xs
xsm
sm
md
lg

New China Insights : “ทองคำฟีเวอร์” ของประชาชนจีนในยุคนี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


คนจีนยังคงแห่ซื้อทองแม้ช่วงที่ราคาทองสูงมาก (ภาพจาก เวยปั๋ว)
โดย ร่มฉัตร จันทรานุกูล

ในบทความนี้ผู้เขียนอยากจะบอกเล่าสู่กันฟังถึงประเด็น “ทองคำฟีเวอร์” ในจีน ซึ่งหลายท่านอาจจะพอทราบว่าทั้งรัฐบาลจีนและคนจีนมีการซื้อทองคำที่สูงมาโดยตลอด โดยเฉพาะรัฐบาลจีนที่พยายามลดความเสี่ยงของการถือดอลลาร์และพันธบัตรสหรัฐฯและหันมาทยอยซื้อทองคำเข้าเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในมุมของประชาชนจีนเองก็ชอบทองคำเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จากค่านิยมวัฒนธรรมของคนจีนที่ชอบซื้อทองคำในวันแต่งงานหรือซื้อให้กับเด็กทารกแรกเกิด ทั้งมีการให้ทองคำในวันสำคัญต่างๆกับคนในครอบครัว ทำให้ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่คนจีนคุ้นเคย และหลังจากที่เศรษฐกิจจีนก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง ชนชั้นกลางมีมากขึ้น ทำให้ประชาชนจีนเริ่มหันมาซื้อทองคำแท่งเพื่อเก็บและเก็งกำไรกันมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้กำไรจากการลงทุนทองคำมากถึงสองหลัก ทำให้คนจีนหันมาซื้อทองคำแท่งเพื่อลงทุนเป็นจำนวนมาก

จีนใช้ทองคำมาตรฐาน 99.99% สำหรับทองคำแท่ง และ 99.9% สำหรับทองรูปพรรณ จะค่อนข้างต่างจากไทยที่มาตรฐานในประเทศคือ 96.5% และในช่วงปี 2025 ที่ผ่านมาโครงสร้างการซื้อขายทองคำของคนจีนเปลี่ยนไปชัดเจนจาก “การบริโภคสู่การลงทุน” ในปี 2025 ความต้องการลงทุนทองคำของชาวจีนอยู่ที่ 1,141 ตัน ทำสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์ โดยทองคำแท่งและเหรียญทองเพื่อการสะสมมีสัดส่วนมากกว่า 60%

 การเปลี่ยนแปลงนี้มีสาเหตุหลักจากการสะสมความมั่งคั่งของภาคครัวเรือนจีนที่ก่อนหน้าอาจจะให้ความสำคัญกับอสังหาริมทรัพย์แต่ขณะนี้ทองคำเหมือนจะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า  สองคือนวัตกรรมทางการเงินของจีนมีความก้าวหน้ามากขึ้น เช่น ผลิตภัณฑ์อย่าง GoldETF และทองคำดิจิทัลในแพลตฟอร์มของธนาคารและเอกชนจีนก็มีมากขึ้น ช่วยลดข้อจำกัดในการเข้าถึงการลงทุน โดยในปี 2025 ปริมาณการถือครองทองทำผ่าน Gold ETF ในจีนเพิ่มขึ้นกว่า 120% 

ความต้องการเครื่องประดับทองคำนอกจากเพื่อลงทุนแล้ว คนจีนซื้อใส่ในชีวิตประจำวันและให้เป็นของขวัญกันมากขึ้นโดยผู้บริโภคเพศหญิงมีสัดส่วนถึง 95% ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ทองคำสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้สูงขึ้น เช่น ทองรูปพรรณจีนที่เป็นงานหัตถศิลป์ ที่เรียกว่า “ทองโบราณ” (古法金) มีค่ากำเหน็จ (ค่าพรีเมียม) ต่อชิ้นที่สูงมาก และได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคจีน

ชาวเน็ตจีนพากันปลุกกระแสเก็บทอง (ภาพจาก Bilibili)
สภาทองคำโลก (World Gold Council) ได้เผยแพร่รายงาน “แนวโน้มความต้องการทองคำโลก” ซึ่งระบุว่า ในปี 2025 ความต้องการทองคำรวมทั่วโลกอยู่ที่ 5,002 ตัน ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และในบรรดาความต้องการทั้งหมดความต้องการด้านการลงทุนเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โดยเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 2,175 ตัน สำหรับประเทศจีนความต้องการลงทุนในทองคำจริง (ไม่ใช่ทองกระดาษ) มากเป็นพิเศษ โดยในปี 2025 นักลงทุนจีนซื้อทองคำแท่งและเหรียญทองรวม 432ตัน เพิ่มขึ้น 28% จากปี 2024 และทำสถิติสูงสุดรายปี ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นถึงนักลงทุนจีนยังคงมีความเชื่อมั่นต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์รักษามูลค่าและเพิ่มมูลค่า

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยิ่งกระตุ้นความสนใจของนักลงทุนจีน ประเทศจีนไม่เพียงมีบทบาทสำคัญในภาคบริโภคทองคำในตลาดโลกเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในด้านการผลิตและขุดเหมืองทองคำด้วย ในปี 2024 การผลิตทองคำจากวัตถุดิบภายในประเทศอยู่ที่ 377.24 ตัน เพิ่มขึ้น 2.09 ตันจากปี 2023 ในจำนวนนี้ทองคำจากเหมืองทองคำมีสักส่วน เท่ากับ 298.41 ตัน จีนยังมีการลงทุนเหมืองทองคำในต่างประเทศอย่างต่อเนื่องด้วย


ในมุมของการสะสมทองคำโดยธนาคารกลางจีน ธนาคารกลางจีนได้เพิ่มทองคำต่อเนื่อง ในปี 2025 เพิ่มขึ้น 26.75 ตัน โดยรวมจีนมีทองคำสำรองประมาณ 2,306.32 ตัน ทำให้สัดส่วนทองคำในทุนสำรองเงินตราต่างประเทศเพิ่มเป็น 9.51% ด้านการเติบโตของ Gold ETF ในจีน ระหว่างปี 2025 มีการถือครองรวม 247.852 ตัน มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร 2.4 แสนล้านหยวน เพิ่มขึ้น 243% ส่วนมูลค่าการซื้อขายในตลาดซื้อขายทองคำเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Gold Exchange) มีปริมาณ 24.93 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้น 43.89% และมูลค่าการซื้อขายทองคำในตลาดซื้อขายล่วงหน้าเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Futures Exchange) มีปริมาณ 88.97 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้น 111.93% จากข้อมูลนี้ทำให้เห็นว่าในตลาดซื้อขายบนกระดานทองคำกำลังเปลี่ยนทองคำไปสู่สินทรัพย์หลัก

โครงสร้างความมั่งคั่งของครัวเรือนจีนจากอสังหาริมทรัพย์ เงินฝากและการลงทุนแบบดั้งเดิม เปลี่ยนไปสู่การลงทุนแบบหลากหลายและเชื่อมโยงกับตลาดโลกอย่างทองคำมากขึ้น แต่ทั้งนี้การลงทุนทองคำก็มีความเสี่ยง ช่วงหลังปี 2011 ราคาทองคำเคยใช้เวลาปรับฐานถึง 9 ปี ในตอนนั้นก็มีนักลงทุนชาวจีนโดยเฉพาะกลุ่มที่ไล่ซื้อตามราคาที่กำลังขึ้น สุดท้ายราคาทองถูกเทขายราคาทุบลงทำให้ขาดทุนเป็นจำนวนมากและอยู่บนดอยเป็นเวลานาน (ซื้อเข้าที่ราคาสูงและถ้าขายออกก็ขาดทุน)

จากราคาทองที่พุ่งสูงจึงกลายเป็นเป้าของสแกมเมอร์และการฟอกเงินมากขึ้น (ภาพจาก Tencent News)
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจว่า ตลาดทองคำเซี่ยงไฮ้ได้เริ่มเปิดตัวสัญญาซื้อขายทองคำ ที่กำหนดราคาเป็นเงินหยวน (RMB-denominated gold contracts)โดยในปี 2025 ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันทะลุ 50 ตัน ซึ่งช่วยลดอิทธิพลของการกำหนดราคาทองคำด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ตั้งแต่ต้นปี 2026 เป็นต้นมาราคาทองมีความผันผวนรายวันที่สูงมาก โดยมีอัตราความผันผวนรายวันเกิน 3% ซึ่งรุนแรงขึ้น 60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2025 ซึ่งทำให้ธนาคารจีนบางแห่งระงับการรับซื้อคืนทองคำในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

เนื่องจากราคาทองที่สูงทำให้ทองคำกลายเป็นแหล่งฟอกเงินชั้นดีของเหล่ามิจฉาชีพจีน ข้อมูลจากหน่วยงานตำรวจจีนประจำท้องที่หลายแห่งระบุว่า ช่วงสองปีที่ผ่านมา มูลค่าคดีฉ้อโกงที่เกี่ยวข้องกับทองคำเพิ่มขึ้นกว่า 150% ยกตัวอย่างรายงานข่าวในประเทศชิ้นหนึ่งเผยว่าชายคนนึง เข้าร้านทองติดกันสองวัน โดยใช้เงินสดซื้อทองถึง 7 ล้านหยวนหรือประมาณ 31 ล้านบาท โดยซื้อแบบไม่เลือกแบบ ไม่ชั่งน้ำหนักทอง หลังชำระเงินเรียบร้อยแล้วชายคนนี้ไม่ได้ถือทองออกไปเอง แต่กลับแบ่งทองบรรจุหีบห้อหลายห่อและส่งให้คนที่รออยู่ด้านนอก ผู้จัดการร้านเริ่มสงสัยจึงแจ้งตำรวจ สุดท้ายพบว่าเขาเป็นพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มาซื้อทองเพื่อฟอกเงิน อีกกรณีคือเหตุซื้อทองทางออนไลน์ 200 กรัมแต่ผู้รับพยายามหลีกเลี่ยงไปรับของด้วยตัวเอง เขาขอให้วางไว้ในตู้พัสดุหรือให้คนอื่นไปรับแทน พนักงานส่งของรู้สึกผิดปกติจึงแจ้งตำรวจก็พบว่าผู้รับเป็นมิจฉาชีพ ส่วนผู้ส่งเป็นเหยื่อของคอลเซ็นเตอร์ เป็นต้น

ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมทองคำและนักวิเคราะห์การเงินของจีนคาดการณ์ว่า ปี 2026 นี้ราคาทองคำยังอยู่ในแนวโน้มผันผวนและเป็นขาขึ้น ทำให้ทองคำจะกลายเป็นสินทรัพย์กลางที่ถูกใช้ในการฟอกเงินมากขึ้น แม้หน่วยงานรัฐของจีนจะขยายการปราบปราม แต่ก็ยังมีความเสี่ยง จึงมีการแจ้งเตือนผู้บริโภคให้เพิ่มความระมัดระวัง “กลโกงเกี่ยวกับทองคำ” ที่มากขึ้นตามราคาทองคำที่พุ่งสูง

โดยสรุป กระแสการลงทุนทองคำของชาวจีนเป็นผลมาจากการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจ จากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา ดอกเบี้ยต่ำ อสังหาฯถดถอยและตลาดคริปโตยังไม่สามารถซื้อขายได้ในจีน ทองคำจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจและยัง “ฟีเวอร์”ในหมู่ชาวจีน แต่เนื่องจากราคาผันผวนสูง ทองคำก็กำลังกลายเป็นสินทรัพย์เสี่ยง การลงทุนทองในยุคนี้จึงจำเป็นต้องใช้เหตุผลและการวิเคราะห์มากกว่าการไหลไปตามกระแส และเนื่องจากราคาทองที่สูงอย่างต่อเนื่องแปลงเป็นเงินสดได้ง่าย ทองคำจึงกลายเป็นแหล่งฟอกเงินชั้นดีของแก๊งคอลเซ็นเตอร์จีน (เหมือนอย่างกรณี “เงินเทา” จากพวกสแกมเมอร์ในกัมพูชาไหลเข้าซื้อทองคำไทยเพื่อฟอกเงิน)