องในคดีดังกล่าว ขอให้เชื่อมั่นว่า ศาลยุติธรรมจะพิจารณาพิพากษาคดีอย่างเป็นธรรมตามพยานหลักฐานของคู่ความทั้งสองฝ่าย และประเด็นที่ยกขึ้นต่อสู้ในชั้นฎีกาโดยคํานึงถึงสิทธิและเสรีภาพของจําเลยทั้งสองและการให้ความคุ้มครองปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศภายใต้กรอบของกฎหมาย