โซนี่ อีริคสัน รุ่น W705 โทรศัพท์มือถือตระกูล "วอล์กแมน" โดยได้ดีไซน์รูปลักษณ์ให้เป็นแบบสไลด์โฟน และมีความหรูหราในระดับพรีเมี่ยม ส่วนคุณสมบัติของเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลแบบพกพายังคงเอกลักษณ์เช่นเดิม มีฟังก์ชัน "Shake Control" มาให้เขย่าเล่นเพื่อเปลี่ยนเพลง และเพิ่ม-ลดระดับเสียงกันสนุกมือ และฟังก์ชัน 'GEO Tagging' ที่สามารถระบุสถานที่ถ่ายภาพผ่าน Google Maps ให้ได้ใช้กันด้วย แน่นอนว่ามาพร้อมการเชื่อมต่อการใช้งานแบบครบครัน
Feature on Sony Ericsson W705
"Sony Ericsson W705" มีเมนูมาให้ใช้งานกันทั้งหมด 12 เมนูด้วยกัน ประกอบด้วย PlayNow, อินเทอร์เน็ต(Internet), ความบันเทิง(Entertainment), กล้องถ่ายรูป(Camera), ข้อความ(Messaging), สื่อ(Media), วิทยุ(Radio), รายชื่อ(Contacts), เครื่องเล่นวอล์กแมน(WALKMAN), รายการโทร(Calls), ออแกไนเซอร์(Organiser) และการตั้งค่า(Settings)
Music Player
จุดเด่นแรกของเครื่องรุ่นนี้หนีไม่พ้น "เครื่องเล่นเพลง" ที่มีชื่อเรียกเฉพาะของยี้ห้อนี้ว่า 'WALKMAN' ซึ่งสามารถเข้าสู่เครื่องเล่นเพลงได้ทั้งหมด 3 ทางด้วยกัน แบ่งเป็นทางเมนู 2 ทาง คือ เลือกเมนู > สื่อ > เพลง หรือ เลือกเข้าผ่านเมนู 'WALKMAN' โดยตรง และทางคีย์ลัดอีก 1 ทาง คือ กดปุ่มสีเงินที่มีสัญลักษณ์วอล์กแมนทางด้านบนของตัวเครื่อง เมื่อเข้าสู่เครื่องเล่นเพลง จะมีฟังก์ชันให้เลือกใช้ตามต้องการ ได้แก่ เล่นตามกลุ่มศิลปิน, อัลบั้มเพลง, เล่นตามรายชื่อเพลงทั้งหมด, เล่นตามเพล์ลิสต์ที่ได้กำหนดไว้, SensMe สร้างรายการเล่นตามจังหวะ-อารมณ์ของผู้ใช้, ประเภทของเพลง, ตามปี, หนังสือเสียง และPodcasts
"การตั้งค่า"การใช้งานยังคงมีให้ปรับค่าด้วยกัน 4 หมวดย่อย ตามเอกลักษณ์ของวอล์กแมนโฟน ประกอบไปด้วย 1. โหมดเล่น เมื่อกดเลือกเข้าไปสามารถกำหนดค่าได้ 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นการกำหนดว่าจะให้มีการเล่นตามคิวเพลงหรือสลับเพลง ส่วนที่ 2 เป็นการกำหนดว่าจะให้เล่นวนรอบไปเรื่อยๆหรือจะหยุดเมื่อวนครบรอบ
2. Equalizer เมื่อกดเข้าไปจะมีให้เลือกปรับอยู่ทั้งหมด 9 แบบ ได้แก่ แบบปกติ, Unique, Soul, Easy, Bass, Jazz, Pop, Heavy และSoul อีก 1 รูปแบบ นอกจากนี้ยังสามารถเลือกปรับแต่งเสียงตามฉบับของแต่ละคนได้ โดยกดปุ่มซอฟต์คีย์ซ้ายเลือกที่ 'เลือกเอง' จากนั้นก็ปรับแต่งให้ได้ตามที่ต้องการ แล้วกดปุ่มตกลงยืนยันว่าต้องการจะใช้ค่าที่ตั้งเอง
3. วิชวลไลเซชัน เป็นส่วนที่ไว้กำหนดค่าว่า จะให้มีการแสดงปกภาพอัลบั้มทางด้านหน้าเครื่องเล่นเพลงหรือไม่ หากไม่มีภาพปกสามารถเลือกรูปแบบที่มีมาพร้อมกับตัวเครื่องได้ทั้งหมด 5 รูปแบบ ได้แก่ Waves, Walkman Lines, Inner twirl, Circles และAlbum Lines ส่วนหมวดสุดท้ายเป็นการเพิ่มระดับเสียงสเตอริโอ ซึ่งสามารถเลือกได้ว่าจะใช้หรือไม่(เปิด-ปิด)
นอกจากนี้ "W705"ยังมีลูกเล่นอย่างการเขย่าเครื่อง เพื่อเพิ่ม-ลดระดับเสียง และเปลี่ยนเพลงเข้ามาให้ใช้ด้วย ซึ่งสามารถใช้งานได้โดยการกดปุ่ม "สัญลักษณ์วอล์กแมน" ทางด้านบนตัวเครื่องค้างไว้ แล้วเขย่าเครื่องขึ้น-ลง เพื่อเพิ่ม-ลดเสียง ถ้ากดค้างแล้วเขย่าไปทางซ้าย-ขวา เครื่องเปลี่ยนไปเล่นเพลงถัดไป และยังสามารถแสดงเครื่องเล่นเพลงในแนวนอนได้ตามลักษณะการจับวาง
หลังการใช้งานเครื่องเล่นเพลง ปรากฏว่ายังคงความเป็นวอล์กแมนอยู่ ทั้งคุณภาพและฟังก์ชันการใช้งานที่ยังมีมาให้ในรูปแบบหน้าตาที่เดิมๆ(สาวกโซนี่ อิริคสันคงรู้ดี) การควบคุมเครื่องเล่นเพลงทำได้ง่ายและค่อนข้างลื่นไหล ทางด้านลูกเล่นที่ใส่มาให้ใช้งานอย่างการเขย่าเครื่อง (Shake Control) เพื่อเปลี่ยนเพลงนั้น สำหรับเครื่องรุ่นนี้ยังตอบสนองได้ไม่ดีเท่าที่ควร การทำงานยังมีความซับซ้อนอยู่ เสียงของเครื่องรุ่นนี้ที่ขับออกมาทางด้านหลัง ถือว่าให้เสียงดนตรีครบถ้วน ออกโทนแหลมใส ปนเบสนุ่มๆ เมื่อลองเร่งระดับเสียงจนสุดไม่พบการเสียงแตกพร่า
FM
ส่วน"เครื่องเล่นวิทยุ (FM Radio)" นั้นยังคงรูปแบบเดิมในเรื่องของการอาศัยชุดหูฟังเป็นตัวรับสัญญาณ จึงจะสามารถรับฟังคลื่นความถี่นั้นๆได้ การค้นหาสัญญาณความถี่สามารถเลือกให้ค้นหาแบบอัตโนมัติ หรือจะระบุค่าความถี่ด้วยตัวเองก็ได้(ทศนิยมแบบ 1 ตำแหน่ง) บันทึกสถานีได้ 20 สถานี นอกจากนี้ ยังสามารถบันทึกเสียงจากวิทยุได้, เลือกได้ว่าจะให้เล่นแบบสเตอริโอ หรือโมโน, มีฟังก์ชัน TrackID ในตัว และเล่นเป็นแบ็กกราวด์ เมื่อออกจากเมนูได้เหมือนกับเมนูเครื่องเล่นเพลงด้วยการเลือก 'เล็กที่สุด'
Camera
มาดูในส่วนของ "กล้องดิจิตอล" ที่ติดมากับเครื่องบ้าง โดยกล้องของ "W705" มีความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลชช่วยถ่ายแบบ LED แต่ไม่มีระบบโฟกัสใส่มาให้ ด้านฟังก์ชันการใช้งานในโหมดถ่ายภาพประกอบด้วย ภาพถ่ายปกติ, ภาพแบบพาโนรามา ถ่าย 3 ช็อตติดต่อกัน, เฟรม มีให้เลือกใช้ทั้งหมด 13 รูปแบบ และถ่ายเร็ว เป็นการถ่ายภาพต่อเนื่อง 4 ภาพติดต่อกัน, ขนาดของภาพมีให้เลือก ได้แก่ 3, 2, 1 ล้านพิกเซล และระดับ VGA (640 x 480 พิกเซล), โหมดกลางคืนสามารถเลือกใช้โดยการ เปิด-ปิด
แสงจากไฟแฟลชมีให้เลือกเปิด-ปิด, ตั้งเวลาถ่ายภาพ(เปิด-ปิด), ปรับแต่งค่าสี 'White Balance' 5 รูปแบบ ได้แก่ อัตโนมัติ, แสงตอนกลางวัน, มีเมฆมาก, แสงนีออน และแสงจ้า ส่วนเอฟเฟกต์มีให้เลือกปรับใช้ทั้งหมด 4 รูปแบบ ได้แก่ ปกติ, ขาวดำ, ภาพเนกาทีฟ, สีน้ำตาลแก่(ซีเปีย)
ในส่วนของ"การตั้งค่า"การใช้งานนั้นมีให้เลือกปรับแต่งดังต่อไปนี้ ปรับคุณภาพของภาพมีให้ลือกระหว่าง ละเอียด กับปกติ, ทบทวน เป็นการทวนคำสั่งว่าจะให้บันทึกภาพลงเครื่อง-การ์ดหน่วยความจำเลย หรือจะให้แสดงเพื่อยืนยันอีกครั้งก่อนจะบันทึก, เพิ่มตำแหน่งระบุที่ตั้งภาพ, กำหนดบันทึกภาพว่าจะให้บันทึกลงความจำการ์ดหรือความจำเครื่อง, หมุนภาพอัตโนมัติ(เปิด-ปิด), เสียงชัตเตอร์(เปิด-ปิด), รีเซ็ตการตั้งค่า และรีเซ็ตตัวนับภาพ
ส่วน"วิดีโอ"มีให้เลือกปรับการบันทึก 2 รูปแบบคือ ถ่ายปกติ กับแบบถ่ายเป็นข้อความภาพ มีให้เลือกเปิด-ปิดในโหมดของแสงช่วยส่องสว่าง, โหมดกลางคืน, ตั้งเวลาถ่ายภาพ, ปรับ WB(White balance) และเอฟเฟกต์ ซึ่งเหมือนกับในโหมดถ่ายภาพนิ่ง ที่มีเพิ่มมาคือเรื่องของการเปิด-ปิดไมโครโฟนเพียงอย่างเดียว ส่วนการตั้งค่านั้นมีให้เลือกปรับ 4 ฟังก์ชันคือ ทบทวน, การบันทึก, รีเซ็ตการคั้งค่า, รีเซ็ตตัวนับลำดับวิดีโอ หลักการทำงานเหมือนกับการบันทึกภาพนิ่งเช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ ยังมี "GPS" มาให้ใช้งานในตัว ผ่านฟังก์ชันที่เรียกว่า 'GEO Tagging' เพื่อระบุตำแหน่งของภาพถ่ายว่าอยู่พิกัดไหนบนแผนที่ แต่ไม่สามารถใช้ในการนำทางได้ โดยใช้แผนที่ Google Maps เป็นตัวกำหนดพิกัด ซึ่งเวลาใช้งานต้องต่อ GPRS แล้วโหลดผ่าน GPRS มาอีกที ถึงจะรู้ว่าภาพที่ถ่ายนั้นอยู่ส่วนไหนบนแผนที่ สามารถเลือกมุมมองได้ 2 รูปแบบ คือ แบบดาวเทียม กับมุมมองแผนที่ สามารถซูมเข้า-ออกเพื่อย่อ-ขยายแผนที่ได้ตามความต้องการของผู้ใช้
หลังการใช้งานพบว่า กล้องตอบสนองการใช้งานได้เป็นอย่างดี การจับภาพทำได้ค่อนข้างไว แต่เสียอย่างเดียวคือ กล้องของเครื่องรุ่นนี้ไม่มีการจับโฟกัสอัตโนมัติ ทำให้ภาพที่ได้ไม่คมชัดเท่าไรนัก ในขณะถ่ายภาพต้องอาศัยมือที่ค่อนข้างนิ่งพอสมควร การต่อภาพในโหมดถ่ายภาพแบบพาโนรามายังไม่ค่อยเนียนเท่าไรนัก คุณภาพของภาพนิ่งที่ถ่ายออกมานั้น ถือว่าทำได้ดีได้สีที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติ ส่วนคุณภาพของวิดีโอทำได้ไม่ค่อยประทับใจเท่าไร มีอาการกระตุกของเสียงและภาพบางช่วง
Entertainment
ในเมนู "ความบันเทิง" มีโปรแกรมที่น่าสนใจให้ใช้งานอยู่ 4 โปรแกรม ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของตระกูลวอล์กแมนไปแล้วก็ว่าได้ โดย 4 โปรแกรมที่ว่าประกอบไปด้วย 1. TrackID สำหรับค้นหาข้อมูลเพลง 2. VideoDJ โปรแกรมสร้างวิดีโอแบบง่ายๆ ไม่ว่าจะใช้รูปภาพ หรือไฟล์วีดีโอคลิปก็สามารถใช้ทำได้ 3. PhotoDJ สำหรับมแก้ไขตกแต่งรูปภาพ ซึ่งใส่ฟังก์ชันมาให้ปรับกันมากพอควร 4. MusicDJ สำหรับผู้ที่ต้องการแต่งเพลง ซึ่งมีเครื่องดนตรีมาให้เลือกใช้แต่ง 4 ชิ้นด้วยกัน ได้แก่ กลอง, กีตาร์, คีย์บอร์ด และเครื่องเป่า นอกจากนี้ยังมีเสียงดนตรีให้เลือกใช้งานอีกมากมาย และสามารถกำหนดจังหวะของดนตรีได้อีกด้วย
Games
"W705" ใส่เกมมาให้เล่นทั้งหมด 5 เกมด้วยกัน ได้แก่ Bowling, Bubble Town, Guitar Rock, Nitro Street และSudoku ซึ่งเกมแข่งรถอย่าง "Nitro Street" ยังได้ใช้ตัวเซนเซอร์ "Accelerometer" มาเป็นลูกเล่นช่วยให้เกมดูมีสีสันขึ้นด้วย กล่าวคือ ในเกมผู้เล่นสามารถบังคับรถด้วยการเอียงซ้าย-ขวาตัวเครื่อง เพื่อควบคุมรถให้แล่นไปตามทางที่กำหนด นอกจากเรื่องของลูกเล่นแล้ว ในส่วนของเกมยังสามารถนำเกมมาลงเพิ่มใหม่ในภายหลังได้อีกด้วย
Design of Sony Ericsson W705
"Sony Ericsson W705" ถูกออกแบบให้เป็นโทรศัพท์ถือสไลด์โฟน ตัวเครื่องใช้วัสดุที่ทำจากพลาสติกคุณภาพสูงเป็นส่วนใหญ่ ทำให้น้ำหนักโดยรวมกำลังพอเหมาะกับการจับถือ ผนวกกับลูกเล่นของปุ่มควบคุมที่ออกแบบได้อย่างประณีตเป็นมิติคล้ายกับวอล์กแมนโฟนรุ่นก่อนหน้านี้ และมียางเคลือบพลาสติกอีกชั้นทางด้านหลัง ทำให้เครื่องรุ่นนี้ดูไฮโซขึ้นมาทันที ตัวเครื่องรุ่นนี้มีขนาด 95 x 48 x 14.3 มม. น้ำหนักอยู่ที่ 98 กรัม มีให้เลือก 2 สี คือ เงิน (Luxury Silver) กับแดง (Passionate Red )
ด้านหน้า : ไล่จากส่วนบนสุดจะพบลำโพงสนทนาวางอยู่ตรงกึ่งกลางของตัวเครื่อง ด้านซ้ายของลำโพงเป็นเซ็นเซอร์วัดแสง สำหรับปรับแสงหน้าจอแบบอัตโนมัติ ส่วนด้านขวาเป็นกล้องตัวที่สองขนาดเท่ารูเข็มใช้สำหรับ 'Video Call' เท่านั้น ถัดมาใกล้กันเป็นรูปสัญลักษณ์ "วอล์กแมน" ถูกวางไว้ตรงมุมขวาบนพอดี ถัดลงมาเป็นส่วนของจอแสดงผลแบบTFT LCD 262,144 สี (240 x 320 พิกเซล) ขนาด 2.4 นิ้ว เป็นกระจกที่สามารถป้องกันรอยขีดข่วนได้ รองรับปรับหมุนทิศทางการแสดงผลแบบอัตโนมัติ(Accelerometer Sensor)
ใต้จอแสดงผลเป็นชุดปุ่มควบคุม ประกอบไปด้วย ปุ่มซอฟต์คีย์ซ้าย, ปุ่มควบคุมแบบ 5 ทิศทาง(สามารถควบคุมเครื่องเล่นเพลงได้), ปุ่มซอฟต์คีย์ขวา, ปุ่มรับสาย, ปุ่มวางสาย (กดค้างเปิด-ปิดเครื่อง), ปุ่มทางลัดที่ใช้งานบ่อย และปุ่มยกเลิก(Clear) ถัดลงมาใต้ชุดปุ่มควบคุม มีสัญลักษณ์พร้อมตัวอักษรเขียนว่า 'Walkman'
เมื่อสไลด์ตัวเครื่องออกจะพบกับชุดปุ่มตัวเลข-อักษรตามมาตรฐานโทรศัพท์มือถือทั่วไป ปุ่มมีลักษณะแบนราบ นูนเล็กน้อย ซึ่งดูกลมกลืนกับพื้นผิวของส่วนนี้ มีรูไมค์สนทนาวางอยู่ด้านขวาข้างปุ่มเลข 3
ด้านหลัง : พลิกดูด้านหลังจะพบเลนส์กล้องวางเด่นค่อนไปทางมุมด้านซ้าย พร้อมกับแฟลชอยู่ทางด้านซ้ายของเลนส์ และข้อความการันตีถึงความละเอียดของกล้องที่ระดับ 3.2 Megapixel ถัดลงมาเป็นสัญลักษณ์ 'วอล์กแมน' ส่วนทางด้านล่างมีโลโก้พร้อมชื่อแบรนด์ 'Sony Ericsson' และช่องระบายเสียงลำโพง ซึ่งพื้นผิวทางด้านนี้เป็นแบบพลาสติกเคลือบด้วยยาง ช่วยลดการลื่นไหลจากการจับถือได้ได้มากทีเดียว
เมื่อเปิดฝาหลังออกจะพบกับช่องสอดซิมการ์ดวางอยู่ทางด้านบนฝั่งขวา ถัดลงมาเป็นแบตเตอรี่ชนิด Li-Ion 950 mAh ถึงแม้ช่องใส่ซิมการ์ดจะอยู่แยกออกมาด้านนอก แต่ก็ต้องถอดแบตฯออกก่อนอยู่ดี จึงจะสามารถใส่ซิมการ์ดได้ ใต้ล่างแบตฯเป็นลำโพงเสียง ส่วนช่องเสียบการ์ดหน่วยความจำถูกดีไซน์ไว้ทางด้านข้างทางขวาของแบตฯ ซึ่งดูลึกลับและแปลกตาดี โดยใช้เมมโมรี่การ์ดแบ Memory Stick Micro (M2)
ด้านขวา : ไล่จากด้านบนสุดเป็นปุ่มปรับระดับทั้งเพิ่ม-ลดเสียง, ซูมขยายภาพในโหมดกล้อง ถัดลงมาเป็นตัวอักษรสลักคำว่า 'Walkman' ล่างสุดเป็นปุ่มชัตเตอร์สำหรับถ่ายภาพในโหมดกล้องถ่ายภาพ (กดค้างเข้าโหมดกล้อง)
ด้านซ้าย : บนสุดเป็นช่องเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายนอกต่างๆ ซึ่งใช้ช่องนี้ในการเชื่อมต่อเพียงช่องเดียว ทั้งสายชาร์จแบตเตอรี่, สายเคเบิ้ลเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์, หูฟังสมอลล์ทอล์ก ด้านล่างมีสัญลักษณ์เมมโมรี่การ์ดบอกให้รู้ว่า เมื่อเปิดฝาหลังออกตรงจุดนี้จะพบกับช่องใส่การ์ดหน่วยความจำ
สำหรับสายชาร์จแบตเตอรี่รุ่นนี้ ออกแบบมาให้สามารถต่อพ่วงกับสายเคเบิ้ลเพื่อเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ และหูฟังสมอลล์ทอล์กในขณะที่กำลังชาร์จแบตฯได้ด้วย
ด้านบน และด้านล่าง : ด้านบนมีเพียงปุ่มคีย์ลัดเข้าสู่เครื่องเล่นเพลงวอล์กแมน รวมถึงใช้เป็นปุ่มควบคุมฟังก์ชันพิเศษ โดยการกดค้างแล้วเขย่าเพื่อเพิ่ม-ลดเสียง หรือเปลี่ยนเพลง ถูกออกแบบให้วางอยู่ตรงกึ่งกลางของตัวเครื่อง ส่วนด้านล่างฝั่งซ้ายมีช่องสำหรับร้อยสายคล้องมือ-คอ และฝั่งขวาเป็นตัวล็อก-ปลดล็อกฝาหลัง
บทสรุป
สำหรับ Sony Ericsson W705 รุ่นนี้ นอกจากเครื่องเล่นเพลงที่เป็นตัวเก่งตามชื่อรุ่นแล้ว คุณสมบัติและฟังก์ชันอื่นๆที่ใส่มาพร้อมกับเครื่องรุ่นนี้ก็เก่งไม่เป็นรองกัน ทั้งกล้องถ่ายภาพที่มีความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซลพร้อมแฟลช การเชื่อมต่อที่ถือว่าครบครัน ไม่ว่าจะเป็น การเชื่อมต่อข้อมูลผ่านสายดาต้าลิงก์แบบ USB 2.0, บลูทูธ 2.0 รองรับ A2DP สำหรับใช้กับหูฟังสเตอริโอ ทางด้านอินเทอร์เน็ตรองรับการเชื่อมต่อ GPRS/EDGE, HSPA และ Wi-Fi 802.11 b/g
ด้านการใช้งานฟังก์ชันโดยรวมสามารถตอบสนองได้ไหลลื่นดี การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน EDGE (ใช้เครือข่าย DTAC) มีอาการหน่วงให้เห็นขณะเชื่อมต่ออยู่เหมือนกัน การเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi ของเครื่อง สามารถทำได้ดีทั้งการค้นหาสัญญาณ การเชื่อมต่อ และระหว่างการใช้งาน สำหรับเสียงสนทนาดังชัดเจนดี โดยรวมเมื่อเทียบกับราคาแล้วถือว่าคุ้มครับ
ขอชม
- ดีไซน์และฟังก์ชันต่างๆที่ใส่ให้มาถือว่าคุ้มเกินราคาค่าตัว
- เลือกใช้วัสดุประกอบเครื่องรุ่นนี้ได้ดี (ดูแข็งแรงทนทาน)
- การทำงานในแต่ละฟังก์ชันตอบสนองได้อย่างไหลลื่น และไวดี
ขอติ
- ไหนๆก็รองรับการเชื่อมต่อครบถ้วนแล้ว น่าจะมีลูกเล่นระบบนำทางของ GPS ด้วย
- รุ่นนี้ยังไม่มีช่องเสียบหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. มาให้ใช้
- กล้องด้านหน้าที่ให้มาไม่สามารถถ่ายภาพได้
ระบบเครือข่าย : GSM 850/900/1800/1900 MHz
รองรับ : GPRS/EDGE
หน้าจอ : TFT-LCD 262,144 สี ขนาด 2.4 นิ้ว (240 x 320 พิกเซล)
ขนาดตัวเครื่อง : 95 x 48 x 14.3 มิลลิเมตร
น้ำหนัก : 98 กรัม
หน่วยความจำภายใน : 120 MB
หน่วยความจำภายนอก : รองรับ Memory Stick Micro (M2) ***ในชุดมาพร้อมหน่วยความจำขนาด 1 GB
เสียงเรียกเข้า : Polyphonic, MP3, AAC
กล้องด้านหลัง : 3.2 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช
กล้องด้านหน้า : มี
เครื่องเล่น MP3 Player : มี
วิทยุ FM Radio : มี
เชื่อมต่อ : Wi-Fiม บลูทูธ 2.0, USB
ระบบนำทาง GPS : ไม่มี
แบตเตอรี่ : Li-ion 950 mAh
สำหรับราคาเปิดตัว Sony Ericsson W705 อยู่ที่ 11,990 บาท (ในชุดมาพร้อมหูฟังสเตอริโอ และหน่วยความจำ M2 ขนาด 4 GB)
Company Related Links :
Sony Ericsson