xs
xsm
sm
md
lg

“สมยศ” ย้ำเหตุบึ้มมุ่งดิสเครดิตรัฐบาล - ขู่พวกโพสต์ป่วนจะจำคุกให้เข็ดหลาบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


ผบ.ตร. เผยกลุ่มก่อเหตุบึ้มราชประสงค์ - สาทร มุ่งทำลายชื่อเสียงรัฐบาล เคยทำแต่ไม่สำเร็จ เชื่อทำเป็นขบวนการ มีคนช่วยเตรียมอุปกรณ์ ดูเส้นทางหลบหนี เผยคนขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างส่งหนุ่มเสื้อเหลืองไปราชประสงค์ เข้าพบตำรวจแล้ว ให้ความร่วมมือดี ขู่พวกโพสต์ป่วนจะจำคุกให้เข็ดหลาบ

วันนี้ (19 ส.ค.) เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวภายหลังกลับจากประชุมชุดสืบสวนสอบสวนเหตุระเบิดศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ เมื่อค่ำวันที่ 17 ส.ค. ว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าคนที่ทำนั้นเป็นขบวนการใด แต่กลุ่มนี้มุ่งหวังดิสเครดิตรัฐบาล ทำให้รัฐบาลเสื่อมเสีย ทำให้ประเทศชาติเสียหาย เศรษฐกิจประเทศได้รับผลกระทบ ชาวต่างชาติไม่กล้ามาประเทศไทย มูลเหตุต้องการให้รัฐบาลเสียหน้า ขาดความน่าเชื่อถือ ไม่ได้รับการยอมรับจากอารยประเทศในเรื่องความปลอดภัยในประเทศ แค่เขาเตือนคนของประเทศเขาไม่ให้เข้าในประเทศไทย แค่นี่ก็เจ๊งแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่าเพียงแค่ต้องการดิสเครดิตรัฐบาล เหตุใดจึงต้องทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า เพราะที่ผ่านมาไม่เป็นผลสำเร็จ

เมื่อถามว่า หมายความว่า เชื่อมโยงกับเหตุระเบิดที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ผบ.ตร. กล่าวว่า ตนไม่ได้บอกว่าเชื่อมโยง หรืออาจเชื่อมโยง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นใครได้รับประโยชน์ รัฐบาลหรือใครที่ได้ประโยชน์จากเหตุที่เกิดขึ้น หรือที่ผ่านมามันอาจจะเบาเกินไป หรือไม่อย่างไร ยังไม่สรุป ต้องรอผลการสอบสวน

“ผมว่าไม่ใช่การก่อการร้าย ยังไม่ได้สรุปว่ามูลเหตุจากตรงไหน ก่อการร้ายใช่หรือไม่ การเมืองหรือไม่ ทุกประเด็นมีความสำคัญ ยังไม่ตัดประเด็นใดประเด็นหนึ่งทิ้งจนกว่าการสืบสวนสอบสวนจะบ่งชัด แล้วจะค่อย ๆ ตัดทีละประเด็น ยังไม่ได้บอกว่าจากเหตุการเมือง การก่อการร้าย หรืออื่น ๆ ที่มีความพยายามเชื่อมโยงปล่อยข่าว ว่าทำที่โน่น ที่นี่เหตุจากนั่นนี่ คิดไปเองทั้งนั้น ไม่รู้คิดกันได้อย่างไร” พล.ต.อ.สมยศ กล่าว

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวถึงการออกหมายจับชายเสื้อเหลืองตามภาพในกล้องวงจรปิดผู้ต้องสงสัยเป็นผู้วางระเบิด ว่า ใครก็ตามที่อยู่ในข่ายต้องสงสัย กี่คน มากน้อยอย่างไรอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนจักรยานยนต์รับจ้างที่ขี่ไปส่งชายต้องสงสัยนั้น มาพบตำรวจแล้ว ให้ความร่วมมืออย่างดี ให้ข้อมูลดีด้วย คนที่เรียกมามีอาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้างธรรมดา ที่เป็นพยานขี่ให้ผู้ต้องสงสัย แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าให้ข้อมูลอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ การที่ผู้ต้องสงสัยหลบหนีก็เป็นไปได้ว่ามีผู้ให้ความช่วยเหลือ เชื่อว่าไม่ทำคนเดียว ทำหลายคน เป็นขบวนการ มีการช่วยเหลือ ตั้งแต่ดูต้นทาง ตรวจสอบเส้นทางหลบหนี หรือแม้กระทั่งช่วยเหลือในการเตรียมวัสดุอุปกรณ์ เขาแบ่งหน้าที่กันทำ เพื่อที่จะให้ลดความสนใจ เพื่อลดการเป็นเป้าหมาย ซึ่งตนไม่เคยพูดว่ามีการหลบหนีไปต่างประเทศ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ตำรวจทราบตัวละครแล้ว พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนต้องสร้างประเด็น สร้างจินตนาการว่าถ้ามีคนอย่างนี้ควรทำกี่คน จะทำส่วนไหน อย่างไรบ้าง แล้วเอาเหตุการณ์ในอดีตมาเทียบเคียง เช่น หากจะประกอบระเบิด จะประกอบใน กทม. หรือ ซึ่งมันก็ไม่ใช่ ในอดีตจะประกอบระเบิดในต่างจังหวัดแล้วนำเข้ามาก่อเหตุ แต่ตอนนี้ยังไม่รู้ประกอบระเบิดที่ไหน แต่อยู่ในประเทศนี่แหละ

“หากจะถามว่าคนก่อเหตุเป็นชาวต่างชาติใช่หรือไม่ ผมต้องถามกลับว่าชาวต่างชาติจะทำได้ไหม ขับรถขึ้นสะพานลอยไปตรงนั้นตรงนี้ หากเป็นชาวต่างชาติต้องอยู่มา 3 ปีแล้ว คนกลุ่มนี้น่าจะรู้พฤติกรรมคนไทยมานาน ไม่อย่างนั้นจะรู้หรือว่าตรงไหน เวลาใด มีคนชอบไปเยอะ ๆ เขามุ่งหวัง คาดหวังชีวิต จึงต้องไปชุมชน คนคับคั่ง เช่น ที่ศาลพระพรหม ท่าเรือ ซึ่งหากโชคไม่ดีตกในจุดที่คนรอเรือคงมีคนเจ็บ ตายอีกเยอะ” ผบ.ตร. ระบุ

เมื่อถามว่าข้อมูลที่มีอยู่จะออกหมายจับและจับผู้ก่อเหตุได้หรือไม่ พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ทำตามขั้นตอน ต้องออกหมายจับ ส่วนจะจับกุมได้หรือไม่ อยู่ที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวน เป็นหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่รัฐทุกหน่วยต้องจับให้ได้ สร้างความมั่นใจให้คนไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีสั่งการว่า นอกจากจับคนร้ายให้ได้แล้ว ต้องสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนมา ต้องทำอย่างไรไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก ต้องดูแลสถานที่สำคัญ สถานที่สัญลักษณ์ สถานทูต ไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้ รวมไปถึงสถานที่ที่ชาวต่างชาติ นักท่องเที่ยวพักอาศัย ต้องวางมาตรการให้ชาวต่างชาตินักท่องเที่ยวมั่นใจเดินทางมาในไทยได้ตามปกติ วันนี้ประชุมที่นครบาลเพื่อวางมาตรการ และขอความร่วมมือพี่น้องคนไทย หากท่านคิดว่าการกระทำนี้เกิดจากชาวต่างชาติมาก่อการ คนไทยต้องกลับมารักกัน หวงแหนประเทศไทย ช่วยกันให้จับคนร้ายได้ ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้ขึ้นอีก ถามหัวใจคนไทยว่าถึงเวลาหรือยัง ไม่ใช่ให้ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องรับผิดชอบ เป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนแล้ว

ต่อข้อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่า มีมูลเหตุจากการเมือง แสดงว่า เจ้าหน้าที่บกพร่องจนตำรวจต้องมาแก้ปัญหาปลายเหตุหรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า ไม่ใช่หรอก แต่เป็นเรื่องที่กลไกของรัฐต้องรับผิดชอบด้วยกัน เพียงแต่หน้าที่หลักเป็นของตำรวจ เมื่อเราอาสามาเป็นตำรวจต้องทำ ทั้งนี้ ใครที่สามารถบอกข้อมูล เบาะแส สามารถนำไปสู่การจับกุมคนร้ายได้จะมีรางวัลนำจับ 1 ล้านบาท โดยติดต่อได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 1599 หรือ 191 หรือติดต่อตน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหณกุล ผบช.น. หรือแจ้งตำรวจคนไหนก็ได้ ถ้าจับได้ให้ 1 ล้านบาท

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวถึงกรณีที่ตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) จับกุมผู้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่าจะเกิดเหตุระเบิดก่อนหน้านี้ ว่า เป็นการมาแสดงตัวกับตำรวจว่าไม่เกี่ยวข้อง เพียงแต่โพสต์ข้อความเช่นนั้นออกไป ฝากบอกว่าพี่น้องประชาชนคนใดที่ชอบโพสต์ข้อความหากไม่จริง หากเป็นเท็จ หากเข้าข่ายความผิดมาตรา 14 พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ ตนสั่งการให้ดำเนินคดีเป็นตัวอย่าง

“จะดำเนินคดีสัก 10 คน 20 คน จะได้เข็ดหลาบสักที จะได้เลิกเล่นโซเชียลมีเดียแล้วโพสต์ข้อความให้คนอื่นเดือดร้อน วุ่นวาย แล้วพอถูกจับมาโอดครวญว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ แค่โพสต์ต่อ บางทีคนพวกนี้ติดคุกบ้างก็ดี จะได้รู้ว่าความคึกคะนองสร้างปัญหาให้ประชาชน มันไม่สนุกหรอก เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า” พล.ต.อ.สมยศ ระบุ


กำลังโหลดความคิดเห็น...