xs
xsm
sm
md
lg

ศาลสั่ง รพ.กรุงเทพ จ่าย 10 ล้าน ทำคลอดสาวญี่ปุ่นพลาด ไฟไหม้ผิวหนัง!

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


ศาลแพ่งสั่ง รพ.กรุงเทพ-แพทย์ร่วมชดใช้เงิน 10 ล้าน ฐานประมาททำคลอดบุตรสาวญี่ปุ่นผิดพลาด เครื่องห้ามเลือดไฟฟ้าเกิดช็อต ไฟลุกไหม้แผลที่ข้างลำตัวผิวหนัง และเซลล์ประสาทบาดเจ็บหนัก

ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ (29 ก.ค.) ศาลอ่านคำพิพากษาคดีผู้บริโภคหมายหมายเลขดำ ผบ.1461/2555 ที่ น.ส.มิคาโยะ อิโตะ อายุ 42 ปี ชาวญี่ปุ่น เป็นโจทก์ฟ้อง บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจโรงพยาบาลกรุงเทพ นพ.ธีระ วัชรปรีชานนท์ แพทย์สูตินรีเวช และบริษัท โควีเดียน (ประเทศไทย) จำกัด เป็นจำเลยที่ 1-3 เรื่องละเมิดจากการบริการ และเรียกค่าเสียหายจำนวน 82,638,252.90 บาท

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2555 โจทก์ตั้งครรภ์ไปทำคลอดที่ รพ.กรุงเทพ มีจำเลยที่ 2 เป็นแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดทำคลอดบุตร เริ่มการผ่าตัดเมื่อเวลา 07.00 น. แพทย์ทำการบล็อกหลัง ก่อนผ่าตัดเปิดแผลเพื่อนำตัวเด็กออกจากครรภ์ ระหว่างที่จำเลยที่ 2 ทำการผ่าตัดอยู่นั้น โจทก์ได้กลิ่นไหม้อย่างรุนแรง พร้อมกับได้ยินเสียงของจำเลยที่ 2 ร้องออกมาด้วยน้ำเสียงตกใจว่า “ปิดแผลก่อนๆ” ขณะนั้นโจทก์ไม่ทราบว่าเกิดเหตุผิดปกติอะไร เนื่องจากเกิดอาการชาอวัยวะท่อนล่าง กระทั่งทราบภายหลังว่าเกิดเหตุไฟไหม้ที่บริเวณข้างลำตัวด้านขวาอย่างรุนแรง เนื่องจากขณะผ่าตัดเครื่องห้ามเลือดไฟฟ้าที่ใช้สำหรับจี้ห้ามเลือดจากแผลผ่าตัด เกิดช็อต ขัดข้อง ทำให้ไฟลุกลามเป็นแผลที่ข้างลำตัวผิวหนังกำพร้า หนังแท้ ต่อมเหงื่อ และเซลประสาทถูกไฟไหม้ ศัพท์ทางการแพทย์เรียกว่า “DEEP BURN” เป็นแผลไฟไหม้ระดับ 3 รอยไหม้กว้าง 15 เซนติเมตร ยาว 30 เซนติเมตร จากบริเวณราวนมด้านขวาลงไปถึงต้นขาขวา ซึ่งเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของจำเลยทั้งสาม จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้โจทก์ต้องทนทุกข์ทรมานแสนสาหัส ต้องรับทำความสะอาดแผลตั้งแต่วันที่ 25 ก.พ. - 17 มี.ค. 2555 รวม 21 วัน การทำความสะอาดแผลต้องถูกดมยา หรือฉีดยาเพื่อให้หมดสติทุกครั้ง ส่งผลกระทบต่อความจดจำของโจทก์ ต่อมาวันที่ 31 มี.ค. 2555 แพทย์ทำการผ่าตัดเข้าผิวหนังที่โคนขาขวา กว้าง 10 เซนติเมตร ยาว 20 เซนติเมตร จำนวน 5 แผ่น ไปปิดปากแผลบริเวณลำตัวที่เกิดจากไฟไหม้ เนื่องจากผิวหนังบริเวณดังกล่าวตายไปแล้ว เมื่อเห็นบาดแผลทั้งหมดแล้วทำให้โจทก์มีอาการซึมเศร้า จิตใจย่ำแย่ ต้องปรึกษากับจิตแพทย์ โดยไม่ทราบว่าต้องใช้การรักษาไปอีกนานเพียงใด บาดแผลดังกล่าวทำให้โจทก์ไม่สามารถสวมใส่ชุดชั้นในได้ตามปกติ เพราะเมื่อถูกรัดโดนบริเวณแผลจะทำให้เจ็บปวดจนไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

การกระทำละเมิดของจำเลยทั้งสาม เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายต่อร่างกาย สุขภาพ อนามัย และจิตใจของโจทก์ จำเลยทั้งสามต้องร่วมกันรับผิด ชดใช้ค่าขาดรายได้จากการทำงาน เป็นเวลา 45 วัน เป็นเงิน 119,999.70 บาท ค่าผลกระทบต่อเงินเดือนและโบนัส จำนวน 2,364,253.20 บาท ค่าจ้างเลี้ยงดูบุตร จำนวน 90,000 บาท ค่าเดินทางจากบ้านพักที่จังหวัดระยอง มารักษาตัวที่ กทม. รวม 64,000 บาท ค่ารักษาในอนาคต เพื่อทำศัลยกรรมที่ประเทศญี่ปุ่นจำนวน 30,000,000 บาท ค่าเสียหายต่อร่างกาย สุขภาพ อนามัย และจิตใจ ที่ทำให้โจทก์ได้รับความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ จำนวน 50,000,000 บาท รวมทั้งสิ้น 82,638,252.90 บาท เหตุเกิดที่ รพ.กรุงเทพ เลขที่ 2 ซอยศูนย์วิจัย 7 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม.

ภายหลังนายกิตติพันธ์ ดวงภักดี ทนายความของ น.ส.มิคาโยะ กล่าวว่า ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่ 1-2 เป็นการกระทำโดยประมาท โดยจำเลยที่ 2 แพทย์ผู้ทำการผ่าตัดมีหน้าที่ต้องควบคุมและตรวจสอบการผ่าตัดทำคลอด แต่จำเลยประมาทไม่ใช้ความระมัดระวังเพียงพอ ทำให้เกิดไฟฟ้าช็อตจนเกิดแผลไหม้ที่บริเวณลำตัวของโจทก์ จึงให้จำเลยที่ 1-2 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ 10,273,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย ร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันเกิดเหตุวันที่ 25 ก.พ. 2555 และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 นอกจากนี้ น.ส.มิคาโยะ ยังได้แจ้งความในคดีอาญากับ รพ.กรุงเทพ และ น.พ.ธีระ ในข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า

น.ส.มิคาโยะกล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุขึ้นยังไม่เคยได้รับคำขอโทษจากฝ่าย รพ.กรุงเทพ และแพทย์ และฝ่ายจำเลยก็ไม่เคยใส่ใจดูแลใดๆเลย ทั้งที่ตนและสามีก็ยอมเสียค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดราคาสูงตามที่ รพ.เรียกชำระ กระทั่งวันนี้ศาลได้มีคำพิพากษาว่าทาง รพ.และแพทย์ จะต้องร่วมกันรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย จากการที่กระทำการประมาท ปัจจุบันยังคงต้องรักษาบาดแผลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกว่าจะมีคำพิพากษาในวันนี้ต้องใช้เวลานานถึงครึ่งปี ฉะนั้นหากใครที่พบเจอเหตุการณ์อย่างตนขอให้จดบันทึกในทุกๆวัน รวมทั้งการบันทึกภาพเป็นหลักฐานด้วย จะช่วยให้สามารถต่อสู้คดีในชั้นศาลได้