xs
xsm
sm
md
lg

Review : Sennheiser CX Plus True Wireless ตัดเสียงรบกวนแบบเชื่อถือได้!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เดิมที CX True Wireless เป็นหูฟังไร้สายที่ถูกมองว่ามีคุณภาพดีอยู่แล้ว แต่เซนไฮเซอร์ (Sennheiser) จัดการเพิ่มหรือ “พลัส” ให้รุ่นใหม่ CX Plus True Wireless มีโหมดตัดเสียงรบกวน (ANC) และโหมดได้ยินเสียงรอบด้าน (Transparent Hearing) คำถามที่หลายคนสงสัยคือคุณสมบัติใหม่ที่เพิ่มเข้ามาอีก 2-3 อย่างนั้นคุ้มค่าพอหรือเปล่ากับราคาที่ต่างกันไม่ต่ำกว่า 2 พันบาท ซึ่งจากการทดสอบพบว่า CX Plus True Wireless นั้นให้ประสบการณ์การเสียงที่สมกับเป็น Sennheiser บนระบบตัดเสียงรบกวนที่เชื่อถือได้

สำหรับ CX Plus True Wireless นั้นถือเป็นรุ่นที่ 3 ที่ Sennheiser พยายามเข้าสู่ตลาดหูฟังไร้สายราคาหลักพันอย่างจริงจัง ในเวลาเพียง 12 เดือน Sennheiser ส่งหูฟังตัวแรก CX 400BT True Wireless มาท้าชนคู่แข่งเอียร์บัดในระดับราคาไม่ถึง 4,000 บาท จนเมื่อไม่กี่เดือนก่อน CX True Wireless ก็แจ้งเกิดในราคา 4,000-5,000 บาท ล่าสุดราคาถูกเพิ่มขึ้นในระดับเกิน 6,000 บาท มาเป็นรุ่นล่าสุดคือ CX Plus True Wireless


​​
สิ่งที่ทำให้ CX Plus True Wireless เป็นหัวหอกในกลุ่มผลิตภัณฑ์ CX ของ Sennheiser คือการเป็นหูฟังที่ใช้นวัตกรรมป้องกันเสียงรบกวนชั้นเยี่ยม และเพิ่มการได้ยินเสียงรอบข้างทำให้ได้รับความปลอดภัยสูงขึ้น Sennheiser ย้ำว่าสามารถตั้งค่าอีควอลไลเซอร์ได้ล่วงหน้า ในหูฟังมีส่วนประกอบขนาดเล็กที่ผลิตจากเยอรมนีทำให้ได้เสียงสเตอริโอ มีตัวแปลงสัญญาณเสียงที่รองรับเสียงคุณภาพสูง ทำให้ใส่ชมภาพยนตร์ได้โดยไม่มีปัญหาดีเลย์ สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อให้ได้รับฟังเสียงที่เหมาะกับการดูหนัง เล่นเกม หรือการฟังเพลงได้อัตโนมัติ ทั้งหมดนี้ราคา 6,390 บาท



ข้อดี
ตัดเสียงรบกวนได้ดี ยังได้ยินเสียงคนรอบข้าง
เสียงเบสนุ่ม ฟังเพลงเสียงดี
กันน้ำกันฝุ่นระดับ IPX4
แบตเตอรีทนนานขึ้นเมื่อปิด ANC
การควบคุมแบบสัมผัสสะดวกดี



ข้อสังเกต
ราคาเพิ่มขึ้น แลกกับการมี ANC
หูฟังหนา
ไม่รองรับชาร์จแบบไร้สาย


ถอดแบบเทคโนโลยีหูฟังรุ่นใหญ่


แน่นอนว่ารุ่นใหม่ Sennheiser CX Plus True Wireless เป็นทางเลือกหูฟังไร้สายที่เหนือกว่ารุ่น CX True Wireless ที่ออกมาก่อนหน้านี้ การใช้งานพบว่าฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนทำได้ดี ขณะที่คุณภาพเสียงของรุ่น Plus แม่นยำในระดับเดียวกับที่สินค้าอื่นของ Sennheiser ลงลายเซ็นต์เอาไว้ ทำให้เห็นว่า ”ขนาด” ที่เล็กของหูฟังเอียร์บัดไม่ได้มีผลกับคุณภาพเสียงเลยเพราะฝีมือของ Sennheiser

ดังนั้น เมื่อเทียบกับรุ่นพี่ CX True Wireless ที่ไม่มีคำว่า Plus จะพบว่ารุ่นใหม่อย่าง Sennheiser CX Plus True Wireless นั้นเกือบจะถอดแบบกันมา ต่างกันเพียงรุ่นใหม่มีเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancelling โดยที่มีโหมดให้ฟังเสียงภายนอกหรือ Transparent Hearing ได้ และมี TrueResponse Transducer ไดร์เวอร์ขนาด 7mm รวมถึงตัวแปลงสัญญาณเสียง SBC, AAC, aptX และ aptX Adaptive Codec โดยรองรับ Bluetooth 5.2, การปรับแต่งเสียง (EQ) และ Bass Boost ผ่านแอปพลิเคชัน Sennheiser Smart Control


เช่นเดียวกับรุ่นเดิม หูฟังรุ่นใหม่ทำให้ผู้ใช้ได้ยินเสียงตัวเองในระหว่างการโทร (Adjustable sidetone) ขณะเดียวกัน Sennheiser CX Plus True Wireless ยังถูกวางตัวว่าเด่นเรื่องการมีไมโครโฟน 2 ตัว พร้อมระบบตัดเสียงรบกวน และมีระบบ Smart Pause ที่หยุดเล่นเสียงอัตโนมัติ เมื่อดึงหูฟังออก โดยแคลมว่าแบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง (พร้อมเคสชาร์จ) และกันละอองน้ำด้วยมาตรฐาน IPX4 เหมือนกัน

จากการทดสอบ คนที่ควรจะเพิ่มเงินแล้วซื้อ Sennheiser CX Plus True Wireless มาใช้งาน คือมืออาชีพที่ต้องการระบบตัดเสียงรบกวน ANC ที่เชื่อถือได้ และคนแอคทีฟที่กระตือรือร้นและมองหาหูฟังที่กันเหงื่อและเสียงดีสำหรับการออกกำลังกาย รวมถึงทุกคนที่ต้องการหูฟังเอียร์บัดไร้สายอเนกประสงค์ที่ใช้งานได้หลากหลาย ในราคาที่ถูกกว่าหูฟัง Apple


การใช้งาน Sennheiser CX Plus True Wireless ให้ความรู้สึกง่ายและไม่ต้องใช้เวลาเรียนรู้มากนัก ตัวหูฟังใช้พื้นผิววัสดุมันวาว รูปลักษณ์ภายนอกมองเหมือนกับหูฟังรุ่นเดิม CX True Wireless เช่นเดียวกับเคสชาร์จ รวมถึงลักษณะการทำงานที่คล้ายกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่สะดวกดีอยู่แล้ว

CX Plus True Wireless มีน้ำหนักเบาข้างละ 6 กรัม มาพร้อมกับจุกหูฟังต่างขนาดรวม 4 ชุด (ขนาดเล็กพิเศษ เล็ก กลาง และใหญ่) ผู้ใช้ควรหาขนาดที่พอดี เพราะการปิดช่องหูให้แน่นด้วยหูฟังเอียร์บัดนั้นค่อนข้างสำคัญสำหรับคุณภาพเสียง ทั้งหมดนี้ไม่มีส่วนหนีบหรือขอเกี่ยวเพื่อเก็บหูฟัง ดังนั้นเพื่อป้องกันการตกหล่น ใครที่ต้องการสวมระหว่างการวิ่งจะต้องค้นหาขนาดจุกหูฟังที่พอดี


เคสของ Sennheiser CX Plus True Wireless ค่อนข้างเหมือนกับรุ่นก่อน ด้วยน้ำหนัก 35 กรัมทำให้มองแล้วค่อนข้างหนาหนักกว่าเคสของ Apple AirPods Pro เล็กน้อย




เคสชาร์จผ่านพอร์ต USB-C และมีไฟที่ด้านหน้าเพื่อระบุระดับการชาร์จ (สีแดงคือพลังงานต่ำ สีเขียวพลังงานสูง) ตัวเคสทำมาจากพลาสติก และบานพับนั้นดูบอบบางเล็กน้อย แต่โดยรวมแล้วให้ความรู้สึกถึงการสร้างขึ้นมาอย่างดี โดยเฉพาะตัวเอียร์บัดที่พอดีกับช่องเก็บ ซึ่งยึดด้วยแม่เหล็กและให้เสียงคลิกที่ฟังสบายใจว่าเก็บได้เข้าที่เรียบร้อย



ควบคุมง่าย เหมาะออกกำลังกาย



การใช้งาน Sennheiser CX Plus True Wireless นั้นไม่มีอะไรซับซ้อน แผงสัมผัสแบบ capacitive คือส่วนที่เป็นโลโก้ Sennheiser แวววาว ทุกคนสามารถควบคุมการเล่นเพลงและการโทรได้ด้วยการแตะ 3 รูปแบบ คือ แตะครั้งเดียว สองครั้ง หรือสามครั้ง หรือแตะที่หูข้างใดข้างหนึ่งค้างไว้ โดยรุ่นใหม่นี้ Sennheiser ได้เพิ่มทั้งโหมด ANC และโหมด Transparent Hearing ซึ่งเมื่อเปิดแล้วจะกรองเสียงจากรอบตัวให้ได้ยินผ่านไมโครโฟน


CX Plus True Wireless เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการออกกำลังกาย เช่นเดียวกับรุ่นที่แล้ว CX Plus มีมาตรฐาน IPX4 สำหรับการป้องกันเหงื่อและน้ำกระเซ็น ซึ่งหมายความว่าจะไม่ต้องกังวลเมื่อหูฟังโดนฝนหรือเปียกเหงื่อ แถมการเปิดโหมดตัดเสียงรบกวน ยิ่งทำให้ CX Plus ตอบโจทย์คนที่ไม่ชอบการเลือกเพลงของยิมที่ไปใช้งาน โดยสามารถปิดเสียงครางหรือคำรามของคนอื่นในยิมได้ด้วย

การทดลองใช้งานพบว่า Sennheiser CX Plus True Wireless มีการป้องกันเสียงรบกวนที่ดี มีการแยกสัญญาณเสียงรบกวนทำให้ไม่ได้ลดทอนเสียงทั้งหมดให้อยู่ในระดับเดียวกัน ถือว่าทำได้ดีไม่แพ้ Apple AirPods Pro หรือ Samsung Galaxy Buds Pro ทำให้เสียงรบกวนที่เกิดขึ้นในช่วงเสียงสูง เช่น แตรรถหรือเสียงกระทบของจานชาม ยังได้ยินชัด แต่เสียงที่ดังก้องอย่างต่อเนื่องของเครื่องยนต์ หรือเสียงกระหึ่มของพัดลมนั้นลดลงได้มาก และไม่ได้ยินเสียงเหล่านี้มากวนใจในบางครั้ง


แอป Sennheiser Smart Control สามารถควบคุม Sennheiser CX Plus True Wireless ได้เหมือนกับ CX True Wireless และแม้จะไม่ได้ติดตั้งแอป การจับคู่กับอุปกรณ์ทั้งโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ก็ทำได้ดี แต่สำหรับผู้ที่ต้องการตั้งค่าใหม่หรือรีแมปส่วนควบคุมการแตะ รวมถึงการปรับ EQ ของหูฟังเอียร์บัด ก็สามารถใช้แอปซึ่งปรับอินเทอร์เฟซวิชวลไลเซอร์ให้ไดนามิกมากขึ้น ทั้งสามารถเพิ่มหรือลดเส้นความถี่ได้ ขณะเดียวกันก็สามารถบันทึกค่าที่ตั้งไว้ล่วงหน้าแบบแตกต่างกัน เพื่อสลับกลับไปใช้ในภายหลัง

นอกจากนี้ แอปนี้ยังเปิดให้ปรับระดับเสียงข้างเคียงได้ ทุกคนสามารถเลือกได้ว่าต้องการให้ผู้ช่วยเสมือนสามารถได้ยินเสียงเรียกหรือไม่ ขณะเดียวกัน แอป Sennheiser Smart Control จะเป็นแหล่งอัปเดตเฟิร์มแวร์สำหรับทั้งเคสชาร์จและตัวเอียร์บัด ดังนั้นการติดตั้งแอปจึงค่อนข้างสำคัญในระยะยาว

Sennheiser CX Plus True Wireless เชื่อมต่อกับทุกอุปกรณ์โดยใช้เฟิร์มแวร์ Bluetooth 5.2 ซึ่งดีมากในแง่ของความเสถียร รองรับตัวแปลงสัญญาณ SBC ทั้ง AAC และ aptX ทำให้เชื่อมต่อเหนียวแน่นไม่หลุดง่ายกับอุปกรณ์ Android และ iOS เพียงแตะหูฟังทั้ง 2 ข้างค้างไว้ 3 วินาทีเพื่อเริ่มโหมดจับคู่อุปกรณ์


แบตเตอรี่ของ Sennheiser CX Plus True Wireless มีอายุการใช้งานไม่ตรงกับที่ Sennheiser ระบุ เพราะ Sennheiser โชว์ว่า CX Plus True Wireless สามารถใช้งานได้นาน 8 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง แต่การทดสอบเบื้องต้นพบว่าอายุการใช้งานแบตเตอรี่สั้นกว่ามาก เมื่อปิด ANC เอียร์บัดด้านซ้ายของ Sennheiser CX Plus True Wireless ใช้งานได้ราว 6 ชั่วโมง ในขณะที่เอียร์บัดด้านขวาใช้งานได้นานขึ้นอีกเล็กน้อยที่ 6 ชั่วโมง 17 นาที

สำหรับเคสที่ไม่สามารถชาร์จแบบไร้สาย Sennheiser ระบุว่าเคสสำหรับชาร์จ CX Plus มีความจุในการชาร์จ 16 ชั่วโมง จากการทดสอบ 1 สัปดาห์ เคสนี้ทำงานได้ต่อเนื่องแม้ชาร์จเพียง 2 ครั้งเท่านั้น เป็นประสบการณ์แบตเตอรี่ที่ดีมาก เมื่อเทียบกับหูฟังรุ่นอื่นในตลาด

ฟังเพลงเบสทุ้มนุ่ม ประชุมงานฟังชัด

สำหรับคอเพลง Sennheiser CX Plus True Wireless ให้เสียงเบสและเสียงกลางที่น่าประทับใจ เน้นเสียงเบสแต่ไม่มากจนเกินไป และโน้ตระดับกลางก็มีแรงกระแทกหนักแน่น จากการฟังเพลง Yellow ของ Coldplay พบว่าเสียงเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นฟังแม่นยำแยกจากเสียงร้องของนักร้องนำแบบไม่ต่างจากหูฟังมีสาย


ในส่วนของการโทร Sennheiser CX Plus True Wireless มีไมโครโฟน 2 ตัว ให้เสียงในระดับที่รับได้เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ประเภทเอียร์บัดไร้สาย แม้เสียงจะอู้อี้เล็กน้อยและยังมีเสียงรบกวนจากแบคกราวน์ตามปกติสำหรับการโทรศัพท์ ดังนั้นไม่สามารถใช้เพื่อบันทึกเสียงเป็นพ็อดคาสท์ได้

สรุป

อย่างที่บอกไปแล้ว ในมุมของเสียง Sennheiser CX Plus True Wireless ให้เสียงใกล้เคียง CX True Wireless มาก แม้เสียงเบสและเสียงกลางจะเน้นมากกว่าเล็กน้อย แต่การตั้งค่าและการควบคุมที่คล้ายกันมาก ทำให้ตัวตัดสินระหว่างรุ่นไม่มี Plus และรุ่นมี Plus นั้นอยู่ที่โหมด ANC และ Transparent Hearing เท่านั้น

ดังนั้นสำหรับใครไม่ได้มองเรื่องการตัดเสียงรบกวนเป็นเรื่องใหญ่ CX True Wireless รุ่นเก่าอาจจะคุ้มค่ากว่าในราคาที่ต่ำกว่า แต่ถ้าเป็นคนที่ต้องการหูฟังไร้สายที่ตัดเสียงรบกวนแบบเชื่อใจได้ในราคาไม่ถึง 7,000 บาท CX Plus เป็นทางเลือกที่เหมาะสม ทั้งคุณสมบัติกันน้ำระดับ IPX4 เพื่อการออกกำลังกายแบบเสถียร แบตเตอรี่ที่เชื่อถือได้แม้จะค่อนข้างธรรมดา แต่ก็มากเกินพอที่จะเป็นเพื่อนเดินทางได้ไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง รวมถึงเคสสำหรับชาร์จก็ช่วยเพิ่มพลังหูฟังได้ต่อเนื่องดี เป็นทางเลือกที่ประหยัดกว่า AirPods และน่าสนใจมากทีเดียว.


กำลังโหลดความคิดเห็น