xs
xsm
sm
md
lg

นั่งเรือยอชต์คุยกับ “เล็ก กรกนก” และแฟนหนุ่มทายาทธุรกิจพันล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


>>Celeb Online ขอตามไปอัปเดตชีวิต และเก็บภาพที่ที่เป็นบ้านเกิดรวมถึงธุรกิจครอบครัวของ “เล็ก-กรกนก ยงสกุล” สาวสังคมที่เราคุ้นหน้า ถึงโบ๊ต ลากูน ภูเก็ต ซึ่งเธอเป็นทายาทเจ้าของธุรกิจ เรือยอชต์ มารีนา ยอชต์ คลับ ซึ่งหลายครั้งเราคงสงสัยว่าเธอทำงานอะไร ถึงได้มีเวลาออกงานสังคมบ่อยเหลือเกิน หรือว่าเธอไม่ได้ทำงาน? ความจริงแล้วเธอก็เป็นเวิร์กกิ้งวูแมนคนหนึ่งเหมือนกัน และการเดินทางมาคราวนี้ก็ทำให้เราได้เก็บภาพสวยๆ ของนางแบบกับเรือยอชต์ในผืนน้ำของทะเลภูเก็ต

เห็นหน้าเด็กๆ อย่างนี้ แต่ความจริงแล้วเธอเป็นสาวสะพรั่งเต็มตัววัยกำลังแจ๋ว นับตั้งแต่การเป็นสาวน้อยจบมัธยมปลาย ที่โรงเรียนโบโซเล่ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และด้วยความที่อยากเป็นดีไซเนอร์ รักการแต่งตัว บวกกับความสนใจทางด้านแฟชั่น เธอจึงเลือกเรียนด้านแฟชั่นดีไซน์ที่ University of Westminster ประเทศอังกฤษจนจบปริญญาตรี จากนั้นยังคงมุ่งมั่นศึกษาต่อด้านแฟชั่นอีก ด้วยการไปเรียนต่อด้านธุรกิจเสื้อผ้าประมาณ 1 ปี ที่ลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา ซึ่งก็เรียนจบจนได้ใบประกาศนียบัตรมาเรียบร้อย และในระหว่างเรียนนั้นเอง เธอก็ยังฝึกงานไปด้วยที่หลุยส์ วิตตอง ในสหรัฐอเมริกา เป็นผู้ช่วยคนที่สั่งซื้อสินค้าประเภทเสื้อผ้า ทำอยู่ปีครึ่งก่อนที่จะกลับเมืองไทย


จากนั้นกลับมาก็มาทำงานเป็นผู้ช่วยฝ่ายจัดซื้ออยู่ที่ บริษัท คลับ 21 (ประเทศไทย) จำกัด แต่ด้วยจริตที่ไม่ถูกกับตัวเลขเท่าไหร่นัก เธอจึงออกมาทำงานด้านกราฟิก ดีไซน์ อีเวนต์ ออร์แกไนเซอร์เล็กๆ น้อยๆ และช่วงหนึ่งเธอยังเคยเป็น Social Director ให้กับนิตยสารไฮโซปาร์ตี้อยู่พักหนึ่ง และท้ายที่สุดแล้วปัจจุบันนี้เธอก็กลับมาทำงานให้กับธุรกิจโรงแรมโบ๊ต ลากูน ภูเก็ต อีกทั้งยังช่วยดูธุรกิจตัวแทนจำหน่ายและนำเข้าเรือยอชต์ของครอบครัว ควบคู่ไปกับการเป็นผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์การตลาดที่โรงแรม "Ma Du Zi"

ตำนานผู้บุกเบิกแห่งภูเก็ต

จะว่าไปแล้วครอบครัวของเธอถือเป็นครอบครัวชาวภูเก็ตโดยกำเนิด นับตั้งแต่สมัยคุณปู่ของเธอที่มีที่ดินและได้ทำสัมปทานเหมืองแร่ ต่อมาเมื่อสืบทอดมาถึงรุ่นคุณพ่อ (คณิต ยงสกุล) ที่ต้องการจะเพิ่มมูลค่าที่ดินที่มีอยู่ ประกอบกับความที่ชอบเล่นเรือใบ และมองในเรื่องความเป็นทะเลที่สวยงามของภูเก็ต จึงเริ่มเปลี่ยนมาเป็นมารีนาสำหรับจอดเรือยอชต์ที่สามารถรองรับได้ทั้งนักล่องเรือชาวไทยและต่างชาติ

“หลังจากสืบทอดธุรกิจเหมืองแร่ของคุณปู่สักพักก็อยากเปลี่ยนที่ดินไปทำอย่างอื่น พอดีคุณพ่อเป็นคนชอบเล่นกีฬาทางน้ำ ชอบเล่นเรือใบ จึงเริ่มต้นด้วยการทำท่าจอดเรือก่อน จากนั้นก็เริ่มมีออฟฟิศ อย่างออฟฟิศภูเก็ต คิงคัพ รีกัตต้า และสมาคมเล่นเรือ ก็อยู่ในมารีนาของเรา และยังมีร้านอาหาร อพาร์ตเมนต์ และมีส่วนของโรงแรมด้วย

นอกจากการทำธุรกิจที่ภูเก็ตแล้ว ก็ยังมีโรงแรมที่พังงาอีกด้วย คือ “บ่อแสนรีสอร์ตแอนด์สปา” อยู่ในภูเขาที่มีทะเลสาบอยู่ตรงกลาง เหมาะกับการพักผ่อนมาก ที่นี่ยังได้รางวัลกินรีรีสอร์ตในปี 2008 ว่าเป็นพูลวิลล่ารีสอร์ตที่มีความเป็นธรรมชาติที่สุด ส่วนการเป็นตัวแทนจำหน่ายและนำเข้าเรือยอชต์เพิ่งทำมาเข้าสู่ปีที่ 7”


แบ่งกันดูแลอย่างเป็นสัดส่วน

“โครงการด้านอสังหาริมทรัพย์และเรือยอชต์พี่ชายเป็นคนดูแล ส่วนโรงแรมและอพาร์ตเมนต์และโซนต่างๆ ที่เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการพี่สาวเป็นคนดู และตัวเล็กเองจะดูในเรื่องของการขายโรงแรมแล้วก็เรื่องการตลาดของธุรกิจเรือยอชต์ด้วย ซึ่งตอนนี้พยายามเปิดตลาดกับคนไทยเพราะดูได้จากคนไทยชอบเล่นเรือมากขึ้น

โดยปกติเล็กจะอยู่ที่กรุงเทพฯ มากกว่า เพราะว่าชอบอยู่ในเมือง (หัวเราะ) แต่จะมาภูเก็ตเดือนละ 2-3 ครั้ง มาหาคุณพ่อคุณแม่แล้วก็เวลาที่มีกิจกรรมใหญ่ๆ สำคัญๆ ของที่บ้านก็จะต้องมาช่วยเต็มตัว”

ชีวิตเซเลบริตี้ภูเก็ต

แน่นอนว่าเมืองใหญ่อย่างภูเก็ตก็ต้องมีสังคมของคนมีเงิน ตามรูปแบบของเซเลบริตี้ที่เรารู้จักเหมือนสังคมคนกรุงเทพฯ หากแต่สังคมของภูเก็ตนั้นไม่ได้ใหญ่มาก ฉะนั้น กลุ่มคนที่ทำธุรกิจด้วยกันก็จะรู้จักกันเป็นกลุ่มเล็กๆ และใครจะทำอะไร เป็นต้องรู้กันไปทั้งเกาะ แม้ว่ากรกนกจะเป็นที่รู้จักในกลุ่มเซเลบริตี้กรุงเทพฯ แต่ที่ภูเก็ตเองเธอก็มีสังคมของกลุ่มเซเลบริตี้ภูเก็ตด้วยเหมือนกัน

“ที่ภูเก็ตเขาก็มีเซเลบริตี้ภูเก็ต เล็กจบอนุบาลที่โรงเรียนดาราสมุทร พอโตขึ้นก็ไปอยู่กรุงเทพฯ แต่เวลากลับบ้านมาก็จะมีเพื่อนที่รู้จักกันมานาน สังคมภูเก็ตเป็นสังคมที่แคบ อาจจะมีความสัมพันธ์กันตั้งแต่สมัยปู่ ย่า ซึ่งก็ดีเพราะรู้จักกันหมด ส่วนใหญ่ 80% ของคนภูเก็ตดั้งเดิมจะประกอบธุรกิจโรงแรม หรืออุตสาหกรรม กลุ่มเพื่อนเราก็จะทำโรงแรมและร้านอาหาร ทำธุรกิจรถยนต์บ้าง

กลุ่มเพื่อนเล็กก็มีสไตล์คล้ายกัน คือไปเรียนต่างประเทศ บางคนเป็นเพื่อนกันที่ภูเก็ตแต่ไปเจอกันที่ลอนดอน ก็เลยรวมกลุ่มกัน พอเรียนจบก็กลับมาช่วยธุรกิจของครอบครัวที่ภูเก็ต ฉะนั้น เราก็จะเจอกันที่ภูเก็ต ส่วนใหญ่จะแฮงเอาต์กันตามร้านอาหารเก๋ๆ ของโรงแรม หรือร้านอาหารขึ้นชื่อของภูเก็ต ซึ่งเดี๋ยวนี้มีร้านอาหารเก๋ๆ ที่เป็นร้านของคนกรุงเทพฯ มาเปิดที่นี่เยอะ

ตอนนี้ร้านที่โดดเด่นก็จะมีร้าน “เสน่หา” ผับแอนด์เรสเตอรองต์ และร้าน “เพลินจิต” เป็นร้านอาหารบรรยากาศดี ถ้าอร่อยเด็ดก็ต้อง “กันเองบายเดอะเพียร์” อยู่ที่อ่าวฉลอง ร้านนี้เป็นร้านอาหารซีฟูดของครอบครัว ที่รู้จักกันมีอยู่ 5-6 สาขา ซึ่งร้านนี้บ้านเล็กเป็นแฟนประจำเลย

ที่ภูเก็ตมีทุกอย่างที่เพียบพร้อมไม่ว่าจะเป็นแหล่งชอปปิ้ง สื่อท้องถิ่น และสังคมของการติดต่อกันทั้งเรื่องความเป็นเครือญาติและธุรกิจ จริงๆ แล้วที่บ้านเล็กไม่ชอบออกงาน ค่อนข้างจะเก็บตัวด้วยซ้ำ แต่มีเล็กนี่แหละชอบปาร์ตี้ (หัวเราะ) แต่เมื่อเราทำธุรกิจเรื่องของคอนเนกชันเป็นสิ่งสำคัญ เดี๋ยวนี้พี่ชายและพี่สาวก็ต้องไปงานบ้าง”


เป็นเซเลบริตี้....แล้วไง!?

อย่างที่เกริ่นมาแล้วตั้งแต่ต้นว่ากรกนกเธอก็เป็นเวิร์กกิ้งวูแมนคนหนึ่งเหมือนกัน ใครจะรู้เลยว่าหลังจากที่เธอแต่งตัวสวยๆ ไปงานสังคมเมื่อตะกี้...สักพักเธอก็สลัดคราบสาวสังคม เข้าไปนำเสนองานกับลูกค้า จนแทบจะลืมภาพสาวสังคมที่ออกงานเฉิดฉายไปเลย

“เห็นสวยงามออกงาน แต่พอเสร็จเล็กก็ไปหาลูกค้า ต้องเข้าไปนำเสนองานทุกกลุ่ม ทั้งกระทรวง กรม ซึ่งก็มีคนคุ้นหน้าเราบ้าง บางคนก็อ๋อ คุณเล็ก-กรกนก!! เล็กก็เป็นคนทำงานธรรมดานี่แหละ ตัวจริงง่ายๆ สบายๆ เราไม่ได้สนใจว่าเราเป็นเซเลบริตี้ เคยมีคนถามเหมือนกันว่ารู้สึกอย่างไรกับการที่คนมองว่าเราเป็นเซเลบ เล็กบอกว่าถึงจะเป็นเซเลบหรือไม่เป็นเซเลบ เราก็เป็นคนทำงานเหมือนกัน เพียงแต่ดีที่การเป็นเซเลบริตี้ก็มีคนรู้จัก ซึ่งตรงนั้นทำให้เรากว้างขึ้น

หลายคนที่เป็นเซเลบริตี้เล็กมองว่าเขาก็คือคนปกติทั่วไป ไม่ได้มีสิทธิพิเศษอะไร เพียงแต่มีข้อดีคือมีคอนเนกชันมากขึ้น ช่องทางในการทำงานอาจง่ายกว่า แล้วการที่ส่วนตัวเล็กชอบไปงานสังคมก็เป็นการ keep connection ด้วย แล้วเราก็ยังได้เจอเพื่อนกลุ่มเดียวกัน ซึ่งงานสังคมที่ไปส่วนใหญ่ก็จะเป็นงานของเพื่อน หรือของคนรู้จัก บางทีก็เป็นของลูกค้า

อย่างตอนนี้เล็กทำงานให้กับโรงแรม “มา-ดู-ซี” กรุงเทพฯ ซึ่งเรากำลังเน้นหนักเรื่องการโปรโมต เพราะกำลังจะเข้าเครือ SLH (Small Luxury Hotel) ด้วย”



แขกรับเชิญเปิดใจเรื่องความรัก

และอีกหนึ่งเรื่องราวที่เป็นที่จับตามองถึงเรื่องกุ๊กกิ๊กๆ ของ กรกนก ยงสกุล กับทายาทธุรกิจสียักษ์ใหญ่ของเมืองไทย รณฤทธิ์ ตั้งคารวคุณ แต่ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักอีกหนึ่งผู้ที่จะมาพูดคุยกับเราในวันนี้

เบลล์-รณฤทธิ์ ตั้งคารวคุณ ชายหนุ่มรู้ใจของเล็ก-กรกนก ด้วยความที่เป็นผู้ใหญ่กว่าเธอประมาณ 4 ปี ทำให้เข้าใจความรู้สึกของเธอเป็นอย่างดี อีกทั้งเขายังเรียกคะแนนความประทับใจด้วยความเป็นคนอารมณ์ดี

“ตอนนี้ผมทำงานหลายอย่าง ดูธุรกิจครอบครัวคือสีเดลต้า ที่คุณพ่อทำมา 30 ปีแล้ว ช่วยดูในเรื่องภาพรวม เรื่องการบริหาร ในขณะเดียวกันก็ต้องดูแลเชิงลึกขององค์กรด้วย สิ่งที่ผมกำลังทำอยู่ตอนนี้คือการพยายามเซตระบบทุกอย่างให้ลงตัว องค์กรจะได้พึ่งพาตัวบุคคลน้อยลง อยากให้องค์กรอยู่ได้แม้ไม่มีเรา

นอกจากงานหลักที่ทำแล้วก็ยังหุ้นกับน้องชาย (อรรถพล ตั้งคารวคุณ) ทำแบรนด์เสื้อผ้า Another FCK แต่เขาเป็นหัวเรือ เราเป็นที่ปรึกษา ซึ่งเรื่องแฟชั่นนั้นเราไว้ใจเขาเกินร้อย...แล้วก็เป็นที่ปรึกษาให้น้องสาวทำโรงแรมด้วย

ผมว่าลักษณะงานของผมเป็นผู้ซัปพอร์ตทุกคนมากกว่า ถ้าถามว่าผมชอบทำอะไรมากที่สุด ก็ตอบยากนะ แต่เป็นอันว่า “ผมชอบทำงาน” ทุกอย่างที่เป็นงานผมทำได้ไม่เกี่ยง แต่ก็ดูว่าในเวลานั้นอะไรสำคัญที่สุด ซึ่งแบบนี้ผมชอบนะรู้สึกชีวิตเรามีหลายเฟรม เราเรียนจบมาทางวิศวะเป็นการปูพื้นมาแล้ว อย่างอื่นเรามาเติมทีหลังจากการที่เราทำงานนี่แหละ ผมว่าเราอย่ายึดติดกับกรอบมากเกินไป แต่ถ้าไม่มีกรอบเลยก็ไม่มีตรรกะมาซัปพอร์ต เดี๋ยวจะกลายเป็น “ไอเดียเลิศหรู ไอดูไม่ได้” การทำงานอยู่บนพื้นฐานของความจริง นั่นแหละคือหลักการของผม”

แม้ว่าวันนี้ทั้งสองจะคบหาดูใจกันมาได้ 2 ปีแล้ว แต่เรื่องของความรู้สึกและความประทับใจยังคงอยู่เป็นปกติ ซึ่งเราจะรีรันความน่ารักในการคบกันของคนทั้งสองให้คุณได้รู้กัน

>> เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการโคจรมาพบกัน
เบลล์ :: ส่วนตัวผมเป็นคนไม่ออกงานสังคม แต่เป็นคนเพื่อนเยอะ รู้จักคนเยอะ พอดีมาเจอกับเล็กเพราะมีเพื่อนที่รู้จักต่อๆ กันมา แล้วเขาก็แนะนำให้รู้จักกัน
เล็ก :: มีเพื่อนที่รู้จักเราทั้งสองคน แล้วมาวันหนึ่งเพื่อนๆ นัดกันมากินข้าวสบายๆ เพื่อนก็แนะนำให้รู้จักพี่เบลล์ เล็กก็อ๋อ...คนนี้เพื่อนเคยพูดถึงเขามานานแต่ไม่เคยเจอ ตอนแรกคิดว่าเป็นผู้หญิง พอมาเจอก็ อ่อ...ผู้ชายคนนี้เอง เขาเองก็เคยได้ยินชื่อเล็กจากเพื่อนเล็กเหมือนกัน เจอกันวันแรกก็สบายๆ เราร่าเริงอยู่แล้วเจอใครก็คุย ...จำได้ว่าช่วงนั้นมีเหตุการณ์ไม่สงบแล้วมีเคอร์ฟิวห้ามกลับบ้านดึก วันนั้นก็เจอกันแวบเดียว กินข้าวเสร็จก็รีบกลับบ้าน

>> แล้วหลังจากนั้นมีเหตุการณ์อะไรอีก
เบลล์ :: เบลล์โทร.ไปคุย...เพื่อนเรารู้งานให้เบอร์เล็กกับผมมาตั้งแต่วันที่เจอกันวันแรกแล้ว (หัวเราะ)

>> คุณเบลล์จีบคุณเล็กอย่างไรบ้าง
เล็ก :: เขาก็โทร.มาคุย วิธีจีบของพี่เบลล์ก็สบายๆ นะ ไม่ได้มากเกินไป แล้วก็ไม่ได้น้อยเกินไป เขาสม่ำเสมอ โทร.คุยกัน ไปกินข้าวกัน ไปดูละคร เล็กชอบดูละครเวที พี่เบลล์เขาก็ชอบเหมือนกัน

>> แล้วคุณเบลล์ล่ะ ตอนจีบคาดหวังกับความรักครั้งนี้ขนาดไหน
เบลล์ :: เวลาเราเริ่มต้นคุยกับใครสักคน เราก็อยากจะรู้จัก พอรู้จักมากขึ้นเราก็อยากจะคบหา แต่ไม่ใช่ว่าตั้งใจที่จะต้องจีบให้ได้ ไม่ได้เอาชนะ เราปล่อยให้เป็นธรรมชาติ แล้วทุกอย่างก็น่าจะลงเอยด้วยดี

>> สิ่งไหนที่ทำให้รู้สึกคลิกกัน
เบลล์ :: ผมเป็นคนทำงานหนัก จริงจัง ตลอดเวลาที่ผ่านมาเล็กเป็นกองหนุนที่ดี อยู่กับผมได้ เข้าใจกัน แม้เมื่อก่อนอาจมีบางคนที่ผ่านมา แต่เขาอาจไม่เข้าใจเรา ไม่เข้าใจการทุ่มเทในการทำงานของเรา แต่เล็กเข้าใจ มีอะไรก็คุยกันรู้เรื่อง
เล็ก :: เล็กชอบความที่พี่เบลล์เป็นคนใจดี สม่ำเสมอ การที่เราจะคบใครก็ขอความสบายใจ เข้าใจกัน เขาไม่เคยมีเรื่องเซอร์ไพรส์ที่ไม่ดีหรือทำให้เราตกใจ ใครที่อยู่ใกล้พี่เบลล์ ก็จะรู้ว่าพี่เบลล์น่ารัก ไม่ว่าจะกับเพื่อน กับเพื่อนร่วมงานเขาเป็นอย่างนี้หมด

>> มีบ้างไหมที่มีปัญหากัน
เล็ก :: มีบ้างที่เล็กน้อยใจ เวลาที่รู้สึกอย่างนั้นก็พยายามนึกดูว่าที่เขาไม่ว่างไม่ใช่เพราะนอกลู่นอกทาง เขามีงานต้องทำ ถ้าเขาทำตัวไม่ดีอันนั้นน่าจะทุกข์ใจมากกว่านี้ ถือว่าเราโชคดีแล้ว ดีที่พี่เบลล์เข้าใจผู้หญิงและเข้าใจในตัวเรา คือบางทีเราหงุดหงิดเค้าก็จะพยายามนิ่ง ตั้งสติ แล้วคุยกับเรา
เบลล์ :: เล็กไม่ได้ขี้น้อยใจนาน เดี๋ยวก็หาย...หรือถ้าค้างนาน ผมก็จะรู้แล้ว....ไหนมาคุยกันหน่อยซิ ไม่มีใครหรอกที่คบกันแล้วไม่ง้องแง้งกัน...แต่ประเด็นคือว่าเวลาเกิดขึ้นแล้วเราทำอย่างไร เวลามีเรื่องมีราวเราตั้งธงยังไง ถ้าเป็นผมมาคุยเคลียร์เลย จะได้ไม่ต่างคนต่างคิด เพียงแต่เราอาจจะคิดกันคนละมุม ไม่ได้แปลว่าใครผิดใครถูก เราลองไปดูในมุมเขา แล้วให้เขาฟังจากมุมเรา แล้วก็จะเข้าใจกัน

>> การปรับตัวเข้าหากัน
เบลล์ :: ผมว่าการคบกันต้องปรับกันไปเรื่อยๆ ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบ 100% แล้วทุกอย่างจะพอดีกันไปเอง ทุกวันนี้ก็ยังปรับกันไปเรื่อยๆ ถ้าจำเป็นต้องเปลี่ยนเพื่ออะไรที่ดีขึ้นผมก็พร้อมเปลี่ยน แต่ถ้าต้องฝืนใจก็ไม่ใช่ เป็นจังหวะของช่วงเวลานั้นมากกว่า เมื่อก่อนเป็นแบบหนึ่ง โตขึ้นก็เป็นอีกแบบหนึ่ง
เล็ก :: ไม่ได้เปลี่ยนมาก ความที่เรารู้แล้วว่าเราต้องการอะไร ชอบแบบไหน เราสามารถคุยกันได้ทุกเรื่อง ก็ค่อยๆ ปรับตัวเข้าหากันมากกว่า เหมือนอย่างที่พี่เบลล์ว่า แต่ละช่วงเวลา ช่วงอายุความต้องการจะเปลี่ยนไป

>> กับประสบการณ์ความรักของทั้งสองคนที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นคนที่คบกันอยู่ในปัจจุบันหรือคนที่ผ่านๆ มาให้มุมมองความรักกับเราอย่างไรบ้าง
เบลล์ :: ผมว่าชีวิต ความรัก ไม่มีอะไรที่ 100% หรอก ต้องปรับกันไป ขึ้นอยู่กับว่าโจทย์ชีวิตที่เราเจอเป็นอย่างไร เหมือนเราทำข้อสอบ โจทย์เปลี่ยน คำตอบก็เปลี่ยน เด็กๆ เราติดเพื่อน พอโตขึ้นเราก็มองอนาคต โจทย์นิ่งเมื่อไหร่ก็จะเจอสิ่งที่พอดีกับเรา
เล็ก :: ช่วงเวลาเปลี่ยน ความต้องการเปลี่ยน เมื่อก่อนเราคิดอีกแบบ แต่ตอนนี้เราจะมีกรอบว่าในกรอบหนึ่งต้องมีอะไรบ้าง สมัยก่อนอาจจะไม่ใช่อย่างนี้ เราเคยลองผิดลองถูกมาแล้ว ไม่จำเป็นว่าเราต้องเพอร์เฟกต์ที่สุด ชีวิตเราเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับว่าภาพสุดท้ายที่เรามองไว้เป็นภาพที่มีความสุขในระยะยาวหรือเปล่า

>> พี่เบลล์เจ้าชู้มั้ย
เล็ก :: คำว่าเจ้าชู้มีหลายความหมายนะ เท่าที่ผ่านมาเล็กยังไม่เคยเห็นพี่เบลล์นอกลู่นอกทางนะ และคิดว่าอย่างเขาไม่น่าใช่ (หันไปมองหน้าคุณเบลล์ด้วยสายตามุ่งมั่น!!)
เบลล์ :: ผมว่าผมไม่ได้ทำตัวให้เขาหึง ผมชัดเจนว่าเราเป็นอย่างนี้ แล้วก็ไม่มีเหตุผลให้เขาหึงด้วย เล็กเขาเข้าใจเรื่องของธรรมชาติอย่างผู้ชายเห็นผู้หญิงสวยก็มอง ผู้หญิงเห็นผู้ชายหล่อก็มอง แค่มองแต่ไม่ทำก็ไม่เป็นอะไร ห้ามไม่ได้หรอกเรื่องความคิด ดีที่เล็กเขาเข้าใจเพราะผมเองก็มีเพื่อนผู้หญิงเยอะ ตัวเล็กเองเพื่อนผู้ชายก็เยอะ เราเข้าใจเรื่องตรงนี้

>> อยากทราบถึงจุดที่เริ่มรู้สึกว่าอยากใช้ชีวิตด้วยกัน
เบลล์ :: ผมว่าจังหวะชีวิตมันใช่...เพราะเราเริ่มคิดเรื่องนี้แล้ว ก็ดีนะ ถ้ามีครอบครัว ถ้ามีคนที่ใช่ก็น่าจะดี เบลล์คบใครก็จะตั้งโจทย์ว่าจะทำอย่างไรให้ดีที่สุด...เรื่องแผนการแต่งงานตอนนี้ผู้ใหญ่พูดกันแล้ว เขาก็ห่วงในหลายๆ มุมที่รอบคอบ แต่ทางผู้ใหญ่เขาก็เห็นว่าเราเข้ากันได้ดี
เล็ก :: การแต่งงานวางแผนไว้ปีหน้า ถ้าทั้งคู่พร้อม ทุกอย่างลงตัว โดยส่วนตัวพร้อมมั้ย (หันมองหน้ากัน) อย่างที่บอกปรับไปเรื่อยๆ แต่งงานเป็นสิ่งสำคัญเพราะคุณพ่อคุณแม่เราก็อยากให้เราเป็นฝั่งเป็นฝา แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือเรารักกันหรือเปล่า เรื่องนี้เรื่องใหญ่นะ เพราะ “ความรัก” เป็นสิ่งสำคัญที่สุด

>> ฝันถึงงานแต่งงานไว้อย่างไร
เล็ก :: คิดไปเรื่อยๆ ตามสไตล์ผู้หญิงนะ (หัวเราะ) ส่วนใหญ่เวลาไปงานแต่งงานเพื่อนด้วยกันก็จะดูไอเดียเขา ในจินตนาการเล็กอยากให้เป็นอะไรที่ไม่เหนื่อยเกินไป น่าจะเป็นวันที่เรามีความสุข สบายๆ ไม่ต้องมาลดน้ำหนักให้ผอม เล็กว่าบรรยากาศการแต่งงานก็บ่งบอกความเป็นตัวตนของคู่เราด้วย
เบลล์ :: ผมตามใจเล็ก แต่งานแต่งงานเราต้องคิดอะไรที่เป็นไปได้ด้วย อย่างที่บอกบางครั้ง ไอเดียเลิศหรู ไอดูไม่ได้ แล้วเราก็จะเหนื่อย

>> แล้วอยากไปฮันนีมูนที่ไหนกัน
เล็ก :: ฮันนีมูน … เราไปเที่ยวกันเรื่อยๆ ระหว่างที่ไปด้วยกันชอบที่สุดคือ มัลดีฟส์ ไปดำน้ำ (พูดตรงกัน) การดำน้ำต้องไปกับคนรู้ใจ ตอนนั้นไปกับกลุ่มเพื่อนสนุกดี
เบลล์ :: ผมเป็นคนเอนจอยกับการดำน้ำ รักทะเล ชอบทะเล แต่ไม่ชอบอยู่บนเรือ เพราะเมาเรือ แต่ก็ใจสู้นะ (หัวเราะ) เห็นเรืออยู่ในทะเล รู้สึกว่าเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของทะเลดี

>> มีสิ่งที่อยากจะบอกแล้วไม่เคยบอกกันบ้างไหม
เบลล์ :: เราคุยกันทุกเรื่อง เลยไม่รู้สึกว่าเรามีอะไรปิดบังหรือไม่ได้แสดงความรู้สึกต่อกัน
เล็ก :: ส่วนใหญ่มีอะไรเล็กเล่าให้ฟังหมด บอกรักกันบ้างแต่ไม่ได้หวานเจี๊ยบ เป็นการบอกรักแบบธรรมชาติของเรามากกว่า (หันไปมองหน้ากัน)

>> มีเรื่องความประทับใจหวานๆ ต่อกันบ้างไหม
เล็ก :: ล่าสุดวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่วาเลนไทน์ทุกคนจะชอบถามว่าไปสวีตกับแฟนที่ไหน แต่ส่วนตัวคิดว่า คนเยอะ รถติด ดอกไม้ต้องแพงแน่เลย เราก็สงสารเขาก็ไม่ได้เซ้าซี้จะไปไหน แต่พี่เบลล์เขาก็แสดงมุมโรแมนติกของเขาด้วยการทำบลูเบอร์รีชีสพายให้เราทาน ซึ่งเขาไปซื้อของเอง เตรียมทุกอย่างเอง และลงมือทำเอง
เบลล์ :: (รีบออกตัว) ไม่ได้ทำนานแล้ว รสชาติอาจจะเพี้ยนๆ ไปบ้าง (หัวเราะ)
เล็ก :: รสชาติก็เป็นสไตล์เขา หาทานที่อื่นไม่ได้อีกแล้ว (หัวเราะ) ส่วนเล็กมีการ์ดที่ทำเองให้เขา เล็กชอบประดิษฐ์สิ่งของที่ทำให้เรานึกถึงความประทับใจความทรงจำนั้นๆ...

และนี่เป็นความรักเล็กๆ ของคนสองคนที่ค่อยๆ สื่อสารกันจนเข้าใจ ใส่ใจกันจนความรักงอกเงย และถ้าวันแต่งงานของทั้งสองมาถึงเราก็คงไม่พลาดที่จะร่วมยินดีกับความรักความเข้าใจของคนทั้งสอง :: Text by FLASH





>> อัปเดตข่าวในแวดวงสังคม กอสซิป แฟชั่น ความงาม และเที่ยว กิน ดื่ม เพิ่มเติมได้ที่  http://www.celeb-online.net