xs
xsm
sm
md
lg

สัมปรายภพ

เผยแพร่:   โดย: พระบาท นามเมือง

ท่านผู้อ่านครับ พระบาทเคยตั้งความหวังไว้ตั้งแต่เล็กแล้ว เมื่อครูสอนภาษาไทยเคยจับได้ว่า พระบาทชอบแต่งเรื่องอ่านเล่นให้เพื่อนๆ อ่านเล่น เมื่อเรียนอยู่ในโรงเรียนวชิราวุธ เวลานั้นอยู่ ม.3-ม.4 โดยเลียนสำนวน ป.อินทรปาลิต และ จ.ไตรปิ่น คนหลังนี้จะอธิบายเพิ่มเติม

ครูภาษาไทยรักผมมาก ไม่ได้ดุหรือกล่าวโทษ แต่บอกว่าเธอควรที่จะเขียนหรือแต่งหนังสือเป็นเรื่องเป็นราว ครูอยากอ่านนิยายเรื่องแรกของเธอก่อนครูตาย

นับแต่นั้นมา ผมก็ฝันว่า จะเขียนนิยายให้ได้ก่อนครูตาย ลงท้ายก็ไม่ได้ มีแต่เรื่องสั้นอยู่ 2-3 เรื่อง ซึ่งไม่ได้ดั่งใจ แม้จะประกวดชนะเลิศอยู่เรื่องหนึ่งก็เถอะ

ส่วนเรื่อง จ. ไตรปิ่น ผมเคยพบแต่แค่แอบมองเท่านั้น เป็นเรื่องเศร้าจริงๆ คุณอัศศิริ ธรรมโชติ ลูกศิษย์ผมจากนิเทศศาสตร์รู้ดี เราทำนิตยสาร “ส่ออนาคต” มาด้วยกัน

วันหนึ่ง อัศศิริบอกผมว่า มีนักเขียนมาขายเรื่อง แต่มันคงลงไม่ได้ ผมสนใจหรือไม่ แล้วอัศศิริก็ส่งต้นฉบับ 5 เรื่อง ให้ผม ผมดูนามปากกาและตะลึง เจ้าของบทประพันธ์ คือ จ. ไตรปิ่น ผู้เขียนในดวงใจผมตั้งแต่เด็กนั่นเอง อัศศิริบอก แกมักเอาเรื่องมาขายอยู่บ่อยๆ โดยอัศศิริรับซื้อเป็นครั้งคราว จนไม่ไหว

ผมรับซื้อไว้ในราคา 2 เท่า ที่ต้องการแต่เดิม

“อาจารย์ไปพบแกหน่อย จะได้รู้จักกันไว้”

“นั่นซี” ผมบอกอัศศิริ

เอาเข้าจริงๆ ผมทำไม่ได้ ผมบอกอัศศิริว่า ผมทนเห็น จ.ไตรปิ่นในสภาพของคนแก่ที่ใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาวเก่าๆ กางเกงสีน้ำตาลดูเรียบง่าย แบมือรับเงินผมจากอัศศิริด้วยแววตาเศร้าๆ แต่ดีใจไม่ได้ ผมแอบดูอยู่บนบันไดห่างๆ มารู้อีกทีน้ำตาผมไหลออกมาไม่รู้ตัว นี่คือนักเขียนที่ผมรักและเคารพ และเอาเป็นแบบอย่าง เคยลอกใช้สำนวนมาหลายครั้ง บัดนี้ชายคนนี้อยู่ตรงหน้าผม ทำไมผมจึงไม่เข้าไปหา และขอกอดหรือกราบลงที่เท้าสักครั้งในฐานะครูผู้ให้วิชาสักครั้ง

ผมเป็นศิษย์ไร้ครูอย่างนี้หรือ?

ทุกวันนี้ ผมยังไม่ลืมวันนั้น วันที่ผมเสียดายโอกาสครั้งเดียวในชีวิตที่จะไม่หวลกลับมาอีก

ผมซื้อเรื่องของ จ.ไตรปิ่นอีก 20 กว่าเรื่อง จนเขาหายไป

เป็นตายร้ายดีอย่างไรไม่ทราบ ผมไม่ได้ข่าวจากเขาอีกเลยมาหลายปีแล้ว

แต่ผมก็ยังฝันอยู่ จนวันนี้ผมกำลังจะทำสิ่งที่ผมฝันใกล้สำเร็จแล้วครับ

นิยายเรื่องแรกมีตัวละคร มีเรื่องราวของบุคคลที่เป็นตัวเอกของเรื่อง 6-7 คน เกิดใน 3-4 ประเทศ ตั้งแต่ไทย, รัสเซีย, อัฟกานิสถาน ตั้งแต่ สกลนคร, Minsk, Kiev, Kabul มีชื่อเช่น ทนง, ดิมิตรี, นฤบาลภูเบศ, ลุดมิลา, อรนุช, เจนนิเฟอร์ และคนอื่นๆ ในอเมริกา

เรื่องทั้งหมดผูกอยู่กับความพยายามทำลายชื่อเสียงและหักหน้าไทย-อเมริกา เกี่ยวกับสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของสยาม โดยเป็นการทำลายชื่อเสียงระดับนานาชาติซึ่งไม่ใครคิดว่าจะทำได้เลย

จะทำได้หรือไม่ ก็เป็นเรื่องของการไล่ล่า การทรยศหักหลัง การขายชาติ และการเสียสละ การสูญเสีย

ขณะที่ความรักเป็นแนวคิดที่อธิบายถึงขอบเขตที่กว้างใหญ่กว่าความรักของหนุ่มสาวเท่านั้น

ผมคงจะใช้เวลาเขียนนวนิยายที่ว่านี้ประมาณ 3 เดือน และจะเขียนรวดเดียวให้จบประมาณ 300 หน้าพิมพ์ ใช้ข้อมูลจาก 3 ประเทศ ทั้งโบราณคดี, ประวัติศาสตร์, การข่าวกรอง, ข้อมูลศาสนาพุทธ, คริตส์ศาสนา ฯลฯ จำนวนมาก

แต่นี่มิได้หมายความว่านวนิยายจะเป็นวิชาการมากไปกว่าข้อมูลเป็นแค่แบ็คกราวน์เท่านั้น และจะเสริมให้ความรู้ส่งให้นวนิยายเดินไปได้ พร้อมกับจินตนาการที่มีฐานรองรับอย่างสมบูรณ์ มีเหตุและผลที่อ้างอิงได้บ้าง

ผมเป็นห่วงอย่างเดียวคือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นหัวใจของเรื่องนั้น ผมสมควรจะนำมาเขียนถึงหรือไม่ เพราะอาจไม่บังควร

คนอาจประท้วงว่า ผมก้าวล่วง ล้ำเส้นได้

ผมคิดหนัก และจะต้องหารือกับผู้รู้เสียก่อน

ถ้าไม่ได้ ผมต้องหาทางเลี่ยงๆ ไม่ก็ละไว้ “ในฐานที่เข้าใจ”

งานที่ทำไปแล้วคือ ร่างแรกคือตัวละครและบุคลิกของแต่ละคน โดยให้รายละเอียดคร่าวๆ และจำนวนหน้าที่จะให้ของแต่ละคนในการแนะนำตัวเอกแต่ละคนให้ผู้อ่าน คนละ 10 หน้า 5-6 คน ก็ไม่เกิน 80 หน้า

พล็อตนั้น ผมวางไว้หลวมๆ ประมาณ 3-4 หน้า เดินเรื่องไว้คร่าวๆว เพื่อให้เวลาเขียนจะได้พลิกแพลงได้ ส่วนกาลเวลาใช้ตั้งแต่ปี 2489 ถึงปัจจุบัน

สิ่งที่ต้องค้นคือข้อมูลของเมืองต่างๆ บางแห่งผมไปมาแล้ว เคยอยู่ด้วยซ้ำ มี 2-3 แห่ง ผมอยู่มาตั้งแต่ 7-8 ปี ถึง 2-3 ปี มีความทรงจำติดตา

ถ้าพิมพ์ก็จะเสร็จกลางปีหน้าครับ ผมจะขายในราคาถูก โดยพิมพ์อย่างมีคุณภาพ และจะไม่ให้ซับซ้อนเกินไป หากจะมีคนสนใจไปสร้างเป็นละคร กระทั่งผู้ที่จะเล่นในละครผู้ใดผู้หนึ่ง ผมก็รู้ตัวแล้วว่าใครเหมาะสม การถ่ายทำไม่ยาก ฉากส่วนใหญ่อยู่ในประเทศ

ผมอาจตั้งความหวังไว้เกินตัว แต่ฝันกำลังจะแปรสู่ความเป็นจริง และเมื่อเสร็จผมจะอุทิศให้กับครูภาษาไทย ของผมที่เสียชีวิต และไม่อาจรับรู้ได้ และนักเขียน 2 คนที่เป็นครูพักลักจำ

นอกนั้นผมเขียนนิยายนี้ ก็ไม่หวังอย่างอื่น ไม่ว่ารางวัลใดๆ

ผมเพียงแค่อยากเขียนเท่านั้นเองครับ

ระหว่างนี้ผมติดต่อผู้ที่จะเป็น Reader ให้มีคนเดียวเท่านั้น และคิดว่าถ้าเป็นไปได้อาจมีผู้ช่วยดูเรื่องต้นฉบับอีก 1 คน คนหลังนี้ได้รางวัลซีไรท์มา 2 ครั้งด้วย

หวังว่าคงจะคอยอ่านนิยายเรื่องนี้นะครับ จะใช้ชื่อว่า “สัมปรายภพ”