xs
xsm
sm
md
lg

พริตตี้สาวอุ้มท้องมอบตัวสู้คดีโอนหุ้น “ชูวงษ์” ศาลให้ประกันหลักทรัพย์ 5 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


ASTV ผู้จัดการ - “น้ำตาล ศิวาธนพล” แคดดี้และพริตตี้สาวรับโอนเสี่ยชูวงษ์ อุ้มท้องใกล้คลอด เข้ามอบตัวที่กองปราบปรามสู้คดี ด้านทนายยันลูกความไม่ได้ลักทรัพย์-ปลอมแปลงเอกสาร ยื่นหลักทรัพย์ 5 ล้านขอปล่อยตัวชั่วคราว ล่าสุดศาลอนุญาตประกันตัวแล้ว



วันนี้ (27 ส.ค.) ที่กองปราบปราม เมื่อเวลา 09.00 น. น.ส.กัญฐณา หรือน้ำตาล ศิวาธนพล อายุ 26 ปี พริตตี้ แคดดี้สาว ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.563/2558 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2558 ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ และร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอมโดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน หรือรับของโจร กรณีรับโอนหุ้นของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง เกือบ 300 ล้าน พร้อมด้วย นายเสกสรรค์ เสนาชู ทนายความ เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. พ.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย รอง ผบก.ป.พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ เกิดเอี่ยม พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.เพื่อมอบตัวในคดีดังกล่าว โดยผู้ต้องหายังคงยืนกรานให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาตามที่เคยให้การไปก่อนหน้านี้

น.ส.กัญฐณากล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ขอปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เพราะหุ้นที่ได้รับมานั้นได้รับโอนอย่างสุจริต ไม่ได้เป็นไปตามข้อกล่าวหา ทุกอย่างก็คงยืนยันตามที่เคยให้การกับพนักงานสอบสวนในฐานะพยานไปหมดแล้วก่อนหน้านี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ พ.ต.ท.ณัฐพงศ์อ่านหมายจับให้ฟังนั้น น.ส.กัญฐณามีอาการเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

ด้านนายเสกสรรค์กล่าวว่า ในส่วนของคำให้การของ น.ส.กัญฐณา ก็คงไม่น่าจะให้การอะไรเพิ่มเติมอีก เพราะเรายังคงเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ใจในคำให้การในฐานะพยานที่ได้ให้การไปแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งพนักงานสอบสวนจะเชื่อหรือไม่ก็เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวน สำหรับพยานเอกสารต่างๆ ก็ไม่มีการนำมาให้เพิ่มเติม เพราะได้มอบให้กับพนักงานสอบสวนไปหมดแล้ว พยานหลักฐานในคดีนี้มีไม่มาก ส่วนเรื่องการขอประกันตัวในชั้นสอบสวนเท่าที่ได้ติดตามข่าวกับกรณีของผู้ต้องหารายอื่นที่เข้ามอบตัวไปแล้ว ทราบว่าพนักงานสอบสวนไม่ได้ให้ประกันตัว เราจึงขอใช้สิทธิในชั้นศาล

นายเสกสรรค์กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้เตรียมหลักทรัพย์ไว้พอสมควร ก็ตามที่ศาลจะสั่ง แต่คงไม่ขอเปิดเผยมูลค่าหลักทรัพย์เพราะจะเป็นการก้าวก่ายดุลพินิจของศาล หากศาลท่านเมตตาจะให้วางหลักทรัพย์เท่าไหร่ เราก็จะเตรียมไว้เท่านั้น ก็มีทั้งที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และเงินสด ในเบื้องต้นยังไม่ทราบเลยว่าทางพนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อกล่าวหาในส่วนของฐานความผิดใดบ้าง แต่เท่าที่ทราบตามหมายจับก็มีอยู่ 3 ฐานความผิด อยากจะเรียนผ่านสื่อมวลชนฝากไปยังท่าน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ว่าท่านพูดในลักษณะตั้งข้อกล่าวหาที่ทำให้เคลือบแคลงสงสัย ว่าข้อหาความผิดฐานลักทรัพย์และรับของโจร นั้น ท่านหมายถึงลักอะไร ใครเป็นคนลักเอาไป ลักคำขอ หรือลักหุ้นยังไง แค่ไหน และในส่วนของข้อหารับของโจรนั้น ใครเป็นคนรับของโจร ลักทรัพย์อะไร ส่วนแนวทางการต่อสู้คดีก็คงต้องรอให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาก่อน

นายเสกสรรค์กล่าวอีกว่า จนถึงขณะนี้ทาง น.ส.กัญฐณายังคงยืนยันความบริสุทธิ์ ส่วนเรื่องความสัมพันธ์กับนายชูวงษ์นั้น ตนยืนยันแทน น.ส.กัญฐณาไม่ได้ เพราะรายละเอียดส่วนนี้น่าจะเป็นข้อต่อสู้ในชั้นศาลมากกว่า คงไม่ขอเปิดเผยต่อสื่อมวลชน เพราะจะทำให้รูปคดีเสีย สำหรับเรื่องการปลอมแปลงเอกสาร ตนมองว่าคดีนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องการปลอมแปลงเอกสาร สื่อมวลชนควรใช้ถ้อยคำให้ถูกต้องเพราะการปลอมแปลงใช้เพียงในส่วนของเงินตรา แต่ความผิดตนดูจากเอกสาร พนักงานสอบสวนตั้งข้อหาปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม จึงอยากฝากถามผู้ที่เกี่ยวข้อง ว่าคนที่เห็นคนปลอมคือใคร อย่างไรก็ตามเบื้องต้นตนยังไม่ทราบเลยว่าใครเป็นประจักษ์พยานที่เห็นการปลอม และอีกเรื่องตนอยากจะพูดว่าที่ พล.ต.ท.ประวุฒิให้สัมภาษณ์ว่าผิดเจตนารมณ์ ตนก็อยากจะถามว่าคุณชูวงษ์ ไปพูดไว้กับใครบ้างก่อนจะโอนหุ้น มีพยานหลักฐานอะไรมาสนับสนุน จึงอยากจะเรียนสื่อมวลชนถามในประเด็นนี้ด้วย

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ตั้งครรภ์ใกล้คลอดอยู่นั้น นายเสกสรรค์ กล่าวว่า เท่าที่ได้สอบถามจาก น.ส.กัญฐณาทราบว่าได้ฝากครรภ์ไว้กับแพทย์ไว้แล้ว เหลือเวลาอีกเพียงสัปดาห์กว่าๆ ก็จะถึงกำหนดคลอด และก็ต้องเดินทางมาอย่างมีปัญหาตะกุกตะกักไปบ้างเพราะน้องเขาไม่สบายจริงๆ แต่ก็ต้องเรียนว่า น.ส.กัญฐณาไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนี เราติดต่อกับสื่อมวลชนมาตลอด

เมื่อถามถึงเรื่องการตรวจดีเอ็นเอของบุตรในครรภ์ น.ส.กัญฐณานั้น นายเสกสรรค์กล่าวว่า ขณะนี้คิดว่าเรื่องการตรวจดีเอ็นเอ เวลานี้คงยังไม่ถึงเวลา แต่หากทางครอบครัวของนายชูวงษ์ยื่นคำร้องต่อศาลก็ขอให้ถึงเวลานั้นก่อน หากจะยื่นขอให้ตรวจจะให้ตรวจในประเด็นอะไร จะต่อสู้กันในเรื่องอะไรคงต้องทราบประเด็นข้อพิพาทก่อน แต่ถ้าถามว่าพร้อมหรือไม่ ก็คงต้องดูว่าศาลจะมีคำสั่งหรือไม่อย่างไร ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล

“ยืนยันว่าเราไม่มีส่วนกี่ยวข้องกับการจัดทำ ใช้เอกสาร เรื่องลักทรัพย์ยิ่งแล้วใหญ่เพราะไม่รู้ว่าลักอะไร ลักคำขอ หรือลักใบหุ้น หุ้นมันจับต้องไม่ได้ และใครเป็นคนแย่งการครอบครองอยากจะสอบถามท่านผู้ที่จะต้องอธิบายความ ช่วยชี้แจงตรงนี้ต่อสังคมด้วย สำหรับเรื่องการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ ที่มอบให้ น.ส.กัญฐณา ผมได้สอบถามแล้วหลายครั้งก็เป็นสิ่งที่นายชูวงษ์ประสงค์จะมอบหุ้นให้แก่ น.ส.กัญฐณา เองทั้งหมด” ทนายความพริตตี้สาวกล่าว

ด้าน พล.ต.ต.อัคราเดชกล่าวว่า เมื่อทาง น.ส.กัญฐณา ผู้ต้องหาที่ถูกกล่าวหาได้ติดต่อเข้ามอบตัวสู้คดี ก็จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ส่วนคดีดังกล่าวถึงขณะนี้ยังไม่มีการพิจารณาออกหมายจับบุคคลใดเพิ่มเติม

ต่อมาเมื่อเวลา 11.00 น. ภายหลังพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำ พิมพ์ลายนิ้วมือทำประวัติอาญากรเสร็จสิ้นแล้ว ทางพนักงานสอบสวนจึงคุมตัว น.ส.กัญฐณาไปขออำนาจศาลอาญากรุงเทพใต้ ผลัดฟ้องฝากขัง โดยท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนไม่ได้คัดค้านการประกันตัว โดยขอให้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล

นายเสกสรรค์กล่าวเพิ่มเติมว่า ทาง น.ส.กัญฐณาไม่ได้ยื่นเรื่องขอประกันตัวในชั้นสอบสวน โดยจะขอยื่นเรื่องประกันตัวต่อศาล ซึ่งได้เตรียมหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และเงินสด รวมมูลค่าประมาณ 5 ล้านบาท และหากได้รับการพิจารณาให้ประกันตัว น.ส.กัญฐณา ก็จะเดินทางไปยังโรงพยาบาลทันที เพื่อเตรียมความพร้อมของร่างกายเนื่องจากใกล้กำหนดที่จะคลอดบุตรแล้ว ส่วนเรื่องการตรวจดีเอ็นเอ ทราบจาก น.ส.กัญฐณาว่าได้ตรวจไว้แล้ว แต่ตนไม่ทราบว่ามีการนำไปเปรียบเทียบกับนายชูวงษ์ไว้หรือไม่ หรือจะเปรียบเทียบดีเอ็นเอกับใคร อย่างไรก็ตามเรื่องของดีเอ็นเอ คงไม่ใช่สาระสำคัญในคดีการโอนหุ้นดังกล่าว

ทั้งนี้ คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อนายชูวงษ์ หรือเสี่ยจืด แซ่ตั๊ง อายุ 50 ปี นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้าน และประธานกลุ่มวิทยาตลาดทุนกิจการเพื่อสังคม (วตท.) รุ่นที่ 20 เสียชีวิตปริศนาขณะที่ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ และอดีต รมช.พาณิชย์ ขับรถยนต์เลกซัส สีดำ ทะเบียน ภฉ 1889 กรุงเทพมหานคร ไปส่งบ้านพัก เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา

ต่อมาญาตินายชูวงษ์ได้เข้าร้องเรียนต่อ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.เพื่อขอรื้อคดีขึ้นมาสอบสวนใหม่ เนื่องจากยังติดใจการเสียชีวิตในหลายประเด็นนั้น รวมทั้งร้องเรียนต่อทางกองปราบปรามให้ช่วยตรวจสอบหลังจากพบการโอนหุ้นของนายชูวงษ์มูลค่ารวมเกือบ 300 ล้านบาท ให้ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล พริตตี้สาว และ น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล โบรกเกอร์สาวคนสนิทก่อนเสียชีวิต

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบยังพบว่าเบอร์โทรศัพท์ที่ใช้ในการทำธุรกรรมโอนหุ้นนั้น ไม่ใช่เบอร์ของนายชูวงษ์ แต่เป็นเบอร์ที่จดในนามบริษัทของคนใกล้ชิด พ.ต.ท.บรรยิน กระทั่งศาลอาญากรุงเทพใต้ได้ออกหมายจับผู้ต้องหา 4 ราย ประกอบด้วย พ.ต.ท.บรรยิน, น.ส.ศรีธรา พรหมา, น.ส.อุรชา และ น.ส.กัญฐณา โดยผู้ต้องหาทั้งหมดในคดีได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนแล้ว

ต่อมา เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ควบคุมตัว น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล ซึ่งขณะนี้กำลังตั้งครรภ์ 9 เดือน มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่27 ส.ค.- 7 ก.ย.นี้ เนื่องจากการสอบสวนไม่เสร็จสิ้น ต้องรอสอบพยานเพิ่มอีก 9 ปาก และต้องรอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานในคดี โดยศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้ 

ขณะที่นายเสกสรร เสนาชู ทนายความของ น.ส.กัญฐณา ก็ได้ยื่นคำร้อง พร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด เพื่อขอปล่อยชั่วคราวในชั้นฝากขังนี้ ซึ่งศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว น.ส.กัญฐณา ผู้ต้องหาโดยตีราคาประกัน 5  ล้านบาท โดยกำหนดเงื่อนไขห้ามไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐานและห้ามเดินทางออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล

ภายหลัง นายเสกสรร เสนาชู ทนายความ กล่าวว่า ในการยื่นคำร้องฝากขังต่อศาลวันนี้พนักงานสอบสวน ไม่ได้คัดค้านการประกันตัว ซึ่งเราได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสดขอปล่อยตัว โดยศาลให้ประกันตัวไปกำหนดวงเงิน 5 ล้านเท่ากับ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ แต่ไม่เห็นว่ามีการกำหนดเงื่อนไขใดในการปล่อยชั่วคราว เพียงแต่ศาลนัดให้ น.ส.กัญฐณา ผู้ต้องหามารายงานตัววันที่ 8 ก.ย.นี้














 
 

กำลังโหลดความคิดเห็น...