เซาท์ไชน่า มอร์นิ่งโพสต์ - มหาวิทยาลัยฮ่องกงเผยผลวิจัย การค้นพบเชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์ใหม่ล่าสุด ซึ่งอาจร้ายแรงมากกว่าเอช7เอ็น9 (H7N9) พร้อมระบุ “หากไม่เร่งป้องกัน มีสิทธิ์ระบาดระหว่าง 'มนุษย์สู่มนุษย์' แน่นอน”
รายงานข่าว (22 ส.ค.) กล่าวว่า นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮ่องกงที่ศึกษาวิจัยเชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์ เอช7เอ็น9 (H7N9) ซึ่งแพร่ระบาดในจีนมาตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ได้เผยแพร่รายงานการวิจัยผ่านนิตยสารวิทยาศาสตร์และการแพทย์เนเจอร์ (Nature) ว่า ค้นพบเชื้อไวรัสในกลุ่มสายพันธุ์ H7 ขึ้นมาใหม่อีกตัว ซึ่งหลบซ่อนอยู่ในฟาร์มไก่ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของแดนมังกร
เชื้อมรณะที่เพิ่งถูกค้นพบนี้ มีชื่อว่า เอช7เอ็น7 (H7N7) อันเป็นเชื้อที่อยู่ในสายพันธุ์หลักเดียวกันกับ H7N9 โดยนักวิจัยชี้ว่า “จากการทดลองในห้องแล็ป พบว่าเชื้อไวรัสชนิด H7N7 สามารถติดต่อระหว่างสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และอาจมีความรุนแรงมากกว่าเชื้อไวรัส H7N9 ที่ระบาดอยู่ในปัจจุบันก็เป็นได้”
“หากปล่อยให้เชื้อไวรัส H7N7 นี้ แพร่กระจายเชื้อในสัตว์ปีกอย่างอิสระ ผมมั่นใจว่าจะต้องพบการแพร่เชื้อจากมนุษย์สู่มนุษย์แน่นอน รวมถึงโรคติดต่อหลากชนิดที่เลวร้ายกว่าเดิมอีกด้วย” ก่วน อี้ หนึ่งในผู้ร่วมวิจัยกล่าว
ทั้งนี้ โครงการวิจัยดังกล่าวเป็นความร่วมมือของคณะนักวิจัยที่นำโดยดร.แมเรีย จู หวาเฉิน และดร.ก่วน อี้ จากมหาวิทยาลัยฮ่องกง (the University of Hong Kong) โดยนักวิจัยใช้ตัวเฟอร์เร็ท (Ferret) ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีระบบร่างกายใกล้เคียงกับมนุษย์ มาทำการทดลองกับเชื้อไวรัส H7N7 ซึ่งพบว่าตัวเฟอร์เร็ทมีอาการปอดบวมอย่างรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จึงเป็นไปได้ที่เชื้อมรณะชนิดใหม่นี้ อาจจะกลายพันธุ์แพร่เชื้อจากมนุษย์สู่มนุษย์ได้
“ที่น่าเป็นห่วงคือ ประชากรมนุษย์ทั้งหมดแทบไม่มีภูมิต้านทานเชื้อไวรัสกลุ่มสายพันธุ์ H7 เลย ถ้ามันเกิดการระบาดออกไป ย่อมต้องมีผู้เสียชีวิตอีกเป็นจำนวนมากแน่นอน”
“และจากการสุ่มทดลองไก่กว่า 150 ตัว มีถึง 36 ตัว ที่มีเชื้อไวรัส H7N7 ในร่างกายของพวกมัน ส่วนสัตว์จำพวกนก จะมีทั้งเชื้อ H7N7 และเชื้อ H7N9 อยู่แล้ว” ก่วน อี้ กล่าว
อนึ่ง ทีมวิจัยสันนิษฐานว่า เชื้อไวรัสกลุ่มสายพันธุ์ H7 นั้น เป็นไวรัสที่พบครั้งแรกในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงใต้ของจีน โดยมีต้นกำเนิดจากฝูงนกอพยพตามธรรมชาติมาแพร่เชื้อสู่เป็ดท้องถิ่นในปี 2553 ต่อมาก็ผสมปนกับเชื้อไวรัสไข้หวัดในท้องถิ่นแล้วจึงสร้างเชื้อไวรัส H7N9 และเชื้อไวรัส H7N7 ขึ้นมาตามลำดับ
“เรายังคงต้องการตัวอย่างสัตว์ปีกจากพื้นที่ต่างๆ เพื่อตรวจสอบว่า เชื้อไวรัสกำลังแพร่เชื้อไปในทิศทางใดบ้าง” ก่วน อี้ กล่าวปิดท้าย