เอเอฟพี - ประธานาธิบดีหู จิ่นเทาของจีน แถลงเมื่อวันอาทิตย์ (9 ต.ค.) เรียกร้องให้ไต้หวันและจีนแผ่นดินใหญ่กลับมารวมกันอีกครั้ง ในพิธีเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี ของการสร้างชาติ ในปีค.ศ. 1911 หรือที่เรียกว่า "ปฏิวัติซินไฮ่"
ในงานพิธีดังกล่าวมีผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ระดับสูงทั้งเก่าและใหม่เข้าร่วมจำนวนมาก รวมทั้งประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมิน ซึ่งปรากฏตัวลบข่าวลือการมรณกรรมของตนเป็นครั้งแรก
ในการนี้ หู จิ่นเทา ไม่ยอมรับอิสรภาพของไต้หวัน
“หากการรวมชาตินี้สำเร็จได้ด้วยสันติวิธี นั่นถือว่าเป็นผลประโยชน์ของชาวจีนโดยแท้ ไม่ว่าจะจีนแผ่นดินใหญ่หรือจีนไต้หวันที่รักชาติก็ตาม” หูกล่าว
“พวกเราต้องยืนหยัดในจุดยืนเกี่ยวกับอิสรภาพของไต้หวัน และต้องสนับสนุนการแลกเปลี่ยนความร่วมมือระหว่างประชาชนทั้งสองฟากฝั่ง”
พิธีเฉลิมฉลอง 100 ปี ปฏิวัติซินไฮ่ จัดขึ้น ณ มหาศาลาประชาคม เป็นการรำลึกถึงการโค่นล้มราชวงศ์ชิงของจีนและสถาปนาสาธารณรัฐแห่งชาติจีนขึ้นมาได้
หลังจากนั้นสาธารณรัฐจีน หรือไต้หวันก็เกิดขึ้นหลังจากสิ้นสุดสงครามกลางเมืองในปีพ.ศ. 2492 เมื่อเจียง ไคเช็กพ่ายแพ้ให้กับพรรคคอมมิวนิสต์ ต้องถอยร่นมาตั้งรัฐบาลอยู่ที่เกาะไต้หวัน และเรียกตัวเองว่า “สาธารณรัฐจีน” แม้ว่ารัฐบาลปักกิ่งจะอ้างว่าจีนมีอำนาจเหนือไต้หวันก็ตาม
หูกล่าวว่า “เป้าหมายหลักของทั้งสองฝ่ายควรจะเป็นการทำงานร่วมกันเพื่อสนับสนุนการพัฒนาอย่างสันติระหว่างช่องแคบ”
ความสัมพันธ์ระหว่างสองฝ่าย (จีน-ไต้หวัน) ยกระดับดีขึ้นบ้างในปี 2551 เมื่อหม่า อิงจิ่วแห่งพรรคก๊กมินตั๋งครองเก้าอี้ประธานาธิบดีไต้หวัน
จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่สุดของไต้หวัน นอกจากนั้นยังมีการแลกเปลี่ยนด้านการลงทุน และการท่องเที่ยวพ่วงเข้ามาอีก
อย่างไรก็ตาม ชาวไต้หวันหลายคนก็ยังกังวลเกี่ยวกับความร้อนแรงด้านการทหารและความมั่นคง ไต้หวันเชื่อว่าจีนหันขีปนาวุธกว่า 1,000 หัวมาทางเกาะไต้หวัน