xs
xsm
sm
md
lg

ยกระดับบริการประชาชนสู่ยุคอัตโนมัติ เปลี่ยนผ่านจาก Generative AI สู่ Agentic AI ในงานภาครัฐ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของภาครัฐทั่วโลก การนำ AI เข้ามาประยุกต์ใช้ในองค์กรภาครัฐได้ก้าวพ้นจุดเริ่มต้นของการทดลองใช้แชตบอตตอบคำถามพื้นฐาน มาสู่การมองหาแนวทางปฏิรูปกระบวนการทำงานในชีวิตประจำวันอย่างเป็นรูปธรรม (Practical AI) เพื่อให้ตอบโจทย์การบริหารงานเมืองและให้บริการประชาชนได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และโปร่งใสมากยิ่งขึ้น

โจทย์สำคัญของหน่วยงานภาครัฐในปัจจุบัน ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการนำ AI มาใช้เพื่อ ตอบคำถามหรือให้ข้อมูล เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการยกระดับ AI ให้สามารถ ลงมือปฏิบัติงานจริง และเชื่อมโยงกระบวนการทำงานที่ซับซ้อนภายในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ก้าวข้าม Generative AI สู่ Agentic AI: เมื่อปัญญาประดิษฐ์ "คิดและลงมือทำ" แทนมนุษย์

นายสุรศักดิ์ วนิชเวทย์พิบูล หัวหน้าฝ่ายเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) หัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย ได้อธิบายวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีว่า AI กำลังเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียง Generative AI ที่เน้นการสร้างสรรค์ข้อความหรือการตอบโต้สนทนา เข้าสู่ยุค Agentic AI ซึ่งเป็นระบบปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะขั้นสูงที่มีความเชี่ยวชาญ มีความจำระยะยาว และมีขีดความสามารถในการวางแผน วิเคราะห์ ตัดสินใจ ตลอดจนประสานงานระหว่างระบบต่างๆ เพื่อทำภารกิจซับซ้อนให้สำเร็จได้โดยอัตโนมัติ (Act Like Human)

การก้าวสู่ยุค Agentic AI ถือเป็นหัวใจสำคัญในการเปลี่ยนโฉมระบบสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์ (E-Office) และบริการภาครัฐ (E-Government) จากเดิมที่เป็นเพียงการเปลี่ยนเอกสารกระดาษให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล ไปสู่การเป็น "บริการภาครัฐอัจฉริยะเชิงรุก" โดย Agentic AI จะเข้ามาช่วยลดขั้นตอนงานธุรการที่ซ้ำซ้อน ช่วยคัดกรองเอกสาร จัดลำดับความสำคัญ และสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกให้แก่เจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสปีดในการตัดสินใจให้บริการประชาชน

ปลดล็อกความท้าทายระบบเดิม: เปลี่ยนผ่าน Legacy Apps สู่ระบบอัจฉริยะ

ในทางปฏิบัติ การยกระดับองค์กรภาครัฐไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ แต่ต้องเผชิญกับโจทย์จริงที่ซับซ้อน หน่วยงานส่วนใหญ่มักมีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเดิมที่ใช้งานสะสมมานานนับ 10 ปี รวมถึงระบบที่ขาดการอัปเดตหรือยากต่อการดูแลรักษา (Legacy Applications / Zombie Apps)

ความท้าทายสำคัญของภาครัฐจึงไม่ได้มีเพียงแค่การพัฒนาแอปพลิเคชันใหม่ แต่คือกระบวนการย้ายระบบ การสร้างระบบอัตโนมัติ และการปรับปรุงสถาปัตยกรรมไอทีเดิมให้สามารถเชื่อมต่อกับเทคโนโลยี AI สมัยใหม่ได้อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยเครื่องมือและแพลตฟอร์มที่เข้ามาช่วยบริหารจัดการอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการให้บริการประชาชนที่ดำเนินการอยู่ทุกวัน

AgentArts & CodeArts: แพลตฟอร์มขับเคลื่อน Practical AI สำหรับองค์กรภาครัฐ

เพื่อตอบโจทย์การใช้งานจริงในวงกว้าง หัวเว่ย คลาวด์ ได้ส่งมอบเครื่องมือและแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ระดับองค์กร (Enterprise-Grade AI Platform) ที่ช่วยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถพัฒนา ติดตั้ง และบริหารจัดการแอปพลิเคชัน AI ได้อย่างมีมาตรฐานและรัดกุม:

AgentArts Platform: แพลตฟอร์มพัฒนาและดูแลรักษา AI Agent แบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ AgentStudio ที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่หรือนักพัฒนาสร้าง AI Agent ได้ด้วยภาษาธรรมชาติ, AgentSphere ระบบ Runtime ที่มีเสถียรภาพและระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูง และ AgentOps สำหรับการกำกับดูแล O&M และติดตามการทำงาน end-to-end
CodeArts Agent: เครื่องมือช่วยพัฒนาระบบซอฟต์แวร์อัจฉริยะ ที่เข้ามาช่วยนักพัฒนาของภาครัฐและพันธมิตรในการสร้างโค้ด อัปเกรดระบบเดิม ตรวจสอบความปลอดภัย และลดภาระงานเขียนโค้ดซ้ำซ้อนได้ถึง 40% ช่วยเร่งสปีดการย้ายระบบ Legacy ไปสู่คลาวด์ได้อย่างรวดเร็ว

การผสานแพลตฟอร์มเหล่านี้ร่วมกับโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ทั้งโมเดลของหัวเว่ยอย่าง Pangu และ Open Models ยอดนิยมในท้องถิ่น ทำให้ภาครัฐสามารถสร้าง Use Cases จริงได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น แชตบอตให้บริการประชาชน ที่ตอบคำถามได้อย่างถูกต้องและเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลจริง, ระบบบริหารเอกสารและ E-Office อัจฉริยะ ที่ช่วยสรุปและตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารราชการ, ไปจนถึง ระบบช่วยวิเคราะห์และอนุมัติสิทธิ์ ในภารกิจเฉพาะทางต่างๆ

สร้างบริการภาครัฐอัจฉริยะที่ยั่งยืน

การเปลี่ยนผ่านกระบวนการทำงานภาครัฐสู่ยุคอัตโนมัติด้วย Agentic AI ไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีใหม่มาติดตั้ง แต่เป็นการวางรากฐานการบริหารราชการแผ่นดินที่ยืดหยุ่น โปร่งใส และมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง

หัวเว่ย คลาวด์ พร้อมนำความเชี่ยวชาญ โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่มั่นคงปลอดภัยในประเทศไทย และแพลตฟอร์มพัฒนา AI ระดับโลก เข้ามาร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและพันธมิตรเทคโนโลยีในท้องถิ่น (Local Ecosystem) เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดของระบบเดิม เปลี่ยนผ่านงานธุรการซ้ำซ้อนสู่ระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ และร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น AI-Native Government อย่างเต็มภาคภูมิ