xs
xsm
sm
md
lg

Apple เปิดให้ดาวน์โหลด iOS 14 | iPadOS 14 | watchOS 7 มีอะไรใหม่บ้าง?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



การที่ภายในงาน Apple ‘Time Files’ เมื่อคืนวันที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา Apple ไม่ได้มีการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ แต่เลือกประกาศให้ผู้ใช้งาน iPhone รุ่นเดิมสามารถ ดาวน์โหลด iOS 14 มาใช้งานได้ พร้อมกับ iPadOS 14 และ watchOS 7

กลายจุดที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของ Apple ที่แม้จะมีการปรับช่วงเวลาในการเปิดตัว iPhone แตกต่างจากเดิม แต่ผู้ใช้งานเครื่องรุ่นเดิมก็จะได้รับประสบการณ์ใช้งานที่ดีขึ้น จาก iOS 14 ที่เปิดให้นักพัฒนาเข้าถึงได้ตั้งแต่งาน WWDC 2020 ก่อนที่จะให้ใช้งานแบบสาธารณะในวันนี้

ผู้ใช้งาน iPhone iPad และ Apple Watch สามารถเข้าไปอัปเดตระบบปฏิบัติการใหม่ได้แล้ว ผ่านการตั้งค่า (Setting) > ทั่วไป (General) > รายการอัปเดตซอฟต์แวร์ (Software Update)

iOS 14 ปรับการแสดงผลให้ใช้งานสะดวกขึ้น


iOS 14 นับเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของ iOS ในแง่ของการแสดงผลบนหน้าจอก็ว่าได้ เพราะมีการนำวิดเจ็ต มาให้ใช้งานบนหน้าจอโฮมเป็นครั้งแรก จากที่ก่อนหน้านี้ Apple เปิดให้ใช้เฉพาะในแถบวิดเจ็ตเท่านั้น

โดยในช่วงแรก Apple มี Widget ที่น่าสนใจอย่างปฏิทินที่แสดงผลตารางนัดหมาย พร้อมวันที่ Apple Music ที่แสดงเพลยลิสต์ที่ชื่นชอบ Widget รวมแอปที่ใช้งานบ่อยๆ รวมถึงนาฬิกา พยากรณ์อากาศ กิจกรรม แผนที่ต่างๆ ให้ใช้งานทันที

เรียกได้ว่า เมื่ออัป iOS 14 แล้วหน้าจอของ iPhone ก็จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป โดยเท่าที่ลองใช้งานมาสักพักพบว่า ทำให้ใช้งานได้สะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะแถบ Widget ที่รวมแอป ซึ่งมักจะแนะนำแอปที่ต้องการใช้งานในเวลานั้นๆ ขึ้นมาให้เสมอ

ต่อมาคือในส่วนของคลังแอป สำหรับผู้ที่มีการติดตั้งแอปพลิเคชันใช้งานจำนวนมากบน iPhone เมื่อปัดหน้าโฮมไปหน้าสุดท้าย บน iOS 14 จะมีการรวบรวมแอปพลิเคชันประเภทต่างๆ เข้าด้วยกัน ทำให้ค้นหาแอปที่ต้องการใช้งานได้สะดวกขึ้น


นอกเหนือจากการปรับโฉมหน้าโฮมแล้ว ใน iOS 14 ยังได้ปรับรูปแบบการแจ้งเตือนเวลามีสายโทรเข้า ขณะที่กำลังใช้งานโทรศัพท์อยู่ จะแสดงผลเป็นแถบเล็กๆ ให้สามารถกดตัดสาย หรือรับสายได้ทันที จากที่แต่เดิมจะตัดเข้าหน้าจอโทรศัพท์ ทำให้ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องใช้งานแอปฯ ก็จะไม่ถูกสายเรียกเข้ารบกวน

จุดสำคัญเลยคือการพัฒนาในเรื่องของความเป็นส่วนตัว โดย Apple ย้ำมาตลอดว่า ข้อมูลทุกอย่างที่เก็บไว้บน iPhone จะถูกประมวลผลเพื่อใช้งานบน iPhone เท่านั้น ไม่มีการส่งข้อมูลไปประมวลผลที่อื่น

โดยใน iOS 14 เมื่อแอปใด มีการเข้าถึงกล้อง หรือไมโครโฟน จะมีการแสดงสัญลักษณ์ขึ้นมาทั้งในแอปฯ และบริเวณศูนย์ควบคุม เพื่อให้ผู้ใช้งานทราบได้ทันที เช่นเดียวกับเวลาแอปฯ มีการเข้าถึงข้อมูลใน Clipboard ที่ คัดลอก (Copy) ข้อความไว้ มาวาง (Paste) ก็จะขึ้นแสดงว่านำข้อมูลมาจากไหน เป็นต้น


ใน iOS 14 ยังมีการอัปเดตความสามารถในแอป ‘ข้อความ’ (Messages) ที่คนไทยอาจจะไม่ได้ใช้งานมากนัก อย่างการปักหมุดผู้ที่สนทนาด้วยบ่อยๆ สามารถ Mentions ถึงบุคคลในกลุ่มสนทนาได้ เลือกตอบกลับข้อความ เปลี่ยนรูปภาพประจำกลุ่มได้ เรียกได้ว่าปรับปรุงให้เหมือนแอปแชทมากยิ่งขึ้นก็ว่าได้


เช่นเดียวกับ Memoji ที่มีการเพิ่มทรงผม เครื่องประดับ เปิดให้เลือกช่วงอายุได้มากขึ้น มีการนำโครงสร้างใบหน้ามาแสดงผลแบบสื่ออารมณ์มากขึ้น และเพิ่มลูกเล่นอย่างการใส่หน้ากากเข้ามารับการช่วงโควิด-19


แอปสุขภาพ (Health) เป็นอีกส่วนที่มีการพัฒนาเพิ่มขึ้นบน iOS 14 ด้วยการเพิ่มความสามารถในการบันทึกการพักผ่อนเข้ามา เมื่อนำงานร่วมกับ Apple Watch ก็จะช่วยเก็บข้อมูลในการนอนได้ด้วย


สำหรับ iOS 14 ผู้ที่ใช้งาน iPhone ตั้งแต่รุ่น iPhone 6s ขึ้นไป จนถึง iPhone 11 ซีรีส์ สามารถดาวน์โหลดมาอัปเกรดมาใช้งานได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

iPadOS 14 เน้นเพิ่มความสะดวกในการใช้ Apple Pencil


จุดแรกที่เห็นได้ชัดเจน หลังจากอัปเดต iPadOS 14 คือหน้าจอแสดงผลหลักที่เพิ่ม ‘มุมมองวันนี้’ หรือ Today View เข้ามา ช่วยให้ในหน้าหลัก นอกจากการเข้าถึงแอปพลิเคชันต่างๆ แล้วที่บริเวณฝั่งซ้าย จะมีขึ้นแสดงตารางนัดหมาย และวิดเจ็ตที่น่าสนใจ


ขณะเดียวกันภายในแอปต่างๆ ได้มีการปรับปรุงการออกแบบให้รองรับการใช้งานในแนวนอนให้สะดวกขึ้น อย่างการเพิ่มแถบด้านข้าง และเมนูต่างๆ ให้เข้าถึงฟังก์ชันต่างๆ ของแอปได้ทันที

เมื่อรวมกับความสามารถที่เพิ่มขึ้นมาบน iOS 14 ทำให้ iPadOS 14 ทำงานร่วมกับ iPhone ได้อย่างไร้รอยต่อมากขึ้น อย่างการใช้งานฟีเจอร์ Handoff ที่คัดลอกเนื้อหามาใช้งานบน iPad หรือเวลามีสายเรียกเข้าที่ iPhone ก็จะแจ้งเตือนเป็นแถบเล็กๆ บน iPad ด้วย


ความน่าสนใจของ iPadOS 14 จริงๆ แล้วอยู่ที่การใช้งานร่วมกับ Apple Pencil ในโหมด Scribble ที่ผู้ใช้งานสามารถเขียนลายมือลงในช่องข้อความต่างๆ แล้ว iPad จะแปลงลายมือเป็นข้อควม หรือตัวเลือกต่างๆ ได้ทันที

นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งลัดเพิ่มเติมอย่าง ในกรณีที่ต้องการลบข้อความบางส่วน สามารถนำ Apple Pencil ขีดฆ่าข้อความเหล่านั้นได้ทันที หรือถ้าต้องการเลือกข้อความ ก็นำ Apple Pencil มาวงกลมล้อมรอบข้อความเหล่านั้น

ภายในแอป Notes ก็ได้เพิ่มฟีเจอร์ให้ใช้งาน Apple Pencil ได้สะดวกขึ้น อย่างการเพิ่ม Smart Selection ในการเลือกลายมือที่เขียน สามารถคัดลอกลายมือไปวางในแอปอื่น โดย iPad จะแปลงลายมือเป็นตัวอักษรโดยอัตโนมัติ เพียงแต่ฟีเจอร์เหล่านี้จะรองรับเฉพาะภาษาอังกฤษก่อน

สำหรับผู้ที่ใช้ iPad ในการวาดรูป Apple Pencil บน iPadOS 14 ยังสามารถจำรูปทรงเลขาคณิต ทำให้สามารถวาดเส้นตรง เส้นโค้ง สี่เหลี่ยมจัตุรัส ผืนผ้า วงกลม วงรี หัวใจ สามเหลี่ยม ดาว ก้อนเมฆ หกเหลี่ยม ลูกศรแบบมีเส้นขอบ ได้ทันที ช่วยให้การวาดภาพสมบูรณ์แบบมากขึ้น


iPasOS 14 รองรับการใช้งานร่วมกับ iPad Air รุ่นที่ 2 ขึ้นไป iPad mini รุ่นที่ 4 ขึ้นไป iPad รุ่นที่ 5 ขึ้นไป ละ iPad Pro ทุกรุ่น

watchOS 7 ปรับปรุงเพื่อสุขภาพผู้ใช้


ด้วยการที่เป็นนาฬิกาสมาร์ทวอทช์ที่ขายดีที่สุดในโลก แต่ถ้าเทียบกับอุปกรณ์ฟิตเนสแทร็กเกอร์ที่ตรวจจับการนอนได้อย่าง Fitbit และแบรนด์อื่นๆ แล้ว Apple ยังถือว่ามีประสบการณ์ค่อนข้างน้อยในการวัดข้อมูลการพักผ่อน หรือการนอน

เนื่องจากข้อจำกัดในการใช้งานแบตเตอรีของ Apple Watch ที่ต้องชาร์จทุกวัน ทำให้ที่ผ่านมา จะไม่ค่อยนิยมใส่ Apple Watch นอน แต่เลือกที่จะวางชาร์จทิ้งไว้ข้ามคืนมากกว่า

หนึ่งในความสามารถที่ถูกอัปเดตขึ้นมาบน watchOS 7 คือการวัดการนอน ที่เมื่อทำงานร่วมกับแอป สุขภาพ (Health) บน iPhone แล้วจะช่วยให้สามารถติดตามช่วงเวลานอนย้อนหลังได้ โดยจะแสดงผลคร่าวๆ อย่างช่วงเวลาที่อยู่บนเตียง และช่วงเวลาที่นอนหลับ

โดยก่อนที่จะใช้ใส่นอน ผู้ใช้จะต้องมีการตั้งค่าเวลาที่ต้องการพักผ่อน และช่วงเวลาที่เข้านอน เพื่อให้ iPhone ทำการแจ้งเตือนให้ชาร์จแบตเตอรีของ Apple Watch ล่วงหน้า ซึ่งต้องมีแบตเตอรีขั้นต่ำ 30% ถึงจะสามารถใช้ตรวจจับการนอนได้

ดังนั้น เมื่อถึงช่วงเวลาก่อนนอนที่ตั้งไว้ iPhone จะมีการแจ้งเตือนให้นำ Apple Watch ไปชาร์จ ถ้าแบตเตอรีต่ำกว่า 30% และเมื่อชาร์จเต็มแล้วจะมีแจ้งเตือนมาบน iPhone ให้นำ Apple Watch มาใส่นอนได้


ขณะเดียวกัน เพื่อให้สะดวกในการใช้งาน Apple Watch ตลอดเวลา อาจจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการชาร์จ อย่างเช่นเมื่อกลับถึงบ้านให้วางชาร์จไว้ก่อน เพื่อสวมใส่เข้านอน และหลังตื่นนอนค่อยชาร์จอีกครั้งตอนอาบน้ำก่อนออกจากบ้าน เป็นต้น

ข้อดีอย่างหนึ่งของการใช้งานกับ iOS 14 คือ ขณะที่ชาร์จ Apple Watch บนหน้าจอ iPhone ก็จะแสดงสถานะแบตเตอรีของ Apple Watch ให้ทราบด้วย ทำให้รู้ว่าแบตเตอรีของ Watch อยู่ที่เท่าไหร่

กับอีกฟีเจอร์ที่ Apple เห็นความสำคัญของการล้างมือให้สะอาด และล้างเชื้อโรคออกจากมือได้ ทำให้เพิ่มฟีเจอร์อย่าง Handwash เข้ามา โดย Apple Watch จะมีการแจ้งเตือนผู้สวมใส่ขณะที่ล้างมือ ให้ล้างนานกว่า 20 วินาที ตามที่ทาง WHO แนะนำ

ด้วยการนำเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว และไมโครโฟนมาช่วยฟังเสียงน้ำ ทำให้เมื่อล้างมือ Apple Watch จะตรวจจับได้ทันทีว่าล้างมืออยู่ และมีตัวเลขแสดงเวลานับถอยหลัง เมื่อครบ 20 วินาที ก็จะมีเสียง และสั่นเตือนอีกครั้งว่าครบแล้ว


ในประเทศไทย watchOS 7 ยังรองรับการตั้งค่าครอบครัว (Family Setup) ที่เปิดให้สามารถจับคู่ Apple Watch ของเด็กๆ และผู้สูงอายุในครอบครัวกับ iPhone ของผู้ใช้งานได้

ด้วยการนำความสามารถของ Apple Watch Cellular และ eSIM มาใช้งาน ทำให้แต่ละเครื่องจะมีเลขหมายโทรศัพท์ที่แตกต่างกัน เพื่อให้สามารถติดต่อหากัน ผ่านการโทร ส่งข้อความ รวมถึงตรวจจับการล้ม และแสดงพิกัดสถานที่ของบุคคลในครอบครัวด้วย

ทั้งนี้ การใช้งาน Apple Watch แบบครอบครัวนั้น อาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากทางโอเปอเรเตอร์ โดยทั้งเอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟ เอช มีบริการ eSIM สำหรับ Apple Watch ให้บริการอยู่ในราคาเดือนละ 299 บาท


สำหรับอุปกรณ์ Apple Watch ที่รองรับการใช้งาน watchOS 7 คือตั้งแต่ Apple Watch 3 ขึ้นไป จนถึงรุ่นทีเปิดตัวใหม่อย่าง Watch 6 และ Watch SE ด้วย


กำลังโหลดความคิดเห็น...