xs
xsm
sm
md
lg

“พงศพัศ” มอบเงินแม่ค้าขนมเบื้องหลังถูกแก๊งทวงหนี้โหดรุมน่วม พร้อมเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยสองฝ่าย

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม

พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ อดีต รอง ผบ.ตร. มอบเงิน7,000บาทเพื่อปลอบขวัญให้กับน.ส.สุภาพร ทองแตง อายุ 65 ปี แม่ค้าขนมเบื้องตลาดบางแคที่ถูกแก๊งทวงหนี้ทำร้ายร่างกายและทำลายทรัพย์สินจนได้รับความเสียหาย
“จูดี้” รุดเยี่ยมและปลอบขวัญแม่ค้าขนมเบื้องตลาดบางแค หลังถูกแก๊งทวงหนี้โหดทำร้ายร่างกาย และนำเงิน 7,000 บาทมอบให้ ระบุจะเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยสองฝ่ายเอง ระบุสิ่งแรกที่จะทำหลังกลับเข้าวงการสีกากีในตำแหน่งเดิมคือต้องทำให้ ตร.ชุมชนทุก สน.เข้มแข็ง และดำเนินการสร้างกระบวนการเชื่อมโยงกันระหว่าง ปชช.กับ ตร.ให้ดี


วันนี้ (28 มี.ค.) เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ อดีต รอง ผบ.ตร. พ.ต.อ.ภาดล ประภานนท์ รอง ผบก.น.9 ร.ต.ต.อิทธิพันธ์ วัฒนาอมร พนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม ซึ่งเป็นเจ้าของคดี ได้รุดไปเยี่ยมและปลอบขวัญ น.ส.สุภาพร ทองแตง อายุ 65 ปี แม่ค้าขนมเบื้องตลาดบางแค ที่ถูกแก๊งทวงหนี้ทำร้ายร่างกายและทำลายทรัพย์สินจนได้รับความเสียหาย ที่บ้านเลขที่ 206/4 ซอยวัดนิมมานรดี แขวงบางแค เขตภาษีเจริญ กทม.

โดย พล.ต.อ.พงศพัศเดินเข้าไปในบ้าน น.ส.สุภาพรก็รีบโผเข้าไปกอดด้วยความดีใจ ทาง พล.ต.อ.พงศพัศยังนำเงินสดจำนวน 7,000 บาท ใส่ซองมามอบให้เหยื่อแก๊งเงินกู้โหด เพื่อเป็นการปลอบขวัญและเป็นเงินทุนไปซื้อหาอุปกรณ์ทำขนมเบื้องชุดใหม่แทนชุดเก่าที่ได้รับความเสียหายจากแก๊งโหดอีกด้วย

น.ส.สุภาพรกล่าวด้วยความตื้นตันว่า รู้สึกดีใจมากที่ พล.ต.อ.พงศพัศให้ความสนใจมาดูแลด้วยตัวเอง อยากขอร้องให้ท่านช่วยดูแลเรื่องความปลอดภัยของตนและครอบครัวหลังจากนี้ ตนยอมรับว่าเคยคิดทำเรื่องกู้ธนาคารออมสินแต่ติดที่ระเบียบเยอะต้องหาคนค้ำ จึงหันมากู้โต๊ะรายวันซึ่งสะดวกกว่า ที่สำคัญพวกโต๊ะเงินกู้นอกระบบจะเดินเข้ามาหาลูกค้าเอง โดยเฉพาะนายรุ่งโรจน์ หัวหน้าแก๊งคู่กรณีนั้น เคยนำนามบัตรมาวางให้ถึงที่แผง ตนจึงตัดสินใจขอกู้ในวงเงิน 7,000 บาท และขอส่งทั้งเงินต้นและดอกเป็นรายวัน วันละ 300 บาท นาน 1 เดือน แต่ก่อนเกิดเหตุตนขาดส่งแค่ 4 วันเพราะขายของไม่ได้ ทำให้ถูกรุมทำร้ายร่างกาย ที่ผ่านมามีพ่อค้าแม่ค้าซึ่งเป็นลูกหนี้ของนายรุ่งโรจน์หลายรายถึงกับต้องย้ายแผงหนีและหายหน้าไปเฉยๆ เพราะทนพฤติกรรมการข่มขู่ทวงหนี้แบบโหดๆ และคำด่าทอหยาบคายไม่ได้ แต่ตนไม่คิดหนีไปไหนทำให้ต้องเจ็บตัวในที่สุด สำหรับบาดแผลตอนนี้ก็มีเจ็บที่บริเวณดวงตาที่ถูกต่อย และตามลำตัวที่ถูกทั้งไม้และโต๊ะฟาดฟกช้ำ

ส่วนทางด้านคดี ร.ต.ต.อิทธิพันธ์ วัฒนาอมร พนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม เปิดเผยว่า ตำรวจจับกุมคนร้ายได้ทั้งหมดแล้ว 6 คน มีผู้ใหญ่ 3 คน และเยาวชนอายุไม่ถึง 18 ปี อีก 3 คน ในส่วนของผู้ใหญ่คือ นายรุ่งโรจน์ อัมพุธ อายุ 23 ปี หัวหน้าแก๊ง และนายชลวิทย์ เที่ยงแท้ อายุ 21 ปี ได้ทำการแจ้งข้อหาและนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญาธนบุรี โดยได้แนบท้ายขอคัดค้านการให้ประกันตัวไปด้วย สำหรับผู้ใหญ่อีก 1 คน คือ นายดนุสรณ์ ชาวอุบล อายุ 23 ปี ซึ่งถูกแทงได้รับบาดเจ็บยังนอนพักที่ รพ.ราษฎร์พิพัฒน์ ก็ได้อายัดตัวไว้ รอหายดีก่อนคุมตัวมารับทราบข้อกล่าวหาและดำเนินการเช่นเดียวกัน ขณะที่เยาวชนอีก 3 คนจะคุมตัวส่งศาลให้สถานพินิจรับตัวไปดูแล ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ และร่วมกันข่มขู่กรรโชกทรัพย์ ซึ่งโทษหนักสุดคือจำคุกไม่เกิน 7 ปี แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่

ด้าน พล.ต.อ.พงศพัศเปิดเผยว่า สำหรับปัญหาแก๊งทวงหนี้นอกระบบในปัจจุบันถือเป็นปัญหาสำคัญที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนโดยเฉพาะชาวบ้านรากหญ้า เมื่อเกิดกรณีลงไม้ลงมือทำร้ายร่างกายกันทำให้สังคมยอมรับไม่ได้ สำหรับคดีนี้ผู้ก่อเหตุต้องว่ากันไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยให้ผู้เสียหายตนได้ประสานให้ พ.ต.อ.ภาดล ประภานนท์ รอง ผบก.น.9 ช่วยดำเนินการแล้ว โดยการจะจัดสายตรวจไปตรวจตราบริเวณตลาดบางแคให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งหลังจากที่ตนกลับเข้ามารับราชการตำรวจก็จะติดตามความคืบหน้าให้อย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญมากกว่านั้นจะต้องหาแนวทางแก้ไขปัญหานี้ให้ได้อย่างยั่งยืนโดยประสานกับทางกรุงเทพมหานครเรื่องกองทุนชุมชนเมือง ที่จะนำเงินมาปล่อยกู้โดยคิดดอกเบี้ยราคาถูก ชาวบ้านจะได้ไม่ต้องรับภาระจากการคิดดอกเบี้ยราคาแพงของโต๊ะเงินกู้นอกระบบ หลังจากคดีของ น.ส.สุภาพร เสร็จสิ้นตนก็จะขอเป็นคนกลางดูแลเรื่องนี้ต่อไปหากเป็นได้จะนำตัวนายรุ่งโรจน์ หัวหน้าแก๊งมาพูดคุยกับ น.ส.สุภาพร เพื่อตกลงปัญหาที่ผ่านมาให้เข้าใจกัน

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวอีกว่า ก่อนอื่นตนต้องขอแสดงความยินดีกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ที่วันนี้ กกต.มีมติรับรองให้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ดูแลประชาชนเมืองหลวงต่อไป ส่วนตนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้นำเอกสารไปยื่นเรื่องขอกลับเข้ารับราชการตำรวจในตำแหน่งเดิมกับทาง ก.ตร. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อกลับมารับใช้พี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่อีกครั้ง โดยในระหว่างที่รอการพิจารณาและรอรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ตนก็จะทำหน้าที่รับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนไปเรื่อยๆ ก่อน เพื่อเตรียมข้อมูลและลงมือแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงทีเมื่อกลับไปดำรงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.ตามเดิม โดยเวลานี้คิดเอาไว้แล้วว่าจะทำอะไร เนื่องจากในช่วงที่ตนเป็นผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีโอกาสลงพื้นที่ไปรับฟังปัญหาต่างๆ จากชาวบ้านมากมาย หลังจากนี้จะไปหารือกับท่าน ผบ.ตร. ผบช.น.และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในประเด็นการร่วมกันแก้ไขปัญหาอาชญากรรม ปัญหายาเสพติด ปัญหาสภาพการจราจร และปัญหาที่เกิดจากหนี้นอกระบบ ซึ่งได้รับการร้องเรียนเข้ามาจำนวนมาก

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวต่ออีกว่า สิ่งแรกที่ตนคิดทำหลังจากได้กลับเข้ามาดำรงตำแหน่ง คือ ต้องทำตำรวจชุมชนทุก สน.ให้เข้มแข็ง ให้กำลังพลเหล่านี้เดินหน้ารุกไปหาชาวบ้านถึงในชุมชน ไปรับฟังความคิดเห็น รับฟังปัญหา ไปดำเนินการสร้างกระบวนการเชื่อมโยงกันระหว่างประชาชนกับข้าราชการตำรวจให้ดีกว่านี้ ซึ่งทางเราจะสามารถนำข้อร้องเรียนทั้งหมดมาพิจารณาและหาทางออกให้กับชาวบ้านได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะเรื่องแก๊งทวงหนี้นอกระบบที่วันนี้ได้ฟังปัญหาจากปากผู้เสียหายแล้วว่าเคยคิดจะกู้เงินในระบบแต่ติดอุปสรรคมากมายจนต้องหันหน้าไปพึ่งพานายทุนหน้าเลือด ต่อจากนี้จะต้องทำให้ชาวบ้านเข้าหาเงินทุนที่ทางหน่วยราชการจัดมาให้กู้ได้ง่ายยิ่งขึ้น อาทิ กองทุนชุมชนเมือง ที่สามารถกู้ได้โดยมีดอกเบี้ยราคาถูก ฝากไปถึงพวกโต๊ะเงินกู้นอกระบบด้วยว่าการใช้ความรุนแรงจะสร้างความเสื่อมเสียต่อสังคม ขอให้ท่านหยุดพฤติกรรมดังกล่าวเดี๋ยวนี้




กำลังโหลดความคิดเห็น